‘อดุลย์’ชำแหละคสช. สุดโต่งกว่ายุคทักษิณ


   

 ประธานญาติวีรชนฯ ติงรัฐบาล คสช.ใช้นโยบายประชานิยมสุดโต่ง เลวร้ายกว่ายุคทักษิณ ย้อน 4 ปีแก้เศรษฐกิจเหลว น่าละอายทุ่มงบประมาณช่วยพรรคพลังประชารัฐซื้อเสียงล่วงหน้า "ภูมิธรรม" ฟุ้งถ้าอยากรวยให้เลือกเพื่อไทย "มัลลิกา" ด่าเช็ดพรรคตระกูลเพื่อ มีอาการเหมือนจับไข้กลัวผีจะมาหักคอ ประชานิยมกลับมาหลอน

    เมื่อวันเสาร์ นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 วิจารณ์นโยบายรัฐบาล ที่มีการใช้เงินจำนวนมากในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยเฉพาะการที่รัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย 1 แสนล้านบาทว่า น่าจะเป็นความตั้งใจที่จะซื้อเสียงล่วงหน้าอย่างเต็มที่ ภาคประชาชนคัดค้านวิธีการใช้งบประมาณแผ่นดินที่เป็นภาษีของประชาชนทั้งประเทศไปใช้เพื่อตอบสนองประโยชน์ทางการเมือง ด้วยการอ้างช่วยเหลือคนจน เป็นการบังหน้าทุกรูปแบบ 
    เขากล่าวว่า การที่รัฐบาลบริหารประเทศล้มเหลว ทำให้ประชาชนเดือดร้อนทางเศรษฐกิจมากว่า 4 ปี แต่พอใกล้จะเลือกตั้ง กลับมีมาตรการแจกเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในโครงการประชารัฐ ที่ตรงกับชื่อของพรรคที่จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นพรรคที่เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งอย่างแน่นอน เพราะมี 4 รัฐมนตรีใน ครม.สมัครเป็นสมาชิกพรรคและเป็นแกนนำพรรคแล้ว แต่ก็ยังไม่ยอมลาออก 
    "เป็นเรื่องที่น่าละอายเป็นอย่างยิ่ง จะอ้างว่าไม่ได้เป็นการหาเสียงคงไม่มีใครเชื่อ และเท่ากับเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน แม้จะไม่ผิดกฎหมายชัดเจน แต่สำหรับคนที่มีมโนธรรมสำนึก จะรู้สึกผิดแน่นอน"
     นายอดุลย์กล่าวว่า กว่า 4 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลไม่ได้ปฏิรูปประเทศแทบทุกด้าน รวมทั้งไม่ปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่เอื้อประโยชน์กับกลุ่มทุนใหญ่ไม่กี่ตระกูล ไม่มีการบังคับใช้กฎหมายการป้องกันการผูกขาดอย่างจริงจัง การขยายตัวของจีดีพีก็กระจุกตัวอยู่กับกลุ่มทุน   แต่คนระดับล่างทำมาหากินลำบาก แถมยังออกนโยบายแบ่งเค้กให้ประโยชน์กลุ่มทุนอีก 
    "รัฐบาลหาเงินได้น้อย แต่กลับนำเงินมาแจกสะเปะสะปะโดยไม่มียุทธศาสตร์ ไม่ได้สร้างความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน แต่อย่างใด ขัดกับหลักเศรษฐกิจพอเพียง เพราะแจกแล้วไม่เห็นว่าประเทศจะพัฒนาขึ้นได้ เป็นการสร้างค่านิยมผิดๆ ทำแบบสิ้นคิด ไม่รู้ว่าใช้อะไรคิด แจกไปแล้วก็ใช้หมด ไม่เกิดประโยชน์กับประเทศ ถ้านำเงินไปพัฒนาด้านอื่นๆ ที่จะสร้างรายได้ให้ประชาชนและประเทศชาติในระยะยาว จะให้ประโยชน์กว่ามาก"
เลวร้ายกว่าทักษิณ
    นายอดุลย์เชื่อว่า ประชาชนฉลาดและตามทัน ส่วนใหญ่ไม่ต้องการเห็นการสืบทอดอำนาจ โดยเฉพาะจากเงินซื้อเสียงแบบนี้ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเลิกแก้ปัญหาเศรษฐกิจแค่ระยะสั้นๆ เพราะจะสร้างภาระกับประเทศชาติในระยาว 
          ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนฯ กล่าวด้วยว่า  รัฐบาลยุคนายทักษิณ ชินวัตร ที่ใช้นโยบายประชานิยมก็ไม่มีการแจกเงินตรงๆ กันแบบนี้ จะอ้างว่าช่วยเหลือคนจนลดภาระครัวเรือนแล้วบริหารประเทศมา 4 ปี ทำไมคนไทยยังไม่หายจน และยังลืมตาอ้าปากไม่ได้ จึงต้องถึงกับแจกเงินเชียวหรือ 
    "เป็นนโยบายประชานิยมสุดโต่ง เลวร้ายกว่ายุคทักษิณเสียอีก ที่มีคนลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐถึง 14.5 ล้านคน ก็เท่ากับประจานความล้มเหลวในการบริหารประเทศของตัวเอง"
    ส่วนการช่วยเหลือเกษตรกรก็ใช้เงินชดเชยเหมือนเดิม แทนที่จะใช้สติปัญญาคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อสร้างความยั่งยืนให้เกษตรกรในระยะยาว หรือใช้อำนาจเบ็ดเสร็จของ คสช.ตัดวงจรพ่อค้าคนกลางพวกเสือนอนกิน พวกที่ทำนาบนหลังคน ก็จะทำให้สินค้าการเกษตรสูงขึ้น 
    "ถ้ามีปัญญาทำได้แค่นี้ ก็อย่าคิดสืบทอดอำนาจให้ประเทศชาติต้องติดหล่มต่อไปอีกเลย ยิ่งจะทำให้เกิดวิกฤติทั้งการเมืองและวิกฤติเศรษฐกิจไม่รู้จบ" นายอดุลย์กล่าว
    นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ กรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อชาติ กล่าวถึงมาตรการช่วยเหลือชาวสวนยางไร่ละ 1,800 บาทของรัฐบาลว่า การแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้เกษตรกรชาวสวนยางด้วยวิธีดังกล่าว เป็นการแก้ปัญหาที่ผิดทาง เหมือนเป็นการแก้ผ้าเอาหน้ารอดให้เกษตรกรเห็นว่ารัฐบาลได้ช่วยชาวสวนยางแล้ว ให้เขาสบายใจก่อนการเลือกตั้งที่จะมาถึง ไม่ต่างอะไรกับมาตรการเอาเงินไปแจกประชาชนกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ที่ทำกันมา วิธีเช่นนี้ไม่สามารถทำให้ราคายางดีขึ้นได้ 
    ทั้งนี้ วิธีการแก้ปัญหาราคายางที่ถูกต้อง รัฐบาลต้องไปคุยกับประเทศผลิตยางด้วยกันเพื่อกำหนดราคาขั้นต่ำว่าควรเป็นเท่าไหร่ ซึ่งรัฐบาลประชาธิปไตยก่อนหน้านี้เขาทำกันมาแล้ว ราคาก็ดีกว่าที่เป็นอยู่ แต่เมื่อมีการรัฐประหาร ราคายางก็ไม่ได้กระเตื้องขึ้น กระบวนการพูดคุยระหว่างรัฐบาลอาจหายไปหรือไม่อย่างไร ดังนั้นประเทศเราจึงต้องมีรัฐบาลประชาธิปไตยเข้ามาเพื่อไปสานความสัมพันธ์ แล้วเจรจาเรื่องนี้ เพื่อกำหนดราคายางขั้นต่ำขึ้นมา แบบนี้จะเป็นทางออกที่ดีที่สุด 
เลือกเพื่อไทยรวย
        นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้กล่าวกับผู้ที่มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคที่จังหวัดอุบลราชธานีว่า การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นนี้ เพื่อไทยพร้อมที่จะไปดูแลปัญหาของพี่น้องประชาชน เอาประสบการณ์การบริหารประเทศที่เคยทำให้พี่น้องอยู่ดีกินดีมีเงินในกระเป๋ามาทำให้พี่น้องอยู่ดีกินอิ่มเหมือนเช่นในยุคที่เพื่อไทยเป็นรัฐบาล
          "การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นนี้ เป็นสิทธิเสรีของพี่น้องประชาชนที่จะเลือกใคร ถ้าพี่น้องคิดว่าตอนนี้ตนเองรวยแล้วก็เลือกพรรคอื่น หากว่าคิดว่าตัวเองจนลง ในกระเป๋าไม่มีเงิน ก็เลือกเพื่อไทยให้เข้ามาแก้ปัญหาให้ ส่วนการเลือกตั้งต้องมีการจัดการเลือกตั้งโดยเร็ว ประชาชนอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น" เลขาธิการพรรคเพื่อไทยกล่าว
    นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่พรรคเพื่อไทย และสารพัดพรรคเพื่อทั้งหลาย ออกมาตีโพยตีพายต่อนโยบายประชานิยมของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานั้น ล้วนเป็นพฤติกรรมกลัวโดนผีหลอก อาการตอนนี้เหมือนจับไข้ กลัวผีจะมาหักคอ เพราะล้วนเป็นสิ่งที่บรรพบุรุษตัวเองเคยทำ ทั้งเรื่องประชานิยมโดยอำนาจรัฐและผลประโยชน์แลกกับคะแนนอนาคต 
    ทั้งหมดล้วนใช้งบประมาณหลวงภาษีประชาชน คนที่ทำประชานิยมนี้ก็เป็นคนคนเดียวกับที่เคยทำให้กับพรรคไทยรักไทย คือ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ คุณสมบัติคือมือเปิบในการใช้เงินหลวงคู่ใจในอดีตของนายทักษิณ ชินวัตร ทั้งนี้ เสียเวลาพูดว่ากล่าวใดๆ เพราะทั้งหมดล้วนเป็นวิจารณญาณของผู้มีอำนาจและประชาชนที่สามารถเล็งเห็นอนาคตของตนได้
    "ขอติงบรรดาพรรคสารพัดเพื่อว่าอย่าเสียเวลาสั่งสอนใครในสิ่งที่บรรพบุรุษตนเคยทำ เพราะมันจะไม่มีความน่าเชื่อถือ ซ้ำยังเสียบรรยากาศ และจะกลายเป็นข้ออ้างสำหรับการเลื่อนเลือกตั้งอีก หยุดพฤติกรรมเดิมแล้วไปเพิ่มเติมคือทำคุณงามความดีเพื่อประชาชนบ้าง  อย่ากลัวผีมาหักคอ อย่าอ้างแค่ประชาธิปไตย แต่ในใจก็ยอมให้เผด็จการทักษิณผูกขาด" นางมัลลิกากล่าว 
    ด้านนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า พรรคพร้อมดำเนินในนโยบายที่ดี โดยนำประชาชนเป็นศูนย์กลาง ส่วนกรณีที่ กกต.จะตรวจสอบนโยบายนี้นั้น เป็นเรื่องปกติ พรรคไม่มีความกังวลในเรื่องดังกล่าว 
    ส่วนที่ถูกวิจารณ์ว่าไม่ต่างจากนโยบายประชานิยมนั้น นโยบายนี้มีเป้าหมายชัดเจนที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้มีรายได้น้อยให้ลืมตาอ้าปากได้ แต่ไม่ก่อให้เกิดภาระต่อประเทศ เราไม่มองว่านโยบายพรรคแตกต่างจากนโยบายของรัฐบาลหรือไม่ เพราะอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ย่อมถือว่าดี และไม่คิดว่านโยบายนี้จะเป็นการช่วยพรรคพลังประชารัฐหาเสียงแต่อย่างใด.
    


เห็นแล้วตาร้อน! วานนี้ (๒๒ สิงหาคม) ป.ป.ช.เปิดบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กรณีเข้ารับตำแหน่ง จำนวน ๔๑๔ ราย

ภาพเชิงซ้อน 'การเมือง-การรบ'
แจกเงินเที่ยว 'รวยนักหรือ?'
เมื่อ 'ลางร้าย' มาถึงฝ่ายค้าน
'แล้งอีสานกับนักการเมือง'
รหัสลับ 'ประเทศไทย' ใต้พลูโต
เพิ่งเริ่มต้น "อย่าด่วนสรุป"