'สุวินัย'ให้กำลังใจชาวธรรมกายพลิกวิกฤติเป็นโอกาสพ้นการครอบงำจากองค์กรมืด


เพิ่มเพื่อน    

30 พ.ย.61 - นายสุวินัย ภรณวลัย อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความเรื่อง"ให้กำลังใจชาวธรรมกาย" ภายหลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เตรียมส่งคำร้องให้อัยการสูงสุด ดำเนินคีดีทางแพ่งยกเลิกมูลนิธิมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ขนนกยูง ในพระอุปถัมภ์พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (พระธัมมชโย) กรณีฟอกเงินจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ว่า

พูดจากคนที่เป็นนักภาวนาเหมือนกัน และเป็นเพื่นร่วมสังสารวัฏเหมือนกัน ผมอยากให้กำลังใจชาวธรรมกายในเรื่องวิกฤตลัทธิธรรมกายที่กำลังเผชิญอยู่ตอนนี้

(1) การที่เจ้าสำนักลัทธิธรรมกายอย่างพระธัมมชโยได้หลบหนีคดีฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงิน ไม่ยอมสู้หน้าสังคมและเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางโลก

ถือว่าพระธัมมชโยล้มเหลว "งานภายใน"ของตัวเองอย่างสิ้นเชิง

มิหนำซ้ำ "งานภายนอก"ของพระธัมมชโยก็พลอยพินาศล่มจมตามไปด้วย ทั้งๆที่เคยประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่มาก่อนในการสร้างอาณาจักรวัดธรรมกายที่สามารถระดมสาวกนับแสนคนให้มาร่วมภาวนาในวัดอย่างพร้อมเพรียงได้

อย่างไรก็ดี ความล้มเหลวทั้งงานภายนอกและงานภายในของพระธัมมชโย เป็นแค่ส่วนหนึ่งของวิกฤตลัทธิธรรมกายในตอนนี้เท่านั้น

(2) แต่การจะถูกยุบมูลนิธิฯและยึดทรัพย์สินมูลค่าสูงหนึ่งหมื่นสามพันล้านบาทให้ตกเป็นของแผ่นดินต่างหาก คือ วิกฤตที่รุนแรงที่สุดของลัทธิธรรมกายที่จะเคลื่อนไหวเผยแผ่คำสอนลัทธิของตนหลังจากนี้

เพราะ มูลนิธิฯ นี้คือ กล่องดวงใจที่แท้จริงของลัทธิธรรมกายในการเคลื่อนไหวดำเนินกิจกรรมหลักๆของลัทธิธรรมกาย อีกทั้งยังเป็นแหล่งฟอกเงินและแหล่งหาผลประโยชน์จำนวนมหาศาลของลัทธิธรรมกาย รวมทั้งเหล่าแกนนำองค์กรบริหารลัทธิธรรมกายด้วย

โดยที่ชาวธรรมกายทั่วไปที่มาร่วมกิจกรรมของวัดด้วยจิตบริสุทธิ์คือเหยื่อหรือผู้เสียหายจากการดำเนินงานของมูลนิธิฯ ที่เข้าข่าย "องค์กรมืด"

กล่าวอีกนัยหนึ่ง มูลนิธิฯ ต่างหากที่มีบทบาทแบบองค์กรมืดในลัทธิธรรมกาย หาใช่ตัววัดธรรมกายไม่

(3) เพราะฉะนั้นการขจัดมูลนิธิฯออกไปโดยสั่งยุบและยึดทรัพย์ คือ การปลดปล่อยวัดธรรมกายและชาวธรรมกายส่วนใหญ่ให้พ้นจากการครอบงำขององค์กรมืดที่ควบคุมลัทธิธรรมกายมาโดยตลอดนั่นเอง

(4) นี่คือการแปรวิกฤตให้เป็นโอกาสของชาวธรรมกายที่จะหวนกลับไปเป็นนักภาวนา นักปฏิบัติวิชชาธรรมกายของหลวงพ่อสดด้วยจิตบริสุทธิ์อีกครั้ง และกอบกู้วัดธรรมกายให้กลับมาเป็นวัดพุทธเหมือนวัดทั่วไปอีกครั้ง

(5) วิชชาธรรมกายของหลวงพ่อสดเป็นวิชาสมถะขั้นสูงที่ผู้ภาวนาสามารถต่อยอดไปสู่วิปัสสนาญาณได้ ผ่านการเจริญความรู้ตัวอย่างต่อเนื่อง และการยกระดับสมาธิที่ได้จากวิชชาธรรมกายเข้าสู่สุญญตา แล้วพิจารณาไตรลักษณ์สลายอัตตาตัวตนจากสภาวะจิตนั้น

ชาวธรรมกายส่วนใหญ่เป็นนักภาวนาที่ได้สมาธิระดับหนึ่งอยู่แล้ว ขอแค่เจริญปัญญาต่อ ผ่านการทำความรู้ตัวด้วยจิตที่ตั้งมั่นเท่านั้น ก็จะสามารถ สาน "งานภายใน" ของตัวเองต่อจนจบในชาตินี้ได้

ส่วน "งานภายนอก"หลังจากนี้ของชาวธรรมกายคือทำวัดธรรมกายให้กลายเป็นวัดพุทธจริงๆ และเป็นอิสระจากการครอบงำของมูลนิธิฯ และองค์กรมืดอื่นๆของลัทธิธรรมกายที่ยังเหลือเครือข่ายอยู่.


ส.ส.เพื่อไทย "กรีดเลือดในสภา" ประกอบฉากไล่ให้นายกฯ ลาออกเย็นวาน (๒๗ ต.ค.๖๓) นั้นไม่น่าเจ็บตัวเปล่านะ!เพราะฉากนั้น "ยึดพื้นที่ข่าว" ได้แน่ 

นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์