'ทรัมป์' คุยจีนยอมลด-เลิกขึ้นภาษีรถยนต์อเมริกัน


   

นักลงทุนทั่วโลกใจชื้นภายหลังสหรัฐและจีนพักรบสงครามการค้า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โวซ้ำในวันอาทิตย์ด้วยว่า จีนตกลงจะ "ลดและเลิก" ภาษีนำเข้ารถยนต์สหรัฐให้ต่ำกว่าระดับ 40% ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน แต่ทางการจีนยังอ้ำอึ้งไม่ยืนยัน

แฟ้มภาพ วันที่ 8 พ.ย. 2560 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ถ่ายภาพหน้าพระราชวังต้องห้ามในกรุงปักกิ่ง / AFP

    สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2561 ว่าประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐประกาศข่าวที่สร้างความประหลาดใจนี้ผ่านทางทวิตเตอร์เมื่อคืนวันอาทิตย์ ว่าจีนตกลงจะ "ลดและยกเลิก" ภาษีศุลกากรรถยนต์สหรัฐที่เก็บอยู่ที่ 40%

    อย่างไรก็ดี กระทรวงการต่างประเทศของจีนกลับปฏิเสธที่จะยืนยันคำกล่าวอ้างของทรัมป์เมื่อวันจันทร์ โดยกล่าวเพียงว่า ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงและประธานาธิบดีทรัมป์ได้บรรลุฉันทามติสำคัญในประเด็นการค้า เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม

    เกิงซวง โฆษกกระทรวงกล่าวกับผู้สื่ข่าวว่า ผู้นำทั้งสองเห็นพ้องกันว่าจะระงับการออกมาตรการภาษีศุลกากรใหม่ไว้ก่อน และยังเห็นพ้องกันเกี่ยวกับการบริหารจัดการอย่างสร้างสรรค์หลายประการว่าจะแก้ไขปัญหาและความเห็นขัดแย้งที่มีอยู่ด้วยวิธีใด

    ทวีตของทรัมป์ไม่ได้เปิดเผยว่า ภาษีชนิดใดที่จีนจะลดหรือจะยกเลิก หรือจีนจะดำเนินการเมื่อใด

    ทรัมป์และสีได้หารือกันนานราว 2 ชั่วโมงครึ่ง ภายหลังการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศจี 20 ที่อาร์เจนตินาปิดฉากลง โดยทั้งสองฝ่ายตกลงกันว่าจะระงับการใช้มาตรการภาษีศุลกากรใหม่ๆ ไว้ชั่วคราวเป็นเวลา 90 วัน ระหว่างรอให้ตัวแทนของรัฐบาลทั้งสองเจรจาต่อรองกัน นอกจากนี้ ทำเนียบขาวกล่าวด้วยว่า จีนตกลงจะซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐเพิ่มขึ้นทันทีด้วย

    การเจรจาที่จะเริ่มต้นทันทีนั้นจะครอบคลุมข้อวิตกหลายประการของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงการคุ้มครองสิทธิทรัพย์สินทางปัญญา, การกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี และการโจรกรรมทางไซเบอร์

    ทำเนียบขาวกล่าวว่า หากการเจรจาไม่สามารถบรรลุความเห็นพ้องกันได้ภายใน 90 วัน ภาษีศุลกากรสินค้าของจีนมูลค่า 200,000 ล้านดอลลาร์ จะถูกปรับเพิ่มขึ้นจาก 10% และ 25% ทันที

หน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ของจีนวันที่ 3 พ.ย. 2561 รายงานข่าวซัมมิตระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์และประธานาธิบดีสี โดยพาดหัวว่าผู้นำทั้งสองเห็นพ้องจะไม่ขึ้นภาษีศุลกากร / AFP

    การพักศึกสงครามการค้าระหว่างชาติมหาอำนาจที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับหนึ่งและสองของโลกครึ่งนี้เกิดขึ้นภายหลังการตอบโต้กันอย่างถึงพริกถึงขิงด้วยการขึ้นภาษีศุลกากรสินค้าส่งออกของอีกฝ่ายมูลนับแสนล้านดอลลาร์ ที่ก่อความวิตกกังวลอย่างกว้างขวางจะกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจของโลกโดยรวม

    วิลเลียม ซาริต ประธานหอการค้าอเมริกาในจีน กล่าวว่า คำประกาศเรื่องการลด-เลิกภาษีนำเข้ารถยนต์สหรัฐ หากได้รับการยืนยัน จะถือเป็นการเดินหน้าสู่ทิศทางที่ถูกต้องอย่างแน่นอน และหวังจะเป็นสัญญาณว่าจะมีมาตรการอื่นตามมาอีก

    รัฐบาลจีนได้ลดภาษีนำเข้ารถยนต์จาก 25% เป็น 15% เมื่อเดือนกรกฎาคมปีนี้ แต่ต่อมา ช่วงที่ความตึงเครียดทางการค้าทวีขึ้น จีนกลับขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์จากสหรัฐอีก 25% ทำให้อัตราภาษีนำเข้ารถยนต์สหรัฐอยู่ที่ระดับ 40%

    เอเอฟพีกล่าวว่า ผู้ผลิตรถยนต์สหรัฐหลายรายได้ตั้งโรงงานผลิตในจีนเพื่อขายให้ตลาดจีน แต่การขึ้นภาษีรถยนต์ยังคงกระทบต่อยอดขายและกำไรของบางบริษัท ซึ่งรวมถึงบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเทสลา และรถยนต์ที่ผลิตในสหรัฐทั้งของฟอร์ดและบีเอ็มดับเบิลยู

    บรรยากาศการค้าที่ดีขึ้นส่งผลให้ตลาดหุ้นในเอเชียและยุโรปเปิดตลาดวันจันทร์อย่างคึกคัก โดยดัชนีตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ปิดเพิ่มขึ้น 2.9% ส่วนฮั่งเส็งของฮ่องกงปิดบวก 2.7% เงินหยวนของจีนก็แข็งค่าขึ้นด้วยเช่นกัน

    กระนั้น สื่อของทางการจีนยังมีท่าทีระแวดระวัง ไชน่าเดลีเตือนเมื่อวันจันทร์ว่า ฉันทามติใหม่นี้เป็นพัฒนาการที่ดีที่เปิดโอกาสให้สองฝ่ายได้หายใจหายคอเพื่อแก้ปัญหาขัดแย้ง แต่ก็ไม่มี "ไม้กายสิทธิ์" ที่จะเสกให้ความขัดข้องใจหายได้ในทันใด.


เรื่อง "พานไหว้ครู" นี่.........ใครก็อย่าไปโทษ "นายธนาธร" เลย! ดูตามรูปการณ์แล้ว คนพรรคอนาคตใหม่หรือตัวนายธนาธร ไม่ได้เป็น "ต้นคิด" หรือ "ต้นเรื่อง" แน่

ประชาธิปไตย 'พานไหว้ครู'
โลกจะสวยด้วย "จิตให้"
'แม่มด' หรือคน 'คดแผ่นดิน'
'ด้วยยินดีและสิ่งที่ห่วงใย'
'๑ หญิง ๒ ชาย' ที่ไปด้วยกัน
'แก้รัฐธรรมนูญ' แก้เพื่ออะไร?