รัฐบาลโต้ความเหลื่อมล้ำข้อมูลเก่ายุคทักษิณ


   

8 ธ.ค.61 - นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และโฆษกพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กล่าวถึงกรณีที่ CS Global Wealth Report 2018ที่ออกมาเมื่อเดือนต.ค.ระบุว่าประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำด้านความมั่งคั่งมากที่สุดในโลกว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำทั้งด้านรายได้และความมั่งคั่งเป็นปัญหาสำคัญที่ทุกประเทศประสบอยู่ในขณะนี้ โดยรัฐบาลไทยในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ได้พยายามแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่องด้วยนโยบายต่างๆ เช่น ดูแลพี่น้องประชาชนที่มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอย่างเป็นระบบ การจัดสวัสดิการประเภทใหม่ๆ เช่น สวัสดิการเด็กเล็กระหว่าง 0-3 ขวบ 600 บาท/เดือน การเพิ่มเงินเลี้ยงชีพให้ผู้สูงอายุ การจัดตั้งกองทุนลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา การช่วยเกษตรกรผ่านโครงการช่วยเหลือต่างๆ การจัดการกับเจ้าหนี้นอกระบบ รวมถึงการออกกฎหมายภาษีสำคัญเช่น ภาษีมรดก ภาษีที่ดิน กฎหมายขายฝากเป็นครั้งแรก และการพยายามขยายฐานภาษี เพื่อกระจายรายได้จากคนที่มีรายได้สูงไปให้ผู้มีรายได้น้อย 

นายกอบศักดิ์ กล่าวต่อว่า ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจโดยรวมจะฟื้นตัวดีขึ้น ราคาข้าวสูงสุดในรอบหลายๆ ปี แต่ปัญหาราคาสินค้าเกษตรโลกที่ลดลงในช่วงที่ผ่านมาได้ส่งผลกระทบต่อการกระจายรายได้และเกษตรกรบางกลุ่มของไทยอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้พี่น้องประชาชนที่ฐานรากบางส่วนยังลำบาก โดยเฉพาะผู้ปลูกยางพารา จากราคายางโลกและราคาน้ำมันโลกที่ลดลง และผู้ปลูกปาล์มน้ำมันที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของอียู (EU) ที่ทำให้ราคาปาล์มน้ำมันลดลง ซึ่งมาตรการล่าสุดของรัฐบาลก็น่าจะช่วยบรรเทาไปได้บางส่วน 

นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน จะต้องทำอย่างเป็นระบบ โดยต้องช่วยสนับสนุนให้เกิดความเข้มแข็งที่แท้จริงจากฐานราก คือการให้โอกาสที่เท่าเทียมแก่ทุกคน โดยเฉพาะด้านการศึกษา การหางาน และการเข้าถึงแหล่งเงิน ลดการใช้อำนาจของรายใหญ่เอาเปรียบรายย่อย ซึ่งถ้ารัฐบาลมีหน่วยงานกลางที่ต่อสู้แก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำโดยตรง เหมือนกรณีที่มีการตั้งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติเข้ามาแก้ปัญหาเกี่ยวกับน้ำทุกในระบบ ก็จะทำให้เกิดประสิทธิภาพในการบูรณาการหน่วยงานต่างๆของรัฐ และช่วยลดความเหลื่อมล้ำของรายได้ และความมั่งคั่งในระยะยาวได้ 

“ส่วนข้อมูลความเหลื่อมล้ำด้านความมั่งคั่งของเครดิตสวิสที่ทุกคนพูดถึงนั้น ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง อย่าเชื่อทั้งหมด เพราะอ้างอิงจากข้อมูลความเหลื่อมล้ำเก่า เมื่อปี 2549 สมัยรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งข้อมูลดังกล่าวได้มาจากการศึกษาของนายเกียรติพงศ์ อริยปรัชญา และคณะ ในปี 2551 ที่ได้สอบถามผู้เขียนแล้วพบว่า ใช้ข้อมูลความมั่งคั่ง เพียงแต่ในส่วนของบัญชีเงินฝากเท่านั้น ในส่วนของหุ้น ที่ดิน และสินทรัพย์อื่นๆ ที่ไม่ได้เป็นตัวเงินนั้น ไม่ได้รวมอยู่ด้วย และทางเครดิตสวิสได้ประมาณการเพิ่มเติมต่อมาอีก 12 ปี ซึ่งมีโอกาสผิดพลาดได้มาก”นายกอบศักดิ์ ระบุ 


เป็นไงบ้างครับ กับผลเลือกตั้งเมื่อวาน?ต้องบอกว่า นี่คือสัญญาณประเทศไทยก้าวเข้าสู่ "ยุคเปลี่ยนผ่าน" แท้จริงแล้ว!แต่สรุปชัดเจนลงไปทีเดียวยังไม่ถนัด เพราะตอนลงมือคุยกับท่าน ตอน ๒ ทุ่ม (๒๔ มี.ค.๖๒)

ขอให้โชคดี 'ประเทศไทย'
สุดท้าย.."ใครจะเป็นนายกฯ"
มีอะไรซ่อนอยู่หลัง 'ธนาธร'?
กับ 'ประชาชนฐาน' ที่หายไป
ปรากฏการณ์ของ 'หม่อมเต่า'
แค่ 'ล่วงหน้า' ก็รู้ว่า 'ใครร่วง'