พท.เชียงใหม่ระส่ำ!9เขต'พปชร.-ภท.-ปชป.'แย่งเจาะฐานเสียง เขต3ฟัดกันเอง


   

 

11ม.ค.62-มีรายงานจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า แม้วันเลือกตั้งจะยังไม่ถูกกำหนดออกมาอย่างชัดเจนว่าจะเป็นวันใด ในส่วนของพรรคเพื่อไทย ได้เตรียมความพร้อมทั้งเรื่องนโยบาย ทิศทางการแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นจากรัฐบาลปัจจุบัน รวมไปถึงเรื่องผู้สมัครที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งไว้พร้อมเกือบครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว การเลือกตั้งครั้งนี้พรรคจะส่งผู้สมัครประมาณ 250 เขต บวก-ลบ แต่ในจังหวัดที่เป็นฐานคะแนนหลัก เป็นสัญลักษณ์ทางการเมือง อาทิ จ.เชียงใหม่ จ.อุดรธานี จ.ขอนแก่น สมัยการเลือกตั้ง2554 ที่เคยได้รับความไว้วางใจอย่างสูงจากประชาชน ทางพรรคจึงจะรักษาพื้นที่เดิมเอาไว้ให้ได้และส่งผู้สมัครครบทุกเขต
    โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงใหม่9เขตเลือกตั้ง ถือเป็นบ้านเกิดของ อดีตนายกรัฐมนตรี มีความสำคัญเป็นสัญลักษณ์ทางการเมือง ขณะที่คู่แข่งขันทางการเมืองฝ่ายตรงข้าม พรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทย หรือแม้แต่พรรคประชาธิปัตย์ มีความพยายามให้กลยุทธการเมือง ใช้อำนาจทุกรูปแบบเพื่อจะเจาะพื้นที่เอาไปให้ได้บ้าง แต่ทางพรรคเพื่อไทย ได้วางกลยุทธ์ตั้งรับ พร้อมประเมินสถานการณ์เป็นระยะๆ ล่าสุดแกนนำพรรคได้ประเมินถึงสถานการณ์ในจังหวัดเชียงใหม่แยกเป็นรายเขตทั้ง9เขต
    ในเขตเลือกตั้งที่ 1 พรรคเพื่อไทยส่ง น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.ในนามพรรค ซึ่งมีฐานคะแนนของตระกูลสนับสนุนเป็นหลัก ขณะที่คู่แข่งขันนั้นคาดว่านายพรชัย จิตรนวเสถียร ว่าที่ผู้สมัครส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ นายพจนารถ ศรียารัณย ว่าที่ผู้สมัครส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ต่างเคยทำงานกับตระกูลบูรณุปกรณ์ในระดับท้องถิ่น มีความใกล้ชิดกับนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่  อย่างไรก็ตาม เมื่อดูจากฐานเสียงของนายบุญเลิศ ที่ครองสนามท้องถิ่นมายาวนาน  บวกกับกระแสของประชาชนในพื้นที่ที่ยังนิยมพรรคเพื่อไทยแล้วคาดว่าน.ส.ทัศนีย์ จะชนะการเลือกตั้งโดยได้รับคะแนนเสียงประมาณ 4 หมื่นคะแนน
    เขตเลือกตั้งที่ 2 พรรคเพื่อไทย จะส่งนายนพคุณ รัฐผไท ลงสมัคร เพราะที่ผ่านมายังคงทำพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ขณะที่คู่แข่งนั้นเชื่อว่ายังไม่มีใครที่จะสามารถเอาชนะนายนพคุณได้ โดยคาดว่าจะได้รับคะแนนเสียงประมาณ 3.5 หมื่นคะแนน
    เขตเลือกตั้ง 3 ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ของตระกูลวงศ์สวัสดิ์นั้น แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคเพื่อไทยวางตัวนายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม บุตรชายนายสุรินทร์ ตั้งสุทธิธรรม นักธุรกิจชื่อดังและเจ้าของตลาดต้นพยอม ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ลงสมัคร นายสุรินทร์ มีฐานเสียงจากคนในพื้นที่รวมถึงผู้นำท้องถิ่นบางส่วน ส่วนคู่แข่งขันคาดว่า นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ บุตรชายนายสมชาย และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ จะลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคไทยรักษาชาติ ทำให้การแข่งขันในเขตนี้สูสี โดยคาดว่าผู้ชนะจะได้คะแนนเสียงประมาณ 3.4 หมื่นคะแนน
    เขตเลือกตั้งที่ 4 พรรคเพื่อไทยจะส่งนายวิทยา ทรงคำ ลงสมัคร โดยคู่แข่งสำคัญคือนางกิ่งกาญจน์ ณ เชียงใหม่ ซึ่งจะลงสมัครในนามพรรคพลังประชารัฐ แม้คะแนนเสียงในพื้นที่อาจจะไม่มากนัก แต่พรรคยังเชื่อว่าคะแนนนิยมของพรรคจะทำให้การเลือกตั้งในเขตนี้สูสี โดยคนที่ชนะจะได้คะแนนเสียงประมาณ 3.5 หมื่นคะแนน     
     เขตเลือกตั้งที่ 5 พรรคเพื่อไทยส่งนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อธรรม ซึ่งกลับมาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยลงสมัคร ซึ่งมีฐานคะแนนในพื้นที่ค่อนข้างสูง โดยคู่แข่ง ร.อ.หญิงเดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ จากพรรคพลังประชารัฐ นั้น เชื่อว่าไม่น่าจะเอาชนะนายสมพงษ์ได้ โดยคาดว่าผู้ชนะในเขตนี้จะได้คะแนนมากถึง 6 หมื่นคะแนน
     เขตเลือกตั้ง 6 พรรคเพื่อไทยจะส่งนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ บุตรชายนายสมพงษ์ลงสมัคร ซึ่งคู่แข่งคนสำคัญคือ นายสันติ ตันสุหัช ที่จะลงสมัครในนามพรรคพลังประชารัฐ แม้ว่านายสันติ จะเป็นอดีตส.ส.หลายสมัย แต่เมื่อเทียบคะแนนความนิยมของพรรคเข้าไปแล้ว เชื่อว่านายจุลพันธ์น่าจะชนะการเลือกตั้งได้ แต่อาจจะคะแนนไม่ห่างกันมากนัก
    เขตเลือกตั้งที่ 7 พรรคเพื่อไทยจะส่งนายประสิทธิ์ วุฒินันชัย ลงสมัคร มีฐานเสียงจากกลุ่มคนเสื้อแดงเชียงใหม่เป็นหลัก คู่แข่งคนสำคัญคือนพ.ไกร ดาบธรรม จากพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีฐานเสียงในพื้นที่ค่อนข้างแน่นพอสมควร เพราะเป็นแพทย์ดีเด่นที่ได้รับการยอมรับจากชาวบ้านในวงกว้าง และยังทำพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เขตนี้ทั้ง 2 คนมีโอกาสได้รับเลือกตั้งพอๆ กัน โดยคนที่ชนะจะได้คะแนนเสียงประมาณ 3.8 หมื่นคะแนน
    เขตเลือกตั้งที่ 8 พรรคเพื่อไทย จะให้นายสุรพล เกียรติไชยากรลงสมัคร ยังได้รับการสนับสนุนจากประชาชนในพื้นที่ แต่การเลือกตั้งครั้งนี้คาดว่าจะต้องเจอกับนายสุทัศน์ สุทัศนรักษ์ จากพรรคภูมิใจไทย รวมถึงนายนเรศ ธำรงค์ทิพยกุล จากพรรคพลังประชารัฐ เชื่อว่าผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยยังคงได้รับความนิยม และน่าจะมีโอกาสชนะเลือกตั้งได้
    เขตเลือกตั้งที่ 9 พรรคเพื่อไทยจะส่งนายศรีเรศ โกฏิคำลือ ลงสมัคร ซึ่งถือเป็นผู้กว้างขวางในพื้นที่ คู่แข่งสำคัญคือนายนรพล ตันติมนตรี ที่จะลงสมัครในนามพรรคพลังประชารัฐ ได้รับการสนับสนุนจากอบต.ในหลายพื้นที่ แต่สุดท้ายยังเชื่อว่าคะแนนนิยมของพรรคจะทำให้ผู้สมัครของพรรคชนะไป โดยจะได้คะแนนเสียงประมาณ 3.5หมื่นคะแนน

 


เอ่อ.......... ไม่รู้จะคุยอะไร เห็นบางพรรค บาง ส.ส.ทั้งแย่ง ทั้งทวง ทั้งขู่ จะเอาเก้าอี้รัฐมนตรีกัน

เรื่องพานกับ 'คนนอกคอก'
ประชาธิปไตย 'พานไหว้ครู'
โลกจะสวยด้วย "จิตให้"
'แม่มด' หรือคน 'คดแผ่นดิน'
'ด้วยยินดีและสิ่งที่ห่วงใย'
'๑ หญิง ๒ ชาย' ที่ไปด้วยกัน