‘พระครูประโชติรัตนานุรักษ์’เหลือแต่ความดี .. ประดับไว้ในโลกา


เพิ่มเพื่อน    

20 ม.ค.2562 - พระมหาอภิชาติ ธมฺมาภินนฺโท พระวิทยากร โพสต์เฟซบุ๊กถึงเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะกรณีการสังหารพระสงฆ์ในหัวข้อ “เหลือแต่ความดี .. ประดับไว้ในโลกา” ระบุว่า ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงกับพระสงฆ์ ชาวพุทธ เพื่อนร่วมเกิด แก่ เจ็บ ตาย จะมีความสะเทือนใจ และเจ็บปวดใจเป็นที่สุดในฐานะพุทธบุตร บุตรของพระพุทธเจ้าผู้ไม่คิดจะเบียดเบียนใคร ยิ่งเป็นเป็นพระที่รู้จักมักคุ้น เคารพศรัทธา รู้ว่าท่านยืนหยัดทำหน้าที่เพื่อใคร ยิ่งเจ็บปวดใจหาอะไรมาเปรียบมิได้

ถ้าสูงสุดของการทำความดี เพื่อความดับทุกข์ที่อยู่ในใจตนเอง และเพื่อนมนุษยชาติ โดยไม่ได้เลือกชั้น วรรณะ ศาสนา อาจารย์พระครูประโชติฯ คือหนึ่งในผู้ทำความดีเพื่อสิ่งนั้น

ทุกครั้งที่อยู่ใกล้ท่านจะเกิดความอุ่นใจ เยือกเย็น ท่านมีรอยยิ้มที่เป็นมิตร แม้จะรู้จักท่านไม่กี่ปี แต่ท่านก็เหมือนพี่ เหมือนครูอาจารย์ ท่านเป็นคนตัวเล็ก แต่มีหัวใจเดี่ยว เด็ดเดี่ยวในความดี รักความยุติธรรม ท่านทำงานนึกถึงคนอื่นมากกว่าตนเอง เป็นห่วงคนอื่นมากกว่าตนเอง เสียสละยืนหยัดทำหน้าที่ทั้งๆที่รู้ว่า จะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของตนเอง
ไม่รู้อะไรที่หล่อหลอมให้ท่านเป็นท่านอย่างที่เป็น ไม่รู้จะหาพระอย่างท่านได้ที่ไหน ไม่รู้จะใช้เวลาเท่าไหร่ที่จะสร้างพระอย่างท่านได้ พระผู้เสียสละ พระนักพัฒนา พระผู้เป็นที่พึ่งให้กับชาวบ้าน ให้กับชุมชน พระอาจารย์ที่เคารพท่านหนึ่งท่านเล่าให้ฟังว่า พระครูประโชติฯเล่าให้ฟังว่า ถ้าไม่มีพระพุทธศาสนา ท่านคงเป็นคนไม่มีศาสนา

ผู้เขียนเคยได้พูดคุยกับท่านถึงกำลังใจ แรงบันดาลใจในการทำงานยืนหยัดเพื่อชาวบ้าน เพื่อชุมชน ท่านได้เล่าให้ฟังว่า มีแรงบันดาลใจในการทำหน้าที่ เมื่อครั้งหนึ่งคณะพระธรรมทูตอาสา 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มากราบเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ผู้ดำริให้จัดตั้งพระธรรมทูตอาสาขึ้น แล้วเจ้าประคุณฯ ก็ได้ให้โอวาท มีความตอนหนึ่งว่า

“เราตายได้ พระพุทธศาสนาตายไม่ได้ หากไม่มีพระสงฆ์ในพื้นที่ชาวพุทธก็หมดที่พึ่ง แม้วันใดวันหนึ่งข้างหน้า พระพุทธศาสนา ชาวพุทธจะอยู่ไม่ได้จริงๆ ก็ขอให้พระสงฆ์เดินออกจากพื้นที่เป็นคนสุดท้าย”

ทำให้ในปัจจุบันนี้หลายรูปได้ทำลายกำแพงแห่งความกลัวไป เหลือไว้แต่หัวใจที่เสียสละด้วยความศรัทธาในพระพุทธศาสนา ตามปณิธานของเจ้าประคุณสมเด็จฯ

การทำหน้าที่รักษาลมหายใจของพระพุทธศาสนาในพื้นที่ของสีแดงของจังหวัดชายแดนภาคใต้ แม้จะต้องแลกด้วยชีวิต เลือดเนื้อ ลมหายใจท่านก็ยอม สมกับปณิธานที่ท่านพูดไว้ “ไม่ตายไม่ขอเลิกทำความดี”  “ผมไม่หนี ผมถือว่าตรงนั้นเป็นแผ่นดินไทย ปูย่าตายายผมเป็นคนพุทธ เกิดตรงนี้ ขอตายตรงนี้”  (ขอบคุณ หลวงอิฐ ที่นำมาถ่ายทอดไว้)

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เพียงแค่ชาวบ้านโคกโกเท่านั้นที่ใจสลาย พระสงฆ์ ชาวพุทธทั่วประเทศ ทั่วโลก ก็เกิดใจสลายสะเทือนใจ เจ็บปวดใจอย่างเป็นที่สุด

ทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ว่าดีหรือร้าย ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป การที่เราปล่อยวางภาระหน้าที่ต่อพระศาสนาที่เราอาศัยอยู่ โดยที่ไม่ต้องทำอะไรเลย บางทีเราอาจจะคิดว่า เราเป็นผู้โชคดีที่สุด แต่ถ้าพลันนึกถึงวันสุดท้ายของชีวิต เราจะเป็นคนที่เสียดายที่สุด เสียดายที่ได้เกิดมาพบพระพุทธศาสนา เกิดมาได้อาศัยร่มเงาพระพุทธศาสนาเป็นที่พึ่งของชีวิต แต่ไม่ได้ตอบแทนคุณพระพุทธศาสนาเลย เหมือนเราได้อาศัยแม่ผู้ให้กำเนิด แต่ไม่เคยตอบแทนพระคุณท่านเลย

ขอผลบุญที่ได้ร่วมทำจงสำเร็จเป็นวิบากผล อำนวยทิพยสุข ทิพยสมบัติส่งถึง อาจารย์พระครูประโชติรัตนานุรักษ์ และพระสมุห์อรรถพร ในสุคติสัมปรายภพ ตราบถึงพระนิพนานด้วยเทอญ.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.