เก็บงานหมดแล้ว!นับถอยหลัง4รมต.พรรคพลังประชารัฐพ้นทำเนียบ!


   

23 ม.ค.62 - นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล   รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  อีกตำแหน่งเป็นโฆษกพรรคพลังประชารัฐ  กล่าวภายหลังมีพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ให้มีการเลือกตั้งออกมา ถึงกรณีลาออกจากตำแหน่ง ว่าจากนี้กระบวนการเลือกตั้งจะได้เดินหน้าตามขั้นตอน ภายใน 5 วันนับจากนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะได้กำหนดวันเลือกตั้งขึ้นมา ตนดีใจที่ทุกอย่างเป็นไปตามครรลองของรัฐธรรมนูญ 

นายกอบศักดิ์ กล่าวว่าในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยืนยันเสมอว่าเมื่อมี พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้งออกมาแล้ว 4 รัฐมนตรี ที่เป็นผู้บริหารพรรคจะได้หารือร่วมกันเพื่อหาวันที่เหมาะสมในการร่วมกันตัดสินใจตามที่ได้พูดไปหลายหนแล้ว ย้ำว่า 4 รัฐมนตรีจะไปพร้อมกัน อีกทั้งเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะหัวหน้าพรรคพปชร.ก็ยืนยันไปแล้วว่ากระบวนการต่างๆ จะเป็นไปอย่างที่เคยพูดว่าจะให้ 4 รัฐมนตรีคุยกันก่อนที่จะประกาศออกมาว่าเราจะพร้อมกันวันไหน และแน่นอนว่าเมื่อ 4 รัฐมนตรีคุยกันเรียบร้อยแล้วจะต้องคุยกับนายกรัฐมนตรีด้วย เพื่อรายงานให้รู้ถึงการตัดสินใจของพวกเรา

นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ตอนนี้อยากรู้ว่า กกต.จะกำหนดวันเลือกตั้งวันใด เราทั้ง 4 คน มีความพร้อม เพียงแต่ขอให้ได้พูดคุยกันก่อน โดยในงานรับผิดชอบของทั้ง 4 คน ได้เก็บงานกันเสร็จเกือบหมดแล้ว  อย่างของตนหากขึ้นไปดูบอร์ดที่ห้องทำงานจะเห็นว่าปฏิทินการทำงานของตนถูกขีดออกไปจำนวนมากแล้ว นายอุตตม เองยืนยันว่าเก็บงานไปได้มากแล้ว และมีความพร้อม เพียงแต่จะมีจังหวะเวลาที่เหมาะสมของพวกเราว่าจะเป็นวันไหน

ผู้สื่อข่าวถามว่า หาก 4 รัฐมนตรีลาออกงานในส่วนที่รับผิดชอบจะทำอย่างไร นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า ตรงนี้ต้องถามนายกฯ เพราะเป็นอำนาจตัดสินใจของนายกฯ แต่อย่างไรก็ตาม กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ ต่างมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง แม้แต่สำนักนายกรัฐมนตรีก็มีนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ ที่เป็น รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อยู่อีก 1 คน ดังนั้นจะมีเพียงกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเท่านั้นที่ไม่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง เดี๋ยวนายกฯก็ตัดสินใจเองว่าจะทำอย่างไร

ถามว่า การที่ 4 รัฐมนตรียังไม่ระบุวันที่จะลาออก เป็นเพราะต้องรอให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ช่วยตัดสินใจให้ใช่หรือไม่ นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวเลย แต่เราทั้ง 4 คน ต้องไปดูความพร้อมของแต่ละคน โดยเฉพาะงานที่เรารับปากกับประชาชนไว้ ดังนั้น ขอให้รอหารือกับหัวหน้าพรรค พปชร.ก่อน เพราะทุกคนเดินตามหัวหน้าพรรคอยู่แล้ว  อย่างไรก็ตาม การที่เราสวมหมวก 2 ใบนั้นไม่ง่าย เพราะคู่แข่งวิ่งมาราธอน 24 ชั่วโมง ในขณะที่เราต้องมาวิ่งตอนกลางคืนถึง 08.30 น. ในเวลาราชการเพราะไม่สามารถทำอะไรได้ จึงคิดว่าเกิดความไม่สะดวกมาก เพราะเราอยากต่อสู้เต็มที่ทางการเมือง หากลงสนามการเมืองได้อย่างเต็มที่เราก็อยากทำ

เมื่อถามว่า เมื่อกำหนดวันเลือกตั้งแล้ว มีผลต่อการตัดสินใจหรือไม่ นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า ต้องรอถามหัวหน้าพรรคก่อน ว่าพ.ร.ฎ.ออกมาแล้วจะมีความคิดเห็นว่าอย่างไร แต่เรายืนยันเสมอว่าจะออกพร้อมกันทั้ง 4 คน และในเวลาที่เหมาะสม เมื่อเราตกลงกันให้เรียบร้อยว่าจะเอาวันไหน จะมีการแจ้งผ่านให้สื่อมวลชนรับทราบ

ถามว่า ทำไมพรรค พปชร. จึงไม่ทาบทามพล.อ.ประยุทธ์ เสียที ปล่อยให้รอนาน โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่าเรื่องนี้ขอคุยกันภายในคณะกรรมการบริหารพรรค ซึ่งหัวหน้าพรรคได้ระบุไปแล้วว่า มันมีขั้นตอนของมัน ต้องรอกระบวนการตัดสินใจของพรรคต่อไป เพราะการเลือกตั้งเราทำงานเป็นกลุ่ม ไม่มีใครเป็นเจ้าของพรรค ไม่ได้เป็นของคนใดคนหนึ่ง ต้องรอคณะกรรมการลงมติร่วมกัน และเดินหน้าต่อไป แต่อย่างน้อยเมื่อ พ.ร.ฎ.ออกมาก็มีความชัดเจนหมดทุกอย่าง วันนี้เหมือนการยิงปืน ส่งสัญญาณให้ออกจากจุดเริ่มต้น ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่ได้ยิงสักที ทำให้ละล้าละลัง เมื่อได้ยิงเสียงปืนแล้วทุกคนวิ่ง

เมื่อถามว่า พปชร. เป็นหนึ่งในพรรคการเมืองที่ กกต.เตือนว่ายังไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองได้ครบถ้วน ซึ่งอาจจะไม่สามารถส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งได้ นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า ประเด็นนี้ต้องปรึกษานายวิเชียร ชวลิต นายทะเบียนพรรค ที่เป็นผู้ดูแลด้านกฎหมายต่างๆของพรรค แต่ตนเชื่อว่านายวิเชียร จะดูแลได้เรียบร้อย ต้องยอมรับว่า พปชร.เป็นพรรคที่กลัว กกต.มากที่สุด เราจะดูกฎหมายทุกข้อ และจะดำเนินการตามทุกขึ้นตอน ส่วนตนไม่ว่าจะทำอะไรก็จะสอบถามนายวิเชียรสมอ เชื่อว่านายวิเชียรก็ทราบอยู่แล้ว ว่ามีอะไรเป็นเงื่อนไขบ้างและคิดว่าไม่น่าจะพลาด และมั่นใจว่า พปชร.พร้อม.
 


ผมผิดอะไร?...........ฟัง "ทอน" แถลงข่าวก็ได้ข้อสรุปไม่ใช่เรื่อง "อยู่เป็น" หรือ "อยู่ไม่เป็น" แล้วล่ะ        อยู่ไปก็ไลฟ์บอยซะมากกว่า 

"ทอน-บุตร" ประเทศกูมี
"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว