'สามัญชน' ส่งสมัครส.ส. 17 เขต ชูนโยบายเปลี่ยนรัฐเผด็จการ เป็นรัฐสวัสดิการ


   

28 ม.ค. 62 - ที่ห้องประชุมอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว ถ.ราชดำเนิน พรรคสามัญชน นำโดยนายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ หัวหน้าพรรค, น.ส.ชุมาพร แต่งเกลี้ยง รองหัวหน้าพรรค พร้อมคณะผู้บริหารและสมาชิกพรรค จัดกิจกรรมแถลงวิสัยทัศน์พรรคสามัญชน ตามอุดมการณ์ของพรรค 3 ข้อ คือ ประชาธิปไตยฐานราก สิทธิมนุษยชน และเท่าเทียมเป็นธรรม โดยมุ่งขจัดความเหลื่อมล้ำ 4 ด้าน คือ 1.ขจัดความเหลื่อมล้ำทางการเมือง "กระจายอำนาจ สร้างพื้นที่ประชาชน ตัดสิอนาคตด้วยตนเอง" 2.ขจัดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและแรงงาน "กระจายอำนาจการผลิต หลักประกันทางเศรษฐกิจ ปกป้องพื้นที่ทำกิน" 3.ขจัดความเหลื่อมล้ำทางสังคม วัฒนธรรม และความรู้ "เปลี่ยนรัฐเผด็จการ เป็นรัฐสวัสดิการ" 4.ขจัดความเหลื่อมล้ำทางสิ่งแวดล้อม "อากาศที่เราหายใจ อาหารที่เรากิน และน้ำเท่าที่เราดื่ม"

นายเลิศศักดิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่มีพรรคการเมืองของประชาชนเลย เพราะทุกครั้งที่ร่างกฎหมายของประชาชนเข้าสภามักจะถูกแก้ไขจนจำของเดิมไม่ได้ ที่ผ่านมากฎหมายจึงไม่เคยถูกเขียนโดยสามัญชน การตั้งพรรคสามัญชนมีจุดประสงค์เพื่อไปเขียนกฎหมาย กู้คืนประชาธิปไตยทางตรงนอกสภาและประชาธิปไตยตัวแทนผ่านการเลือกตั้ง และมุ่งประเด็นแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ที่ทุกพรรคพูดแต่การพัฒนา แต่ไม่พูดปัญหาของการพัฒนา ที่คนส่วนน้อยได้ประโยชน์ขโมยความมั่งคั่งไปจากแรงงานและทรัพยากรธรรมชาติ สามัญชนต้องลุกมาทำการเมืองด้วยตนเอง อีก 100 ปี จะต้องมีพรรคนี้อยู่ พรรคจะเติบโตเรียนรู้คู่ประชาชน ร่วมมือกับประชาชนขับเคลื่อนโดยสันติวิธี แม้รู้ว่าไม่ง่ายมีอุปสรรค แต่อุดมการณ์เราเต็มเปี่ยมด้วยอุดมคติ สดใสร่าเริงและมีความหวัง

นายเลิศศักดิ์ กล่าวถึงนโยบายพรรคด้านการเมืองว่า จะยกเลิกการปกครองส่วนภูมิภาค รวมถึงนายอำเภอผู้ใหญ่บ้าน เพื่อปฏิรูปการปกครองท้องถิ่นให้จังหวัดจัดการตนเองได้, ลดระบบราชการส่วนกลางให้เล็กที่สุด กำหนดทิศทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนโดยชุมชนท้องถิ่น, ยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปของ คสช. ที่ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน, ส่งเสริมให้หน่วยงานรัฐเปิดเผยข้อมูลข่าวสารโดยไม่ต้องร้องขอ, ลดขนาดกองทัพ ปรับโครงสร้างให้คำนึงประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก รวมถึงยุบ กอ.รมน., ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญใหม่, รับรองอนุสัญญาสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศให้เป็นกฎหมายภายใน, ให้สัตยาบันต่อธรรมนูญกรุงโรมแห่งศาลอาญาระหว่างประเทศ และยกเลิกคำสั่ง คสช. เป็นต้น

น.ส.ชุมาพร กล่าวถึงนโยบายด้านแรงงาน อาทิเช่น ความเหลื่อมล้ำมาจากระบบกฎหมาย นโยบายที่ไม่เท่าเทียม หยาดเหงื่อแรงงานหลั่งไหลเพื่อนายทุน ปัญหาแรงงานถูกเลิกจ้างไม่ได้รับความเป็นธรรม เราจะรวบรวมสร้างประมวลกฎหมายแรงงานให้บังคับใช้อย่างเป็นธรรมกับแรงงานทุกคน เข้าถึงได้ง่าย ให้มีการจัดตั้งสหภาพแรงงานทั้งในและนอกระบบเพื่อสวัสดิภาพแรงงาน สามารถลาคลอดบุตรได้ 365 วัน โดยได้รับค่าจ้าง และลาหยุดต่อเนื่องได้ไม่น้อยกว่า 21 วัน โดยได้รับค่าจ้าง เป็นต้น

สำหรับสมาชิกคนอื่น เช่น พักตร์วิไล สหุนาฬุ รองเลขาธิการพรรค กล่าวถึงนโยบายสิ่งแวดล้อม เช่น การผลักดันกฎหมายอากาศบริสุทธิ์ ยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ยกเลิกสร้างเขื่อนที่กระทบต่อระบบนิเวศ ใช้พลังงานทางเลือก ส่วนนายนิมิตร์ เทียนอุดม สมาชิกพรรค กล่าวถึงนโยบายทางสังคมว่า จะสร้างรัฐสวัสดิการให้ประชาชน ซึ่งพรรคการเมืองเก่าไม่พูดถึง ต่างจากการสงเคราะห์บางกลุ่มเช่นบัตรคนจนที่เป็นเครื่องมือแบ่งแยก การมีรัฐสวัสดิการเป็นหลักประกันรายได้บนเส้นความยากจนที่ 3,000 บาท เกิดทันทีได้รับเงิน 3,000 บาท เมื่อทำงานจนเกษียณก็เปลี่ยนเบี้ยยังชีพเป็นบำนาญถ้วนหน้า รัฐสวัสดิการต้องสร้างด้วยประชาชนเอง เกิดไม่ได้ถ้ามีแต่พรรคนายทุนกับพรรคทหาร

ผู้สื่อข่าวถามถึงความกังวลต่อคะแนนเสียงจะได้รับเพียงพอต่อการเป็น ส.ส. หรือไม่ และจะลงเลือกตั้งได้กี่เขต นายเลิศศักดิ์ ระบุว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้ว่ากันว่าคะแนน 9 หมื่นเสียงจะได้ ส.ส. 1 คน พรรคพร้อมส่งผู้สมัคร ส.ส.เขต 17 เขต ใน จ.เชียงราย จ.เชียงใหม่ จ.ลำปาง จ.เลย จ.สกลนคร จ.สุรินทร์ จ.กาฬสินธุ์ จ.หนองบัวลำภู เป็นต้น โดยจากการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญปี 2560 หมู่บ้านซึ่งได้รับผลกระทบจากเหมืองทองคำ จ.เลย 6 แห่ง มีเสียงโหวตโนชนะถึง 90 เปอร์เซ็นต์ เป็นความสะใจของชาวบ้านที่ไม่รู้สึกพ่ายแพ้ แม้ผลรวมระดับประเทศเสียงส่วนใหญ่จะเห็นชอบรัฐธรรมนูญก็ตาม ต่อให้เราแพ้เลือกตั้งครั้งหน้าต้องมีต่อ ทุกคะแนนที่เลือกมีคุณค่า ในการคัดค้านกฎหมายและนโยบายที่ไม่เป็นธรรม

น.ส.ชุมาพร กล่าวตอบเสริมว่า 5 ปีที่ผ่านมา เสียงของเราสูญเสียไปมากกว่า แม้การเลือกตั้งเราจะได้เพียง 200-300 เสียง ก็เป็นความก้าวหน้าที่เกิดขึ้น ส่วน ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อคาดว่าจะส่งได้ 5 คน

นายเลิศศักดิ์ กล่าวตอบคำถามถึงจุดยืนพรรคหากได้รับเลือกตั้ง และนโยบายเรื่องกัญชาว่า สามัญชนสามารถจับมือกับทุกพรรคได้ แต่ไม่จับมือกับพรรคที่เอาทหารทุกพรรค ไม่ใช่เฉพาะพรรคพลังประชารัฐ นโยบายกัญชาเราสนใจไม่ใช่แค่การแพทย์ แต่ควรปลูกเพื่อความยั่งยืนของครัวเรือน สามารถปลูกหลังบ้านได้ต้นสองต้น ส่วนการใช้กัญชาอย่างเสรีนั้น ก็ควรต้องเป็นเรื่องการจัดโซนนิ่งดูตามความเหมาะสม

เมื่อถามถึงกำหนดการเดิมที่พรรคสามัญชนจะเดินขบวนจาก จ.ขอนแก่น สู่กรุงเทพฯ เนื่องจากมีการเลื่อนการเลือกตั้ง ขณะนี้ พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ประกาศในราชกิจจาฯ และกำหนดวันเลือกตั้งแล้ว จะยังเดินต่อหรือไม่ นายเลิศศักดิ์ ระบุว่า ขณะนั้นเราห่วงกังวลว่าจะมีการล้มการเลือกตั้ง จึงประกาศเดินขบวนเพื่อปกป้องการเลือกตั้ง ซึ่งไม่คาดคิดว่าจะมีการประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งและวันเลือกตั้ง ดังนั้นการเดินจะต้องเปลี่ยนเจตนารมณ์ โดยจัดคาราวานสามัญชนเดินไปในเขตที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแทน ไม่เดินเข้ากรุงเทพฯ แล้ว


ยิ่งกว่าวันนั้นของเดือน........... "เอ๋-ปารีณา" เธอพูดถึง คุณเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส น่ะ ก็นะ.... ไม่เคยเห็นมาก่อนว่า กรรมาธิการสภาผู้แทนฯ จะแบ่งข้างแยกขั้วซัดกันเละขนาดนี้ เน้นสนองตัณหาตัวเอง ไม่สนใจว่าประชาชนจะได้อะไร

"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?