"ลูกหม้อปชป." ขอโอกาส ขจัดเหลื่อมล้ำ สร้างความเท่าเทียม


   

 

      สถานการณ์เลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในส่วนของภาคตะวันออกและภาคกลาง อดีต ส.ส.หลายคนลาออกไปซบอกพรรคน้องใหม่ ซึ่งประชาธิปัตย์ก็ได้เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เป็นผู้สมัคร ส.ส. เช่น “เด” ชำนาญ เกิดโสภา ลูกหม้อของ ปชป. ซึ่งต้องชิงดำกับ “พล.ต.ท.พิทักษ์ จารุสมบัติ” อดีตคนร่วมพรรค ที่ขณะนี้สวมเสื้อพลังประชารัฐ (พปชร.) เรียบร้อย

แรงบันดาลใจเข้าสู่ถนนการเมือง

      “ชำนาญ” เล่าย้อนกลับไปเมื่อ 13 ปีก่อนว่า รู้สึกสนใจการเมืองจึงเริ่มศึกษาประวัติศาสตร์ตั้งแต่สมัยคณะราษฎร 2475 จนถึงปัจจุบัน พบว่าการเมืองของไทยยังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมากนักในเรื่องของการมีส่วนร่วมของประชาชน เพราะขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องประชาธิปไตยตั้งแต่แรกเริ่ม จนนำมาสู่ปัญหาหลายๆ อย่างที่ฝังรากลึกในสังคมไทย

      หลังจากก้าวผ่านยุคคอมมิวนิสต์และการตื่นตัวของนิสิตนักศึกษา สลับกับการรัฐประหาร ก็เริ่มพัฒนาเป็นยุคธุรกิจการเมืองและระบบอุปถัมภ์ แต่สุดท้ายก็นำไปสู่จุดแตกหักครั้งแล้วครั้งเล่า ตนจึงรับรู้ได้ถึงปัญหาต่างๆ ที่สะสมไว้ว่านักการเมืองที่อาสาและตั้งใจทำเพื่อประชาชนอย่างแท้จริงนั้นหาได้ยากมาก ดังนั้นจึงอยากเข้ามารับใช้บ้านเกิดที่จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยใช้ความรู้ความสามารถที่มีทั้งหมดพัฒนาถิ่นกำเนิด และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงการเมืองที่ทำเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

เป้าหมายทางการเมือง

      นอกจากการพัฒนาทางวัตถุ เพื่อให้ประชาชนกินดีอยู่ดีแล้ว ตนคิดว่าต้องมีความเท่าเทียม เพื่อให้ประชาชนจำนวนมากมีโอกาสเข้าถึงในเรื่องพื้นฐาน เช่น การแสดงความคิดเห็นทางการเมือง เพราะทุกคนต้องหวาดกลัวกับกลุ่มทุน นักการเมือง และระบบราชการไทย ที่ทำให้คนหวาดกลัวอิทธิพลทั้งในกฎหมายและนอกกฎหมาย

      “เป้าหมายของผมจึงไม่ใช่แค่ชนะการเลือกตั้งและเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน แต่ผมอยากปฏิรูปกฎหมายหลายๆ ด้าน เพื่อให้สังคมมีความเป็นธรรม ซึ่งจะเป็นสิ่งเป็นประโยชน์กับประชาชนอย่างยั่งยืน ซึ่งจะเป็นรากฐานแห่งอนาคตของประเทศไทยที่แท้จริง” นายชำนาญกล่าว

ทำไมตัดสินใจลงสมัครในนามพรรคประชาธิปัตย์

      พรรคประชาธิปัตย์ถือเป็นสถาบันการเมืองที่อยู่คู่เมืองไทยมาอย่างยาวนาน และตนได้ผลักดันโครงการก้าวแรกสู่การเมือง เพื่อให้โอกาสคนรุ่นใหม่มีส่วนร่วมกับการเมือง และโครงการนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีจนได้พัฒนาเป็นโครงการ Democrat Internship Program (DIP) ซึ่งทำให้คนรุ่นใหม่มีโอกาสเรียนรู้การทำงานทางการเมืองจาก ส.ส. รัฐมนตรี และอดีตนายกรัฐมนตรี รวมถึงเข้าไปดูปัญหาจริงของชาวบ้านในพื้นที่ ตนจึงเรียนรู้ว่าการแก้ปัญหาบ้านเมืองนั้นไม่มีจุดสิ้นสุด และอยากเข้ามาเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ผลสัมฤทธิ์ของโครงการ DIP ได้สร้างคนรุ่นใหม่ที่มีความสนใจทางเมืองหลายๆ คนที่มีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะทำงาน เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ นับเป็นความภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เป็นผู้ริเริ่มโครงการนี้ขึ้น พรรคประชาธิปัตย์ได้เห็นถึงสิ่งที่ตนช่วยงานพรรคอย่างสุดความสามารถมาโดยตลอด ดำเนินรอยตามอดีตนายกรัฐมนตรี ทั้งนายชวน หลีกภัย และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ฝึกให้มีความอดทนและซื่อสัตย์ ยึดมั่นในอุดมการณ์มาตลอด ไม่ว่าพรรคจะเป็นเสียงข้างน้อย เป็นรัฐบาล หรืออยู่ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมือง แต่ไม่เคยละทิ้งอุดมการณ์ นี่คือเหตุผลตัดสินใจเลือกที่จะสมัครลงพรรคและได้รับการคัดเลือกให้เป็นว่าที่ผู้สมัครสมาชิกผู้แทนราษฎร ปี 2562 ในนามพรรคประชาธิปัตย์เป็นครั้งแรกในชีวิต

      เวลานี้เป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ใช้พลังของคนรุ่นใหม่เข้ามาผลักดันประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้า อยากให้ประชาชนให้กำลังใจและโอกาส และตนจะไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง ขอทุ่มเทให้การเลือกตั้งครั้งนี้ดีที่สุด ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร จะขอยึดมั่นในอุดมการณ์พรรคต่อไปไม่เปลี่ยนแปลง และจะสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ต่อไปอย่างสุดความสามารถ

อยากทำอะไรเพื่อพัฒนาประเทศ

      การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหรือเทคโนโลยีไม่ใช่สิ่งสำคัญสำหรับตน และตอนนี้คนไทยบางคนก็เข้าถึงเทคโนโลยีที่ดีที่สุดของโลกอยู่แล้ว ประเทศไทยเองก็มีอะไรหลายอย่างที่ประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศยังไม่มี

      “แต่สิ่งที่คนไทยต้องการและประเทศยังขาด คือ ความเท่าเทียม เรายังมีความเหลื่อมล้ำแทรกซึมอยู่ในทุกโอกาส เรายังมีชนชั้น ยังมีเมือง มีต่างจังหวัด ยังมีระบบราชการที่เกื้อกูลทุนใหญ่หรือผู้มีอิทธิพลมากกว่าประชาชน แม้กระทั่งในเวทีการเมืองที่พรรคการเมืองก็ยังถูกแทรกแซงไปด้วยทุน อิทธิพลและกองกำลัง แต่การเมืองก็เป็นสิ่งเดียวที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งเหล่านี้ผ่านการปฏิรูปกฎหมายให้เป็นธรรม” นายชำนาญกล่าว และว่า เป้าหมายของตนไม่ใช่การเป็นนักการเมืองมือสมัครเล่น แต่คือการขอโอกาสเข้าไปเป็นตัวแทนของประชาชนฐานรากสู่การแก้กฎหมายให้เป็นธรรม.

 

ชื่อ นายชำนาญ นามสกุล เกิดโสภา ชื่อเล่น เด

-เกิดวันที่ 24 เมษายน พ.ศ.2524 อายุ 37 ปี

-ประวัติการศึกษา ระดับปริญญาตรี ครุศาสตร์ ราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา และปริญญาโท รัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

-ประสบการณ์ที่ผ่านมา คณะทำงานพิเศษรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, ผู้ช่วยดำเนินงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร, ที่ปรึกษาประจำกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ, คณะทำงานด้านเยาวชน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้จัดการโครงการเยาวชน (DIP) พรรคประชาธิปัตย์.


สมัยก่อน......... เรือสำเภา มีหินเป็น "ตัวอับเฉา" ถ่วงท้องเรือ กันเรือโคลง สมัยนี้...... ประชาธิปไตยเลือกตั้ง มี ส.ส.เป็น "ตัวอับเฉา" ถ่วงประเทศ กันบ้านเมืองเจริญ!

แรงจูงใจของอาชญากร
ที่ไม่ได้วินิจฉัย 'ใช่ว่าไม่ผิด'
'ศิษย์หนุ่มกับอาจารย์ทารก'
๒๑ มกรา 'มีใครจะลาบวช?'
ดิ้นกันไปเมื่อรู้ว่า 'ใกล้เมรุ'
ปิยบุตร "ยังเป็นคนอยู่หรือ?"