อังกฤษเตรียมแผนอพยพ 'ควีน' หากวุ่นวายหลังเบร็กซิต


เพิ่มเพื่อน    

ทางการอังกฤษรื้อฟื้นแผนสมัยสงครามเย็นกลับมาใช้ เพื่อนำควีนเอลิซาเบธที่ 2 และสมาชิกราชวงศ์ไปประทับในที่ปลอดภัย หากเกิดความวุ่นวายหลังเบร็กซิตไร้ข้อตกลง

แฟ้มภาพ วันที่ 21 มิถุนายน 2560 สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงเปิดการประชุมรัฐสภาอังกฤษ / AFP

    หนังสือพิมพ์อังกฤษ 2 ฉบับรายงานเรื่องนี้เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ ได้แก่ ซันเดย์ไทม์ และเดลีเมล์ฉบับวันอาทิตย์ ซันเดย์ไทม์รายงานอ้างแหล่งข่าวจากสำนักคณะรัฐมนตรีอังกฤษที่รับผิดชอบในเรื่องอ่อนไหวว่า  รัฐบาลอังกฤษมีแผนการฉุกเฉินในการอพยพสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และสมาชิกราชวงศ์มาตั้งแต่สมัยสงครามเย็น แต่ในปัจจุบันนำมาเปลี่ยนวัตถุประสงค์ใหม่ในกรณีที่อาจเกิดความวุ่นวายของพลเรือนขึ้นหลังเบร็กซิตโดยไร้ข้อตกลง

    ส่วนหนังสือพิมพ์เดอะเมล์ฉบับวันอาทิตย์รายงานว่า รัฐบาลอังกฤษมีแผนที่จะอพยพสมาชิกราชวงศ์อังกฤษรวมถึงสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ไปยังที่ปลอดภัยห่างไกลจากกรุงลอนดอน ถ้าเกิดความวุ่นวายขึ้นในกรุงลอนดอนหลังเบร็กซิต

     รัฐบาลอังกฤษพยายามอย่างหนักที่จะให้รัฐสภาสนับสนุนข้อตกลงช่วงเปลี่ยนผ่านสู่เบร็กซิตกับสหภาพยุโรป (อียู) ก่อนกำหนดเส้นตายออกจากอียูของอังกฤษในวันที่ 29 มีนาคมปีนี้ ขณะเดียวกันรัฐบาลอังกฤษและภาคธุรกิจกำลังเตรียมแผนฉุกเฉินในกรณีเบร็กซิตโดยไร้ข้อตกลง

    กลุ่มธุรกิจออกมาเตือนว่า จะเกิดการหยุดชะงักไปทั่วประเทศถ้ามีการล่าช้าอย่างยาวนานของสินค้านำเข้าจากอียู เนื่องจากกฎระเบียบใหม่ในการตรวจสอบสินค้านำเข้าจากอียูของศุลกากร และเป็นไปได้ที่จะทำให้ที่เกิดการขาดแคลนอาหารและยาในอังกฤษ

    ด้านเจค็อบ รีส ม็อกก์ ส.ส.พรรคอนุรักษ์นิยมซึ่งเป็นผู้สนับสนุนเบร็กซิต ให้สัมภาษณ์เดอะเมล์ว่า  แผนดังกล่าวเป็นการตื่นกลัวอย่างไม่จำเป็นของรัฐบาลในเรื่องเบร็กซิตโดยไร้ข้อตกลง สมาชิกพระราชวงศ์อังกฤษทรงประทับที่กรุงลอนดอนในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ลอนดอนโดนทิ้งระเบิด.


เชื่ออะไรผมอย่างได้มั้ย? คือผมจะบอกว่า..... เห็นความ "ดิบ-กระแดะ-ด้าน" ของนักเรียน-นักศึกษาใต้ปฏิบัติการล้างสมองของสามสัสแล้ว ไม่ต้องห่วงกันไปหรอกว่า เมื่อพวกนี้โตขึ้น จะเป็นผู้เข้ามากำหนดอนาคตประเทศ

ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?
เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ