ทนายพาชายสติไม่สมประกอบร้องกองปราบเอาผิดตร.สุพรรณฯ ยัดข้อหาพรากผู้เยาว์


เพิ่มเพื่อน    

7 ก.พ.62 - จากกรณีการตามหาเด็กชายซูลุยผิว หรือ น้องต้าแง วัย 2 ขวบ เด็กชายชาวพม่าที่หายตัวไปกลางไร่อ้อยในพื้นที่หมู่บ้านสุวรรณวัฒน์ หมู่ 9 ต.สระพังลาน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี เป็นเวลา 9 วัน กระทั่งพบศพน้องต้าแงในร่องน้ำ ไกลจากจุดที่หายประมาณ 800 เมตร ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายจับนายฝน ชายสติไม่ดี ในข้อหาพรากผู้เยาว์ โดยศาลได้มีคำสั่งให้นำตัวนายฝนเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาอาการทางจิตที่สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ เป็นเวลา 30 วัน ต่อมา ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ได้มีคำสั่งปล่อยตัวนายฝนกลับสู่ความดูแลของพ่อแม่เมื่อวันที่ 2 ก.พ.62 ที่ผ่านมา ซึ่งชาวบ้านได้เตรียมทำบุญทำพิธีรับขวัญนายฝนในวันเสาร์ที่ 9 ก.พ. ที่จะถึงนี้ด้วย

ล่าสุด ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความได้พานายทองขวัญ ฉิมมา หรือ ฝน พร้อมด้วยนายสมจิตร ฉิมมา และ นางพะยูง สร้อยทอง พ่อและแม่ของนายฝนที่ตกเป็นผู้ต้องหาพรากผู้เยาว์ คดีการเสียชีวิตของ ด.ช.ซูลุยผิว หรือต้าแง เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ พล.ต.ต.คมศักดิ์ สุมังเกษตร  ผู้บังคับการจังหวัดสุพรรณบุรี (ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี) พ.ต.อ.กฤษณ์ วาฤทธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี พ.ต.อ.สมเดช เกษมสุข ผกก.สอบสวน ภ.จว.สุพรรณบุรี  พ.ต.อ.รณกร ประคองศรี  ผกก.สภ.สระยายโสม พร้อมด้วยพนักงานสอบสวนและผู้ปฏิบัติรวม 12 นาย ข้อหา 157 ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ม.166 ปลอมแปลงเอกสาร ม.200 กลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษและ ม.135 หน่วงเหนี่ยวกักขัง

นายอนันต์ชัย เปิดเผยว่า คดีนี้ ผลการตรวจวินิจฉัยของแพทย์ จากสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ สรุปว่า นายฝน ปัญญาอ่อนระดับกลาง หรือเทียบเท่ากับเด็กอายุ 7 ปี มีโรคทางอารมณ์ จากอาการทางระบบสมองโรคลมชัก จากภาวะทางจิตเวชและระบบสมองทำให้ ผู้รับการตรวจไม่สามารถต่อสู้คดีได้ ไม่สามารถตอบคำถามได้ตรงตามคำถามไม่สามารถคิดอะไรซับซ้อน การตัดสินใจไม่ดีคล้ายเด็กและมีปัญหาการควบคุมอารมณ์เมื่อถูกกระตุ้นเห็นควรรับประทานยาอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันปัญหาจากอารมณ์ และควรได้รับการดูแลจากญาติอย่างใกล้ชิด โดยนายฝน ได้อยู่ในการดูแลวินิจฉัยของแพทย์ ที่ประกอบไปด้วยจิตแพทย์พยาบาลจิตเวชนัก สังคมสงเคราะห์นักจิตวิทยาคลินิกและนักกิจกรรมบำบัด เป็นเวลากว่า 38 วัน

นายอนันต์ชัย กล่าวว่า คดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานผิดพลาดหลังเกิดเหตุ แทนที่จะนำตัวส่งแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยทั้งที่รู้ว่านายฝนสติไม่สมประกอบ แต่กลับเรียกไปแจ้งข้อกล่าวหาพรากผู้เยาว์ โดยไม่มีประจักษ์พยานหลักฐานที่สามารถเชื่อมโยงว่านายฝนเป็นผู้ก่อเหตุ หลังเกิดเหตุวันที่ 25 ธันวาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายฝนไปสอบปากคำก่อนที่จะปล่อยตัวกลับมา วันที่ 26 ธันวาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจนำนายฝนพร้อมพ่อไปสอบสวนอ้างบอกสอบในฐานะพยาน แต่กลับนำตัวนายฝนไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยมีการบันทึกวีดีโอทั้งที่ตอนแรกบอกว่าสอบในฐานะพยาน ไม่ใช่ผู้ต้องหา

ต่อมาวันที่ 28 ธันวาคม ได้ไปขอศาลออกหมายจับคดีพรากผู้เยาว์ โดยมี พล.ต.ต.คมศักดิ์ ผู้บังคับการจังหวัดสุพรรณบุรี หัวหน้าเจ้าพนักงาน ก่อนนำหมายจับไปแจ้งให้นายฝนทราบที่สถาบันกัลยาฯ โดยอ้างว่านายฝนได้อ่านหมายจับด้วยตัวเองพร้อมพิมพ์ลายนิ้วมือ ซึ่งเป็นการบันทึกการจับกุมโดยมิชอบ กระทั่งวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ร.ต.อ.วีรยุทธ สุขแสง พนักงานสอบสวน.สภ.สระยายโสม ได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อขอเลิกคำร้องฝากขังและปล่อยตัวผู้ต้องหาออกมา 

นอกจากแจ้งความเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 12 นายแล้ว ยังมีแพทย์ที่ต้องแจ้งความเพิ่มเนื่องจากลงความเห็นว่า นายฝนสามารถให้การได้ทั้งที่สมองพัฒนาการเท่ากับเด็กอายุ 5 ขวบ ตำรวจไทยเก่งที่สุดในโลก รู้ถึงไหนอายถึงนั่นตำรวจสอบสวนคนปัญญาอ่อนรู้เรื่อง ต้องไปเรียนการสอบสวนใหม่ หรือไม่ก็เลิกไปเลย นอกจากนี้ยังพบว่า มีการข่มขู่ โดยมีคนในหมู่บ้านแจ้งมาที่ตนว่า ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงโทรมาถามพ่อของนายฝนว่าคดีไปถึงไหนแล้ว ถ้าเป็นคดีความระวังจะเดือดร้อน หลังจากนี้จะฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วย โดยเรียกค่าเสียหายจำนวน 10 ล้าน เพราะคดีนี้ครอบครัวของนายฝนได้จ้างตนเป็นทนายแล้วในราคา 1 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันนี้ ถ้านายอนันต์ชัย  ได้เปิดโอกาสให้ผู้สื่อข่าวสอบถามนายฝน ถึงเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นเพื่อให้ทราบว่านายฝนไม่สามารถตอบคําถามได้ อย่างเช่น รู้จักกับ ด.ช.ต้าแงมาเป็นเวลา 5 ปีแล้ว ด.ช.ต้าแงเป็นตำรวจ แต่ขณะเดียวกันนายฝนอ้างว่าในวันที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับไปนั้นถูกใส่กุญแจมือถูกตบหน้าและถูกเอาบุหรี่จี้ที่แขนจนรู้สึกเจ็บ


เชื่ออะไรผมอย่างได้มั้ย? คือผมจะบอกว่า..... เห็นความ "ดิบ-กระแดะ-ด้าน" ของนักเรียน-นักศึกษาใต้ปฏิบัติการล้างสมองของสามสัสแล้ว ไม่ต้องห่วงกันไปหรอกว่า เมื่อพวกนี้โตขึ้น จะเป็นผู้เข้ามากำหนดอนาคตประเทศ

ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?
เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ