เครือข่ายชาวเลร้องชะลอสร้างบ้านใหม่ให้มอแกน เหตุคับแคบไม่สอดรับวิถีดั้งเดิม


   

เครือข่ายชาวเลยื่นหนังสือชะลอสร้างบ้านหลังใหม่ให้มอแกนหมู่เกาะสุรินทร์เหตุคับแคบ-เสนอขยายพื้นที่บนหาดเดิม-ปลัดทส.รับลูกนำเข้าที่ประชุม นักวิชาการแนะหน่วยราชการมุ่งช่วยชุมชนมากกว่าภารกิจที่ได้รับมอบหมาย

11 ก.พ.62 - ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เครือข่ายชาวเลอันดามันนำโดยนายวิทวัส เทพสง ได้ยื่นหนังสือต่อนายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวง ทส.ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำกินและพื้นที่ทางจิตวิญญาณของชาวเลและชาวกะเหรี่ยง เพื่อขอให้ชะลอการสร้างบ้านชาวเลชนเผ่ามอแกน หมู่เกาะสุรินทร์และขยายพื้นที่เพียงพอต่อการดำรงวิถีชีวิต โดยนายวิจารย์รับปากว่าจะรีบนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม

ทั้งนี้ เนื้อหาในหนังสือที่ยื่นระบุว่าชาวมอแกนเกาะสุรินทร์ บุกเบิกตั้งถิ่นฐานมามากกว่า 150 ปี โดยหลังจากมีการแบ่งเส้นขอบแดนและแบ่งน่านน้ำของแต่ละประเทศ ทำให้ชาวเลมอแกนในอันดามันถูกจำกัดพื้นที่การไปมาหาสู่และออกหากิน ขาดสิทธิขั้นพื้นฐานทั้งๆที่ชาวเลมอแกนมีวิถีชีวิตหากินกับทะเลและชายฝั่ง พึ่งพาธรรมชาติ โดยอาศัยเครื่องมือจับปลาดั้งเดิมที่ไม่ทำลายล้างทรัพยากร เหตุการณ์ไฟไหม้หมู่บ้านมอแกนหมู่เกาะสุรินทร์ 61 หลังคาเรือน ทำให้มอแกนกว่า 70 ครอบครัว กว่า 273 คน ต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ข้าว ของ เครื่องใช้ เครื่องมือหากิน โดยเฉพาะเงินทองที่เก็บสะสมมาทั้งชีวิต

ในหนังสือระบุว่าหลังไฟไหม้แล้ว ผู้คนมากมายหลั่งไหลกันมาช่วยเหลือ เมื่อเริ่มตั้งหลักได้ก็ต้องเริ่มสร้างบ้าน กลับไม่มีทางเลือกให้สร้างบ้านได้เหมือนเก่า ทั้งๆที่มีการบริจาคมากพอที่จะสร้างบ้านมอแกนให้พออยู่เหมือนก่อนถูกไฟไหม้ เมื่อแบบบ้านออกมาก็มีคำถามว่าคน 12 คน จะอยู่ในบ้านขนาด 3X6.5 อย่างไร โดยข้อเสนอของชาวเลมีดังนี้ 1.ชะลอกระบวนการสร้างบ้านที่มีแบบบ้านคับแคบ ไม่พออยู่อาศัยสำหรับมอแกนบางหลัง ซึ่งเดิมอาศัยรวม 2-3 ครอบครัวในหลังใหญ่ 2.ให้นำเรื่องการสร้างบ้านของชุมชนมอแกนหมู่เกาะสุรินทร์เข้าสู่คณะกรรมการแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเล ตาม มติ ครม.2 มิถุนายน 2553 เพื่อให้หน่วยงาน ชาวเล และทุกภาคส่วนในระดับที่พอจะตัดสินใจได้หารือเพื่อหามติ 3.ให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการฯชาวเล เพื่อสนับสนุนการสร้างบ้านและยกระดับคุณภาพชีวิตชาวเลชนเผ่ามอแกนเกาะสุรินทร์

ด้าน นางนฤมล อรุโณทัย นักวิชาการจากสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งได้ลงพื้นที่ชุมชนมอแกนหมู่เกาะสุรินทร์เมื่อวันที่  9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กล่าวว่าขณะนี้ข้าวของบริจาคบางชนิดมากเกินความจำเป็น เช่น เสื้อผ้าที่วางกองไว้มากมาย ท้ายสุดเกรงว่าจะกลายเป็นขยะ เสื้อผ้าที่รับบริจาคเป็นเสื้อผ้าทั่วไป แต่หญิงชาวมอแกนส่วนใหญ่ใส่ผ้าถุงและเสื้อชั้นใน ส่วนผู้ชายมักจะใส่กางเกงขาสั้นและเสื้อยืด

สิ่งที่สำคัญคือการจัดกระบวนการสำหรับการแจกจ่ายข้าวของ ซึ่งควรให้ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วม และมีบุคคลที่คอยประสานงานระหว่างภายนอกและภายใน เพื่อที่จะได้ตรวจสอบว่ามีอะไรที่ได้รับบริจาคครบแล้ว และยังมีสิ่งใดที่ขาดแคลนบ้าง จะได้รับบริจาคข้าวของเครื่องใช้ เครื่องมือที่ชาวมอแกนได้ใช้ประโยชน์จริงและมีความทนทานในการใช้งาน

"จริงๆ แล้วการฟื้นฟูควรมุ่งเน้นไปที่การสร้างชุมชนและการประสานงานร่วมกันทั้งหน่วยงานและชุมชน ไม่ควรเน้นเชิงกายภาพ หรือเน้นการปฎิบัติภารกิจของหน่วยราชการและหน่วยที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จอย่างรวบรัด เพราะจะเกิดการนำเอาเป้าหมายของหน่วยงานเป็นตัวตั้งแต่ละเลยการสร้างความเป็นชุมชน

ที่ผ่านมา ความเจริญที่เข้ามาภายหลังเหตุการณ์สึนามิทำให้ชาวมอแกนต่างคนต่างอยู่  วิกฤตครั้งนี้เป็นโอกาสที่จะทำให้ชุมชนหันมารวมตัวกันและเรียนรู้วิถีที่จะอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ได้ แต่เข้าใจว่าหน่วยงานที่เข้ามาช่วยเหลืออาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยกับวิถีวัฒนธรรม จึงเข้าใจเพียงบางเสี้ยวและได้ข้อมูลไม่รอบด้าน อยากให้รับฟังมุมมองจากชุมชน ชวนชาวบ้านมาหารือ โดยเริ่มสร้างกลุ่มบนพื้นฐานระบบเครือญาติที่มีอยู่ ไม่ใช่แต่งตั้งผู้นำเดี่ยวหรือเรียกใครคนใดคนหนึ่งมาสอบถาม และควรจะให้เวลาชาวบ้านได้มีเวลาคิดร่วมกัน พูดคุยปรึกษาหารือกันเพื่อวางแผนอนาคต ซึ่งชุมชนบ้านน้ำเค็มเป็นตัวอย่างของการฟื้นฟูตนเองจากภัยพิบัติสึนามิ” นางนฤมล กล่าว

นางนฤมล กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องการสร้างบ้านหลังใหม่ให้กับชาวมอแกนนั้น เจ้าหน้าที่อุทยานฯเน้นให้สร้างบ้านในพื้นที่เดิมไปก่อน หากครอบครัวใดมีความจำเป็นก็ค่อยต่อเติมเอาภายหลัง แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าในผังแบบบ้านครั้งนี้มีพื้นที่โล่งสำหรับใช้ประโยชน์ร่วมกันของคนในชุมชนอยู่น้อย ขณะเดียวกันชาวมอแกนก็เสนอว่าควรขยับขยายพื้นที่ไปยังที่ดินอีกด้านหนึ่งของโรงเรียน ซึ่งเป็นพื้นที่โล่งจะทำให้ลดความแออัดของชุมชนได้มาก และจะมีแนวกันไฟเพื่อป้องกันอุบัติเหตุอัคคีภัยในอนาคตได้ด้วย


ช่วงไม่อยู่.....ก็อาศัยติดตามข่าวสารโซเชียลมีเดีย เปิดๆ ปิดๆ ติดบ้างไม่ติดบ้าง ทางมือถือ รับรู้ได้ว่า ที่ฮิตและพูดจากันอื้ออึง เห็นจะไม่พ้นเรื่อง ส.ส.แสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช.โดยเฉพาะราย ส.ส.อนาคตใหม่ ๓-๔ คน 

รัฐบาลปริ่มน้ำฝ่ายค้านปริ่มขาดใจ
มอง ส.ส.ผ่านบัญชีทรัพย์สิน
ภาพเชิงซ้อน 'การเมือง-การรบ'
แจกเงินเที่ยว 'รวยนักหรือ?'
เมื่อ 'ลางร้าย' มาถึงฝ่ายค้าน
'แล้งอีสานกับนักการเมือง'