บันทึกหน้า4


   

      ไทยโพสต์ "อิสรภาพแห่งความคิด" www.thaipost.net "ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์มีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาขอศาลรัผบธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 7 (13) ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 แจ้งให้ผู้ร้องทราบและส่งสำเนาคำร้องให้ผู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง ... ศาลนัดพิจารณาครั้งต่อไปในวันพุธที่ 27 ก.พ.62 เวลา 13.30 น." เท่ากับเริ่มนับหนึ่งไต่สวนคดียุบพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) สิ่งที่ต้องลุ้นต่อคือ ศาลรัฐธรรมนูญจะใช้วิธีการไต่สวนคำร้องอย่างไร จะพิจารณาแค่เอกสารจากฝ่ายคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กับ  ทษช.ที่ส่งมา ดูข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะมาตรา 92 (2) ของกฎหมายพรรคการเมือง แล้วตัดสินเลย หรือจะเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายได้ส่งตัวแทนไปเบิกความในชั้นศาลรัฐธรรมนูญ สู้คดีในห้องไต่สวนของศาล หากศาลรัฐธรรมนูญใช้วิธีการไต่สวนคำร้องแบบนี้ ก็มีโอกาสที่การวินิจฉัยอาจเสร็จสิ้นหลังวันเลือกตั้ง แต่ที่แน่ๆ 27 ก.พ. ยังไม่ใช่วันชี้ชะตา ทษช. "เชาวนะ ไตรมาศ" เลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ การันตียังไม่ใช่วันตัดสินคดี เพราะยังอยู่ในกระบวนการพิจารณา หากได้ข้อสรุปศาลถึงจะนัดลงมติอีกครั้ง

      ๐ ตัดมาที่ฝั่งจำเลย พรรคไทยรักษาชาติ แม้ภายนอก ทั้งแกนนำ-ผู้สมัคร ส.ส.ทั้งระบบเขตและบัญชีรายชื่อ ตลอดจนกรรมการบริหารพรรค ฝ่ายกฎหมาย จะเสียงแข็งบอกว่าพร้อมสู้คดีในชั้นศาลรัฐธรรมนูญ แต่ข้อเท็จจริงทุกคนยอมรับสภาพว่า โอกาสพลิกชนะในชั้นศาลรัฐธรรมนูญมีน้อยจนถึงน้อยมาก ด้วยเหตุนี้หลายคนก็ทำใจแล้ว ถ้าศาลวินิจฉัยก่อนเลือกตั้ง ผู้สมัคร ส.ส.ระบบเขต 175 คน กับบัญชีรายชื่อ 108 คน รวม 283 คน ขาดคุณสมบัติสมัคร ส.ส.ทันที ก็ยังไม่หนักสาหัสสากรรจ์เท่ากับกรรมการบริหารพรรคทั้ง 14 คน ไม่ใช่แค่หมดสิทธิ์เที่ยวนี้ แต่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองยาวนานถึง 10 ปี ไม่ว่าจะเป็น ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค, นายฤภพ ชินวัตร, นางสุณีย์ เหลืองวิจิตร, นายพฤฒิชัย วิริยะโรจน์, นพ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล, นายมิตติ ติยะไพรัช, นายต้น ณ ระนอง, นายวิม รุ่งวัฒนจินดา, นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์, นายพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ, นางสาวขัตติยา สวัสดิผล,  นางสาวชยิกา วงศ์นภาจันทร์, นางวรรษมล เพ็งดิษฐ์, นายรุ่งเรือง พิทยศิริ, นายจุลพงศ์ โนนศรีชัย   

      ๐ แต่ถามว่า "นายใหญ่" ทักษิณ ชินวัตร คนอำมหิต 2019 ตามคำนิยามที่กำนันสุเทพว่าไว้ อยากได้แบบไหน ก่อนหรือหลัง 24 มีนาคม ประเมินว่าคงต้องการให้ตัดสินก่อน เพื่อจะได้รู้ดำรู้แดงกันไปเลย ถ้ายุบพรรค ทษช.ก่อนเลือกตั้ง ฝ่ายทักษิณจะได้ปรับแผนสั่งหัวคะแนนรณรงค์ให้ประชาชนเทเสียงไปยังพรรคเครือข่ายแทน ทั้งพรรคเพื่อชาติ พรรคประชาชาติ โดยเฉพาะเขตที่ไม่มีผู้สมัครพรรคเพื่อไทย เช่น สนามเมืองกรุงที่หลบไม่ให้ชนกัน เพื่อไทยส่ง 22 เขต ทษช.ส่ง 8 เขต แต่เพื่อชาติกับประชาชาติส่งคนลงสมัครครบทุกเขต ถึงแม้ตัวผู้สมัครอาจแพ้ประชาธิปัตย์-พลังประชารัฐ แต่จะได้คะแนนไปบวกเป็นเก้าอี้ปาร์ตี้ลิสต์ให้สองพรรคนี้ แล้วมาจับมือกันตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง หากเอาสูตรนี้ โดยเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง บรรดาผู้สมัครส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ระดับแกนนำอย่าง จาตุรนต์ ฉายแสง, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, พิชัย นริพทะพันธุ์ ถึงจะชวดไม่ได้เข้าสภา ก็อาจมีลุ้นนั่งเก้าอี้รัฐมนตรี แต่ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหลัง 24 มีนาคม ในช่วงรอ กกต.ประกาศรับรองผลเลือกตั้ง ที่ใช้เวลาถึง 60 วัน และน่าจะรู้ผลก่อนเปิดประชุมสภาฯ นัดแรกแน่นอน อันเป็นสูตรที่ฝ่ายทักษิณจะเสียหายมากกว่า เพราะหาก กกต.ยังไม่รับรองผลให้กับคนของไทยรักษาชาติทั้งระบบเขตและปาร์ตี้ลิสต์ แล้วสั่งยุบพรรค เท่ากับทุกคะแนนของไทยรักษาชาติกลายเป็นศูนย์หมด ดังนั้น ฝ่ายทักษิณจึงย่อมต้องการให้เคลียร์ไปเลยก่อน 24 มีนาคม ซึ่งแนวโน้มก็น่าจะเป็นเช่นนั้น!!!!


วันนี้......ศุกร์ ๒๒ มีนา.๖๒ วัน "ดิบๆ สุกๆ"ก็จะได้ "โม้เลือกตั้ง" กัน ชนิดปักทวนคาเป็นวันสุดท้ายส่วนพรุ่งนี้ เสาร์ ๒๓ มีนา. วัน "สุกดิบ"

มีอะไรซ่อนอยู่หลัง 'ธนาธร'?
กับ 'ประชาชนฐาน' ที่หายไป
ปรากฏการณ์ของ 'หม่อมเต่า'
แค่ 'ล่วงหน้า' ก็รู้ว่า 'ใครร่วง'
รางๆ รัฐบาล '๗ วันก่อนเลือก'
เมื่อ "ปชป.-พปชร." แหติดตอ