"หมอเอ้ก" เบอร์ 15 เล็งสร้างตึก แก้ปัญหาปากท้องชาวบางซื่อ-ดุสิต


   

      นาทีนี้ใครไม่รู้จัก “หมอเอ้ก” คณวัฒน์ จันทรลาวัณย์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) หมายเลข 15 เขตบางซื่อ-ดุสิต (แขวงถนนนครไชยศรี) ของพรรคประชาธิปัตย์ ถือว่าตกกระแส เพราะขณะนี้คะแนนนิยมดีวันดีคืน และเป็นที่กล่าวขาน

      เป็นผู้สมัครที่ค่ายพระแม่ธรณีบีบมวยผมตั้งใจคัดสรรมา เพื่อส่งไปขอโอกาสให้ได้ดูแลรับใช้พี่น้องเขตบางซื่อ-ดุสิต นอกจากจะมีรูปร่างหน้าตาสะอาดสะอ้านเกลี้ยงเกลาจนสาวๆ กรี๊ดสลบ และหนุ่มๆ ต้องเหลียวหลังมองแล้ว โปรไฟล์การทำงานที่ผ่านมาต้องบอกว่าเลิศจริงๆ เพราะก่อนหน้าตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้ง “หมอเอ้ก” เป็นจักษุแพทย์ ประจำโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

      อย่างไรก็ตาม หลายคนคงสงสัยว่าเป็นแพทย์ก็ดีอยู่แล้ว ทำไมถึงอยากจะเป็น ส.ส. “หมอเอ้ก” เกริ่นว่า ตนเองซึมซับเกี่ยวกับการบ้านการเมืองตั้งแต่เด็กๆ เพราะคุณพ่อคุณแม่ชอบการเมืองและคุยเรื่องนี้อยู่ตลอดเวลา ตอนเรียนก็ยังลังเลว่าจะเลือกเรียนคณะรัฐศาสตร์หรือแพทยศาสตร์ดีกว่ากัน ซึ่งตอนนั้นเลือกเป็นหมอ เพราะคิดว่าอยากรักษาพ่อแม่ตัวเอง ประกอบกับสมัยเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายยังไม่ทราบว่านักการเมืองคืออะไร และรู้แต่เพียงว่าเรียนรัฐศาสตร์คือเรียนเกี่ยวกับบ้านเมือง แต่ไม่รู้ว่าจะเป็นนักการเมือง

      “ผมไม่เคยคิดว่าเป็นหมออยู่ดีๆ แล้วมาเป็นนักการเมืองจะเปลืองตัว ไม่เคยคิดเลยจริงๆ แค่คิดว่าอยากทำอะไรบ้างให้กับประเทศและวงการสาธารณสุข เป็นหมอช่วงชีวิตหนึ่งอาจช่วยคนได้แสนคน แต่ถ้ายังยึดมั่นในอุดมการณ์ เดินในแนวทางที่ถูกต้องของการเป็นนักการเมือง ก็สามารถช่วยคนได้อีกรูปแบบหนึ่ง ช่วยในวงกว้างได้ในอีกรูปแบบหนึ่ง เลยตัดสินใจสมัครเป็น ส.ส. ส่วนกลัวว่าใครจะเกลียดหรือไม่ ผมคิดว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาของโลก คนจะเกลียดทำอย่างไรก็เกลียด ต่อให้ทำดีแค่ไหนก็เกลียดอยู่ดี”

      ผู้สมัครหมายเลข 15 เขตบางซื่อ-ดุสิต เปิดเผยหลังจากที่ได้พบปะรับฟังปัญหาความทุกข์ของประชาชนในพื้นที่ ว่า ปัญหาอันดับหนึ่งคือ ปัญหาปากท้อง เขาไม่ต้องการเงินแจก แต่ต้องการโอกาสในการมีพื้นที่ทำมาหากิน เช่น พ่อค้าแม่ค้าขายของอยู่บนทางเท้าถูกจัดระเบียบพื้นที่ ซึ่งตนเข้าใจทั้งในส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องจัดระเบียบ ขณะเดียวกันพ่อค้าแม่ค้าก็ทำมาหากินมา 20-30 ปี พ่อค้าแม่ค้าบอกว่าการจัดระเบียบจัดได้ แต่ต้องหาที่ทางสำรอง นี่คือสิ่งที่พวกเขาเรียกร้อง

      ดังนั้น ตนเองจึงคิดว่าสิ่งที่อยากจะทำเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว คือ “นโยบายพัฒนาที่ทำมาหากิน” หรือ Transit Oriented Development : TOD โดยขณะนี้ได้ให้ทีมงานสำรวจพื้นที่ทั้งของรัฐและเอกชนที่ไม่ได้ก่อสร้างเรียบร้อย ว่าเราจะสามารถขอเช่าหรือดีลอะไรได้บ้าง

       “เราตั้งใจจะทำลานกีฬาและสวน ที่สำคัญจะมีตึกสูง 3 ชั้นอยู่ข้างๆ กัน โดยชั้นแรกจะทำเป็นตลาด ฟรีค่าเช่า 1 ปี เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาที่ทำกิน สำหรับชั้นที่ 2 จะทำเป็นออฟฟิศ Co-Working space เพราะต้องการดึงคนนอกเขตมาใช้จ่ายในเขตของเรา เพื่อให้พ่อค้าแม่ค้ามีรายได้เพิ่มมากยิ่งขึ้น และเปิดให้คนมาเช่าพื้นที่ และชั้น 3 ทำเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเยาวชน”

       นอกจากนี้ ตนเองยังต้องการสร้างฐานข้อมูลสุขภาพที่เชื่อมโยงกันทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเจ็บป่วยหรือได้รับอุบัติเหตุจากที่ไหน โรงพยาบาลต่างๆ ก็สามารถดึงข้อมูลการรักษาของคนนั้นได้ทันที

      รวมทั้งอยากผลักดันเรื่องการบริจาคอวัยวะ “หมอเอ้ก” ขยายความว่า “ผมเคยเป็นหมอตามาก่อน ต้องปลูกถ่ายดวงตา คนไข้ของผมรอ 5-6 ปี เพื่อที่จะได้ดวงตาหนึ่งคู่ วิทยาการทางการแพทย์ได้ หมอเก่ง แต่ของไม่มี ถือเป็นปัญหาใหญ่เหมือนกัน”

       ดังนั้น จึงคิดว่าต้องเปลี่ยนระบบบริจาคให้ทุกคนมีสภาพตั้งต้นเป็นผู้บริจาคอวัยวะ แต่ถ้าไม่ต้องการบริจาค เมื่ออายุครบบรรลุนิติภาวะก็สามารถถอนชื่อได้ทุกเวลาแบบไม่มีเงื่อนไข ส่วนถ้ายังไม่บรรลุนิติภาวะก็ขึ้นอยู่กับผู้ปกครอง

       สุดท้าย ถามว่าประชาธิปัตย์มีอะไรใหม่จนทำให้ประชาชนต้องมอบเสียงให้ เขาระบุว่า ที่ผ่านมาสังเกตหลายพรรคการเมืองปิดตาย ไม่ทำงาน แต่สำหรับพรรคประชาธิปัตย์เปิดตลอด ทำงานต่อเนื่องและไม่เคยทอดทิ้งใคร ที่ทำการของเราเปิดต้อนรับประชาชน และทำกิจกรรมทางการเมืองเท่าที่เขาอนุญาตมาโดยตลอด นี่คือเหตุผลที่ต้องเลือกประชาธิปัตย์ ซึ่งบางทีอาจจะไม่เซ็กซี่สำหรับใครที่ต้องการอะไรใหม่ๆ ซึ่งตนเองคิดว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นวิธีการเข้าสู่อำนาจ ทั้งนี้ สิ่งสำคัญสำหรับนักการเมืองที่ต้องการรับใช้ประชาชน คือ ต้องไม่ทิ้งพี่น้องประชาชนไปไหน อยู่ตรงนี้เหมือนเดิมต่างหาก และประชาชนก็ต้องมองให้ออกด้วย

       “ถ้าเกิดชอบผม ขอให้ฟังในสิ่งที่ผมอยากผลักดันว่ามีอะไรบ้าง ถ้าเกิดเห็นว่าสิ่งที่คุณอยากเห็นประเทศไปในทางนั้นเหมือนกัน อยากเห็นประเทศเดินไปข้างหน้าเหมือนที่ผมอยากผลักดัน ก็รบกวนเปลี่ยนจากความชอบ เสียงกรี๊ด เป็นคะแนนให้ผมนะครับ” “หมอเอ้ก” คณวัฒน์ ทิ้งท้ายฝากถึงพ่อแม่พี่น้อง.

 

ชื่อ นายคณวัฒน์ นามสกุล จันทรลาวัณย์ ชื่อเล่น เอ้ก

เกิด 25 มิถุนายน 2532

การศึกษา ระดับปริญญาตรี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ประสบการณ์ที่ผ่านมา จักษุแพทย์ประจำโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์


เป็นไงบ้างครับ กับผลเลือกตั้งเมื่อวาน?ต้องบอกว่า นี่คือสัญญาณประเทศไทยก้าวเข้าสู่ "ยุคเปลี่ยนผ่าน" แท้จริงแล้ว!แต่สรุปชัดเจนลงไปทีเดียวยังไม่ถนัด เพราะตอนลงมือคุยกับท่าน ตอน ๒ ทุ่ม (๒๔ มี.ค.๖๒)

ขอให้โชคดี 'ประเทศไทย'
สุดท้าย.."ใครจะเป็นนายกฯ"
มีอะไรซ่อนอยู่หลัง 'ธนาธร'?
กับ 'ประชาชนฐาน' ที่หายไป
ปรากฏการณ์ของ 'หม่อมเต่า'
แค่ 'ล่วงหน้า' ก็รู้ว่า 'ใครร่วง'