ปราศรัยใหญ่ทิ้งทวน 5พรรคจ่อจัดหนัก-'พปชร.'ลุ้นหวัง'บิ๊กตู่'ขึ้นเวที


เพิ่มเพื่อน    


    “กกต.” มั่นใจหลังปิดหีบ 1 ชั่วโมงเริ่มรายงานผล แจงยังไม่คำนวณปาร์ตี้ลิสต์ต้องรอ ส.ส.เขตจบ “5 พรรคการเมือง” ใช้กรุงเทพฯ จัดปราศรัยใหญ่ “พปชร.” ลุ้นระทึกหวังให้ “ประยุทธ์” ขึ้นเวทีหลังปล่อยคลิปแล้วไม่เวิร์ก “ตระกูลเพื่อ” แบ่ง 2 เวที เพื่อไทยชูปลุกเลือกตั้งแลนด์สไลด์เหมือนยุคไทยรักไทย เพื่อเป็นหัวหอกสู้ 250 ส.ว.ลากตั้ง ส่วนพรรคจตุพรฝันพาลุงกลับบ้าน “ปชป.” เลือกลานคนเมือง “มาร์ค” เตรียมเปิดใจทิ้งไพ่ใบสุดท้าย “อนาคตใหม่” ใช้สนามไทย-ญี่ปุ่นทิ้งทวน
    เมื่อวันที่ 21 มีนาคม พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กำชับฝ่ายความมั่นคง ทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองในทุกจังหวัด ให้เตรียมความพร้อมและปฏิบัติหน้าที่โดยยึดมั่นกรอบกฎหมายด้วยความเป็นกลางทางการเมือง สนับสนุนการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระดับพื้นที่เมื่อได้รับการร้องขอ เพื่อให้การจัดการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นทั่วประเทศ ใน 24 มี.ค. เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เกิดความยุติธรรม และเป็นที่ยอมรับร่วมกัน
    “พล.อ.ประวิตรได้ย้ำขอให้คงเข้มมาตรการความปลอดภัยและงานข่าว ติดตามความเคลื่อนไหวเป้าหมายกลุ่มเสี่ยงทุกพื้นที่ เฝ้าระวังและป้องปรามการก่อเหตุหรือการก่อกวน ที่อาจกระทบต่อการออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งของประชาชน รวมทั้งกระบวนการทำงานของ กกต.ระดับพื้นที่ทั่วประเทศต่อเนื่องกันไป และให้นำบทเรียนจากการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ผ่านมาไปตรวจสอบและพิจารณาปรับการบริหารจัดการพื้นที่ด้วย” พล.ท.คงชีพกล่าว
    ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ได้นำสื่อมวลชนเข้าดูความพร้อมของศูนย์อำนวยการและประสานการเลือกตั้ง ส.ส. พร้อมสาธิตการลงคะแนน การนับคะแนน การทักท้วงกรณีเห็นว่าการนับคะแนนไม่ถูกต้อง รวมถึงโชว์ระบบการรายงานผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการของหน่วยเลือกตั้งทั้ง 92,300 หน่วยเลือกตั้งจากทั่วประเทศ ซึ่งมีการทดลองระบบแล้วและในวันเสาร์ที่ 23 มี.ค. ที่จะแจกบัตรเลือกตั้งและอุปกรณ์ ก็จะให้แต่ละเขตรายงานเรื่องการรับบัตรเลือกตั้ง และจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้ามาเพื่อเช็กระบบครั้งสุดท้าย
    “กกต.มั่นใจว่าหลังปิดการลงคะแนนในวันที่ 24 มี.ค. แล้วการนับคะแนนหน่วยเลือกตั้งที่มีผู้มาใช้สิทธิน้อยจะทราบผลอย่างไม่ทางการภายใน 1 ชั่วโมงหลังปิดหีบ” พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าว และว่า กกต.จะไม่นำผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการไปคำนวณหาจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพราะอาจมีการเปลี่ยนแปลงหาก กกต.สั่งเลือกตั้งใหม่ หรือนับคะแนนใหม่ ดังนั้น กกต.จะเปิดเผยจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคที่ควรได้ก็เมื่อมีการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งแล้ว 
    พ.ต.อ.จรุงวิทย์ยืนยันว่า การจัดเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค. จะไม่เกิดปัญหาเหมือนการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 17 มี.ค. แต่ที่ห่วงก็คือในวันดังกล่าวพรรคการเมืองอาจยังเข้าใจว่าสามารถหาเสียงเลือกตั้งได้ ซึ่งจะผิดกฎหมาย เพราะกฎหมายเลือกตั้งกำหนดให้ผู้สมัครพรรคการเมืองหาเสียงได้ถึงเวลา 18.00 น.ของวัน 23 มี.ค.เท่านั้น
    ทั้งนี้ เลขาฯ กกต.ยังกล่าวถึงมติเอกฉันท์ของ กกต.ที่ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ชอบด้วยกฎหมาย ว่าในรายละเอียดยังไม่สามารถตอบได้ เพราะยังไม่เห็นมติของ กกต.
นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวในเรื่องนี้ว่า รู้สึกสบายใจที่ กกต.ได้เคลียร์เรื่องนี้ให้สังคมรับรู้แล้วก็เป็นสิ่งที่ดี ส่วนการจัดเวทีปราศรัยใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่สนามกีฬาเทพหัสดิน ตั้งแต่ 17.00 น. เป็นต้นไป ภายใต้ชื่องาน "เปิดใจประชารัฐ ร่วมใจประเทศไทยเป็นหนึ่งเดียว" ซึ่งจะเป็นการปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายของพรรคจะมีเซอร์ไพรส์อะไรหรือไม่ ต้องขอให้อดใจรอ เพราะหากเป็นเซอร์ไพรส์ ก็ต้องห้ามบอกก่อน ยังไม่สามารถบอกอะไรได้
คลิปไม่เวิร์กหวังลุงตู่ขึ้นเวที
    “กิจกรรมใดที่เกี่ยวข้องกับ พล.อ.ประยุทธ์ ท่านจะเป็นคนตัดสินใจเองทั้งหมด ส่วนจะได้เห็น พล.อ.ประยุทธ์ขึ้นเวทีในวันพรุ่งนี้หรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่ได้มีการกำหนดตายตัว แต่เนื้อหาเวทีจะเป็นการที่จะสื่อสารในลักษณะเปิดใจกับพี่น้องประชาชนว่าทำไมพรรคถึงมาอยู่ ณ จุดนี้ และทำไมควรได้รับการไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน” นายอุตตมกล่าว  
    มีรายงานข่าวจาก พปชร.ว่า ยังไม่มีความชัดเจนว่า พล.อ.ประยุทธ์จะขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ที่สนามเทพหัสดินหรือไม่นั้น แต่หลังจาก พปชร.ได้นำคลิปของ พล.อ.ประยุทธ์ไปเปิดตามเวทีปราศรัยต่างๆ ก่อนหน้านี้แล้ว แต่จากการประเมินพบว่ายังไม่สามารถทำให้ความนิยมของพรรคกระเตื้องหรือเป็นที่พูดถึงในวงกว้างได้เท่าที่ควร ทำให้แกนนำของพรรคยังคงต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์มาช่วย โดยเฉพาะการขึ้นปราศรัยใหญ่เวทีสุดท้ายในวันที่ 22 มี.ค.นี้  
    “ฝ่ายกฎหมายและทีมงานของ พล.อ.ประยุทธ์ยังเป็นห่วงใยในกรณีดังกล่าว เนื่องด้วยบุคลิกของ พล.อ.ประยุทธ์หากขึ้นเวทีแล้ว อาจคุมการพูดบนเวทีไม่ได้ รวมถึงฝ่ายรักษาความปลอดภัยยังกังวลในเรื่องการดูแลความปลอดภัย จึงยังไม่ได้รับคำตอบว่า พล.อ.ประยุทธ์จะขึ้นเวทีปราศรัยหรือไม่ ซึ่งเป็นไปได้ว่า พล.อ.ประยุทธ์อาจกำลังตัดสินใจในขั้นสุดท้าย และคาดกันว่ายังมีโอกาสเป็นไปได้สูงที่ พล.อ.ประยุทธ์จะตัดสินใจขึ้นเวทีด้วยตัวเอง” 
    นายอุตตมยังตอบคำถามถึงจุดยืนของ พปชร.จะให้พรรคการเมืองอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาลใช่หรือไม่ว่า จุดยืนของ พปชร. คือพรรคใดที่ไปรวบรวมเสียงได้เกินครึ่ง ซึ่งอาจมากกว่า 1 พรรคก็ได้ ก็สมควรที่จะมีสิทธิในการจัดตั้งรัฐบาล เพราะการเลือกตั้ง คือการฟังเสียงของประชาชนทั้งหมดที่ออกมาใช้สิทธิ เมื่อพรรคไหนหรือกลุ่มไหนที่รวบรวมเสียงได้อันดับ 1 ก็ควรจัดตั้งรัฐบาลก่อน ซึ่งถือเป็นกติกาก็ควรเดินตามนั้น ส่วน ส.ว.นั้นต้องให้เกียรติ อย่าไปปรามาสว่าจะเลือกแบบไหนหรืออย่างไร เพราะท่านมีความคิดเห็นของท่านเอง และตัดสินใจด้วยตัวเอง เนื่องจากการโหวตตอนนั้นคนไทยเห็นกันทั้งประเทศ 
“แนวทางการจัดตั้งรัฐบาลยังไม่มีการพูดคุยกับพรรคใด ต้องรอให้ผลการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค.ออกมาก่อน ซึ่งหลังจากนั้นจะพูดคุยเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง โดยพิจารณาจากผลการเลือกตั้งเป็นสำคัญ และหากพลังประชารัฐได้เป็นแกนนำ พล.อ.ประยุทธ์ ก็อาจร่วมตัดสินใจด้วย”
    นายอุตตมยังชี้แจงถึงการวิจารณ์นโยบายพรรคว่าเป็นนโยบายประชานิยม เน้นการแจกเงิน ว่าเพียงการพิจารณาด้านเดียว ขาดการพิจารณาองค์ประกอบโดยรวม ยืนยันว่าทุกนโยบายของพรรคไม่มีเพียงแค่การลดแลกแจกแถมเท่านั้น ขอให้คนที่วิจารณ์ดูทุกนโยบายด้วยความเป็นธรรม อย่าสร้างอคติ และทุกนโยบายของพรรคทำได้จริงแน่นอน แม้หลายฝ่ายประเมินว่าหลังการเลือกตั้งรัฐบาลที่จะเกิดขึ้นคือรัฐบาลผสม ซึ่งหาก พปชร.ได้รับความไว้วางใจเป็นเสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาล ปฏิบัติการเริ่มต้นคือพูดคุยกับพรรคการเมืองที่มีแนวคิดเดียวกัน หารือการทำงานร่วมกันบนนโยบายที่สอดคล้อง จากนั้นจะจัดลำดับการขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชน มากกว่ามองผลประโยชน์ของบุคคลหรือการเมืองจากพรรคใดพรรคหนึ่งเป็นหลัก
    นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พรรค พปชร. กล่าวว่า การกล่าวหา พล.อ.ประยุทธ์เป็นพวกสืบทอดอำนาจ เผด็จการ เป็นการโจมดีเรื่องเดิมๆ เนื่องจากพรรคคู่แข่งไม่มีมุกใหม่ๆ ประชาชนฟังจนเบื่อแล้ว ขอยืนยันอีกครั้งว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ใช่เผด็จการ หากเป็นเผด็จการต้องแบบอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ อดีตผู้นำพรรคนาซีเยอรมัน ซึ่งเชื่อว่าประชาชนเข้าใจ ภาพรวมในแต่ละพื้นที่ไม่มีจุดไหนต้องกังวล มั่นใจว่าพรรคพลังประชารัฐจะได้ ส.ส.ตามเป้าหมายที่เราวางเอาไว้ คือ 130 ที่บวกลบ
    ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง พร้อมนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ พรรคเพื่อไทย (พท.) ร่วมแถลงนโยบายแก้วิกฤติเศรษฐกิจในช่วงโค้งสุดท้าย โดยได้เรียกร้องให้เลือกพรรคให้ถล่มทลาย เพื่อเขาไปเป็นหัวหอกต่อสู้กับ ส.ว. 250 เสียงที่รัฐบาล คสช.เลือกเข้า
ขอเป็นหัวหอกสู้ ส.ว.
    “ต้องเลือกอย่างถล่มทลายผ่านยุทธศาสตร์ในการส่งเพื่อไทยเข้าไปต่อสู้กับผู้มีอำนาจ ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้ ต้องเลือกเพื่อไทยเข้าไปสกัดกั้น ส.ว. และเพื่อไทยจะสร้างความสงบสุขที่อยู่บนพื้นฐานเศรษฐกิจที่ดี และเคารพเสียงประชาชน ไม่สร้างความเกลียดชัง เดินหน้าหาพันธมิตรไม่ให้เกิดความขัดแย้ง และย้ำว่าเพื่อไทยจะไม่เป็นเหยื่อของความขัดแย้ง" คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว 
    นายชัชชาติกล่าวถึงการปราศรัยใหญ่ในวันที่ 22 มี.ค. ว่าจะเป็นการสรุปว่าในอนาคต พรรคจะเป็นอย่างไร ซึ่งพรรคเรามีผลงานที่ประจักษ์และเป็นผู้บริหารมืออาชีพที่เข้าใจอนาคต เข้าใจประชาชน และเข้าใจวิธีทำ เน้นผลลัพธ์ คือจุดแข็งของพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่มีแต่ความฝัน แล้วทำให้เป็นจริงไม่ได้ และที่สำคัญคือการทำงานเป็นทีม
    ทั้งนี้ พรรค พท.ได้จัดเวทีปราศรัยใหญ่ที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์กีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ตั้งแต่เวลา 16.00 น. โดยมาพร้อมสโลแกน "เลือกเพื่อไทยให้ถล่มทลาย เป็นผู้นำจัดตั้งรัฐบาล" โดยแกนนำจะปราศรัยและปิดท้ายเวทีด้วย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง 
    นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค พท. กล่าวว่า ขณะนี้ถือเป็นโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง มีการใช้กลไกอำนาจรัฐเอื้อให้ผู้มีอำนาจรัฐได้อยู่ต่อ ซึ่งสังคมไทยต้องไม่ติดในหลุมดำวาทกรรมความไม่สงบ โดยเชื่อว่าถ้าระบบเดินหน้าตามวิถีทางที่ควรจะเป็น และกลไกการเลือกตั้งยุติธรรมพอ ไม่เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์จะมีโอกาสกลับมาบริหารประเทศอีก 
    “วันนี้อย่ามาอ้างวาทกรรมว่าหยุดความวุ่นวายต่างๆ แล้วไปจบที่ลุงตู่ ผมคิดว่าผิด ลุงตู่ควรจะจบควรกลับบ้านให้ประเทศหลุดพ้นสภาวะที่เป็นอยู่ จึงต้องหยุดกระบวนการต่อท่ออำนาจของเผด็จการให้ได้ ถ้ายังหยุดไม่ได้จะเป็นปัญหาต่อสังคมไทย ปี 2020 ที่วิเคราะห์ว่าวิกฤติเศรษฐกิจโลกกำลังจะมา” นายภูมิธรรมกล่าว
นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า วิธีเดียวที่จะเอาชนะได้ คือพลังจากคนไทยทั้งประเทศที่จะมอบให้กับพรรคเข้ามาต่อสู้กับความอยุติธรรมทั้งหลายที่เกิดขึ้น เหมือนปี 2548 ที่พี่น้องประชาชนมีฉันทานุมัติให้พรรคไทยรักไทยชนะการเลือกตั้งแบบถล่มทลายจนสามารถจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้สำเร็จเป็นครั้งแรก ซึ่งถือเป็นโมเดลหนึ่งที่จะนำมาใช้ในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 มี.ค.นี้ได้
    นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรค พท. กล่าวว่า ในวันเสาร์ที่ 23 มี.ค. พรรคจะให้ผู้สมัครทั่วประเทศพิจารณาในแต่ละพื้นที่ว่าจะหาเสียงในรูปแบบใด แต่ให้จบก่อนเวลา 17.00 น. และเตรียมพร้อมในการรับมือกับการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค. รวมทั้งเฝ้าระวังทุจริตในทุกรูปแบบ ซึ่งพรรคได้จัดแคมเปญหาเสียงวันสุดท้ายด้วยการใช้นักบริหารผู้มากประสบการณ์ของพรรคร่วมกันนำนโยบายและสิ่งดีๆ ที่จะเกิดขึ้นหลังเลือกพรรค และจะปล่อยขบวนหาเสียง “เลือกเพื่อไทยทำได้ทันที” โดยออกสตาร์ทจากที่ทำการพรรคเพื่อไทย เวลาประมาณ 07.30 น.
    ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นั้น ได้กำหนดการปราศรัยทิ้งทวนที่ลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร โดยจัดเวทีปราศรัยใหญ่ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค และแกนนำพรรค รวมถึงกลุ่ม NEW DEM โดยไฮไลต์จะอยู่ที่การปราศรัยเปิดใจครั้งสำคัญของนายอภิสิทธิ์ พร้อมประกาศจุดยืนของพรรคทิ้งท้าย
    ขณะที่เฟซบุ๊กแฟนเพจพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ได้โพสต์วิดีโอคลิปประชาสัมพันธ์ "งานปราศรัยใหญ่พรรคอนาคตใหม่ เวทีสุดท้ายก่อนเข้าคูหา" ซึ่งจะมีขึ้นวันที่ 22 มี.ค. เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ณ อาคารกีฬาเวสน์ 1 สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง กรุงเทพมหานคร โดยนอกจากเป็นคลิปเสียงขึ้นข้อความ ยังมีการเพิ่มภาษามือสำหรับผู้พิการทางการได้ยินด้วย ซึ่ง น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค อนค. กล่าวว่า พรรคเห็นความสำคัญของผู้พิการทางการได้ยิน พรรคจึงเริ่มต้นทำสื่อรณรงค์ของพรรคให้มีภาษามือด้วย
     "ในการปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายก่อนเข้าคูหาเลือกตั้งที่จะจัดในวันที่ 22 มี.ค. พรรคจะมีล่ามภาษามือ และถ่ายทอดสดเฟซบุ๊กไลฟ์ด้วย” น.ส.พรรณิการ์ กล่าว
ทั้งนี้ มีรายงานในการปิดท้ายเวที นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค จะเป็นผู้กล่าวปิดท้าย
แนะ"ลุงตู่"ทำเหมือน"ป๋า" 
    ด้านพรรคเพื่อชาติ (พ.ช.) ที่มีนายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรค พ.ช. ได้เลือกจัดเวทีปราศรัยใหญ่ทิ้งทวนกับภารกิจ "ส่ง พล.อ.ประยุทธ์กลับบ้าน" บริเวณลานหน้าห้างอิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป โดยนายจตุพรกล่าวว่า เชื่อว่าภารกิจส่ง พล.อ.ประยุทธ์กลับบ้าน ด้วยการเลือกพรรคเพื่อชาติ และฝ่ายประชาธิปไตยมีพรรคการเมืองเป็นจำนวนมากขานรับ แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ส่งเสริมให้เกิดงูเห่าขึ้นในพรรคการเมือง ซึ่งเชื่อว่าถ้าฝ่ายประชาธิปไตยไม่สามารถชนะได้อย่างเด็ดขาด งูเห่าจะเกิดขึ้นมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย จะเป็นความเลวร้าย จะเป็นชนวนนำไปสู่วิกฤติที่ใหญ่ที่สุดที่ประเทศไทยเคยเกิดขึ้นมา 
    “ใช้ความกล้าครั้งเดียว ในวันอาทิตย์ที่ 24 มี.ค.นี้ด้วยการล้างบางเผด็จการชุดนี้ เหมือนที่เคยล้างบางเผด็จการ รสช.เมื่อปี 2535 ซึ่งพี่น้องประชาชนได้สำแดงมาแล้ว ถ้าทำได้งูเห่าก็เกิดขึ้นยาก ถ้าชนะกันเด็ดขาดเรื่องนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น แต่ถ้าก้ำกึ่งเมื่อไหร่จะยิ่งกว่าที่ทำการสถานเสาวภาซะอีก 
    นายจตุพรยังกล่าวถึงคลิปของพรรคที่ปล่อยว่า เราต้องการบอก พล.อ.ประยุทธ์ ให้จำคำพูดสุดท้ายของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ว่าผมพอแล้ว ซึ่งหลังคำดังกล่าวประเทศไทยก็ยกย่องให้เป็นรัฐบุรุษ แต่ว่าถ้าไม่รู้จักพอ ปลายทางคือเผด็จการทรราช 
    ส่วนนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า เหลืออีกเพียง 3 วัน ประเทศก็จะมีการเลือกตั้ง หลังไม่มีมานาน 8 ปี ถ้าย้อนไปกว่า 12 ปีที่ระบอบทักษิณเกิดขึ้นบนหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย การแบ่งฝักแบ่งฝ่ายทางความคิดก็เกิดขึ้น ฟากหนึ่งเป็นพรรคการเมืองของทักษิณ และมวลชนคนเสื้อแดง ฟากหนึ่งกลุ่มเป็นประชาชนที่รวมตัวกันต่อต้าน นำโดยกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย สัญลักษณ์เสื้อเหลือง มีแกนนำเกิดขึ้นหลายรุ่น ซึ่งหลายปีต่อมารวมตัวเป็นมวลมหาประชาชนในนาม กปปส.
    นายสุเทพโพสต์อีกว่า หนึ่งในนั้นคือนายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ร่วมก่อตั้ง รปช. โดยมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ หยุดระบอบทักษิณไม่ให้ทำร้ายประเทศไทยอีกต่อไป ซึ่งในช่วงโค้งสุดท้ายการเลือกตั้งนี้ นับว่าน่าสิ่วหน้าขวานพอสมควร เพราะคำว่าประชาธิปไตยถูกนำมาเป็นวาทกรรมหาเสียง โดยนายสุริยะใสมองเห็นเกมนี้มาแต่ต้น และพูดไว้ก่อนต้องคำพิพากษาจำคุกว่าประเทศยังไม่ปลอดภัย ประชาธิปไตยยังถูกบิดเบือน 24 มี.ค.นี้ ชาวพันธมิตรฯ ชาว กปปส. ฟังกันแล้วคิดให้ดี จะไว้ใจนักการเมืองเหมือนเดิม หน้าเดิม หรือเลือกพวกที่เคยต่อสู้มาด้วยกัน คิดดูดีๆ
    วันเดียวกัน ยังคงมีประเด็นเรื่องการร้องเรียนต่างๆ โดย พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวถึงผลการตรวจสอบกรณีผู้ใช้สิทธิใน จ.สมุทรสงคราม นำบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าไปกากบาททั้งเล่มว่า อาจจะเกิดจากความไม่เข้าใจกัน แต่ก็ขอให้รอผลการสืบสวนที่ชัดเจน ส่วนเรื่องร้องเรียนที่มีเข้ามาในขณะนี้ทั้งหมด 93 เรื่อง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องความปรากฏ โดยสำนักงาน กกต.จังหวัดได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ เมื่อแล้วเสร็จก็จะทยอยส่งมายัง กกต.กลาง ซึ่ง กกต.ก็จะพยายามพิจารณาเรื่องให้เสร็จสิ้นก่อนการประกาศผล 
จับโกงเลือกตั้งได้แสน
    “การเลือกตั้งครั้งนี้ กฎหมายกำหนดให้มีสินบนรางวัลให้กับผู้ที่นำพยานหลักฐานมายื่นให้ กกต. เช่น สามารถเก็บหลักฐานได้ การถ่ายคลิปวิดีโอหรือถ่ายภาพผู้ที่มาแจกเงินซื้อเสียง หรือทำทุจริตเกี่ยวกับการเลือกตั้ง หากหลักฐานนั้นสามารถนำไปสู่การที่ กกต.ระงับสิทธิสมัคร ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง หรือสั่งเลือกตั้งใหม่ ผู้ให้เบาะแสจะได้รับเงิน 100,000 บาท”พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าว
    พล.ต.กฤษณ์ จันทรนิยม โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย กล่าวถึงกรณีเว็บไซต์ประชาไทนำเสนอข่าวเพจ “กองการสื่อสาร หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา” โพสต์ข้อความชวนเลือก พล.อ.ประยุทธ์ในการเลือกตั้ง 24 มี.ค.นี้ว่า จากการตรวจสอบจากหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) แจ้งว่าเป็นการปลอมเฟซบุ๊กหน่วยขึ้นมาใหม่ ซึ่ง พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ห่วงใยและได้มอบหมายให้ นทพ.ค้นหาต้นตอ และไปแจ้งความเพื่อบันทึกเป็นหลักฐานไว้ 
    นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาคร พรรค ปชป. เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. เพื่อให้ตรวจสอบเอกสารบันทึกข้อความของหน่วยงานทหาร ที่ระบุเนื้อหาสั่งการให้สนับสนุนพรรค พปชร. ที่เผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย แม้ พล.อ.ประวิตรจะระบุว่าเป็นเอกสารปลอมก็ไม่เพียงพอ และเป็นหน้าที่ที่ กกต.ต้องตรวจสอบ 
    ขณะที่นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์เฟซบุ๊กเรื่องนี้ว่า  2 ลุงตอบกันไปคนละทิศคนละทาง พล.อ.ประวิตรตอบทันทีเอกสารปลอม ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ไม่น้อยหน้าตอบทันควันไม่ควรจะออกมา มันเป็นคนละเรื่องเดียวกันเลย ทำไมไม่เตี๊ยมกันมาก่อน ที่สำคัญลุงทั้ง 2 ตอบแบบเร็วมาก แทบไม่ต้องคิด โดยลุงไม่กลับไปเช็กก่อนเลยว่าเอกสารฉบับไหน มีจริงหรือไม่ รั่วจากไหน รั่วได้อย่างไร และถ้ากองทัพจะตรวจสอบให้โปร่งใสจริงๆ คนจะได้หายสงสัยกัน ดีกว่าการขู่จะเอาเรื่องเพจที่ปล่อยเอกสาร 
    นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เข้ายื่นหนังสือถึง กกต. ขอให้ตรวจสอบการกระทำของพรรค พปชร. เมื่อวันที่ 18 พ.ย.2561 ซึ่งมีบุคคลที่ไม่ใช่สมาชิกพรรคร่วมอยู่ด้วย เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 28 และ 30 หรือไม่ เพราะแม้นายสันติ พร้อมพัฒน์ และนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ไม่พบการเป็นสมาชิกพรรคซ้ำซ้อนพรรคอื่น แต่ภาพที่นายสันติและนายปรีชาสวมเสื้อพรรคพลังประชารัฐเข้าร่วมงานประชุมเปิดตัวพรรค พปชร. ที่โรงแรงชงกรี-ลา เมื่อวันที่ 18 พ.ย.นั้น เหมือนการยินยอมให้บุคคลภายนอกร่วมกิจกรรมพรรคการเมือง และแจกเสื้อเพื่อจูงใจให้สมัครเป็นสมาชิกพรรค จะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 28 และ 30 ซึ่งถือเป็นความผิดตามมาตรา 92 (3) กกต.ต้องเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคได้.


มีข่าวสารจากเยอรมัน สำนักข่าวต่างประเทศยักษ์ใหญ่หลายเจ้ารายงานตรงกัน  รัฐบาลเยอรมันชี้แจงต่อกรรมาธิการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎรเยอรมันเมื่อวันพุธที่ผ่านมา .......ยืนยันไม่พบการกระทำใดๆ ในลักษณะที่เป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ 

'สรรพรส-สรรพเรื่อง' (เละๆ)
เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก