บันทึกหน้า4


   

      พระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายหน้า และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลอื่น จาก "ทักษิณ ชินวัตร" ไม่ใช่ประเด็นการเมือง ฉะนั้น อย่าหยิกยกไปผูกโยง เพราะเป็นการเรียกคืนตามกฎหมาย อันสืบเนื่องจาก "ทักษิณ ชินวัตร" โกง ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาถึงที่สุดลงโทษจำคุก และยังมีข้อหาฐานอื่นๆ อีกหลายคดี อีกทั้งได้หลบหนีออกนอกราชอาณาจักรซึ่งเป็นพฤติการณ์การกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ...๐

      เรียกคืนเพราะกระทำความผิดเข้าข่ายระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ.2548 ซึ่งตราขึ้นโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (8) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 ในข้อที่ 2, 3 ที่ระบุไว้ชัดเจนว่า เป็นผู้ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ และเป็นผู้ต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ หรือเพราะกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ...๐

      สำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) โดย "นพดล กรรณิกา" มีผลสำรวจที่น่าสนใจ คนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 82.7 ระบุควรรอผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการ หลัง 9 พฤษภาคม ในขณะที่ร้อยละ 17.3 ระบุควรจัดตั้งรัฐบาลทันที นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 85.9 ระบุอยากเห็นความรัก ความสามัคคีของคนในชาติมากกว่า ในขณะที่ร้อยละ 14.1 อยากเห็นรัฐบาลใหม่มากกว่า ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 98.2 ต้องการรักษาความสงบสุขของบ้านเมืองมากกว่า ในขณะที่เพียงร้อยละ 1.8 เท่านั้นที่ต้องการรักษาพรรคการเมืองที่ชอบมากกว่า ...๐

      โดยสรุปคือประชาชนรอได้ ถ้ารอแล้วจะทำให้ได้คนดีปกครองบ้านเมือง ทำให้ประเทศชาติสงบสุข แต่ในระหว่างนี้ต้องเร่งแก้ปัญหาปากท้อง ลดปัญหาอุปสรรคในการทำมาหากิน ลดความเดือดร้อนของประชาชน ทำให้ธุรกิจก้าวเดินต่อได้ดี ทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี มีมาตรการอะไรดีๆ ต่อการทำมาหากิน รัฐบาลและ คสช.ต้องรีบประกาศออกมา ผลที่ตามมาคือ โอกาสที่บ้านเมืองจะวุ่นวายก็ลดน้อยลง เพราะประชาชนส่วนใหญ่ไม่เอาด้วยกับความวุ่นวาย ...๐

       พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ กรรมการบริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) และอดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) แสดงความเห็นข้ามพรรค ส่งไปยังพรรคประชาธิปัตย์เรื่องที่ "ไอติม-พริษฐ์ วัชรสินธุ" พ่อหลานชายของ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" เสนอให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้านอิสระ ว่า ฟังดูแล้วเหมือนจะดี แต่ก็จะเป็นผลทำให้การจัดตั้งรัฐบาลของพรรคการเมืองตรงข้ามฝ่ายเครือข่ายทักษิณตกอยู่ในสภาพที่เป็นไปเกือบไม่ได้ ความยุ่งยากก็จะเริ่มต้นขึ้นในประเทศไทยทันที ลืมการร้องเพลงชาติหน้าเสาธงตอนเด็กๆ แล้วหรือไอติม ว่าเนื้อเพลงมันว่าอย่างไร หรือไม่ก็ออกไปอยู่อนาคตหมดเสียเลย ...

      มีสิ่งที่ พล.ท.นันทเดช ไม่ได้พูด แต่พรรคประชาธิปัตย์ควรกลับไปทบทวนให้รอบคอบ ผลการเลือกตั้งแสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่า ประชาชนไม่ได้ต้องการทางเลือกที่สาม พรรคประชาธิปัตย์จึงกลายเป็นพรรคครึ่งร้อย หากยังตีโจทย์ตรงนี้ไม่แตก แล้วพยายามฝืนหาวิธีฟื้นฟูพรรคโดยไม่สนใจความต้องการของประชาชน พรรคประชาธิปัตย์อาจต้องเจอวิกฤติหนักกว่านี้ ...๐

      ความพยายามที่จะเป็นฝ่ายค้านอิสระ ซึ่งก็คือทางเลือกที่สาม บนโจทย์การเมืองเอาทักษิณกับไม่เอาทักษิณ ที่อาจพัฒนาไปเป็นล้มสถาบันกับปกป้องสถาบันในอนาคต จะนำมาซึ่งความผิดพลาดอีกครั้งของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะไม่มีที่ว่างสำหรับการยืนอยู่ตรงกลาง ฉะนั้น ไม่ต้องบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์จะต้องวางตัวเองอยู่ตรงจุดไหน พูดได้แค่ว่า หากผิดพลาดซ้ำอีก โอกาสที่พรรคประชาธิปัตย์จะหวนกลับมายิ่งใหญ่นั้น ยากกว่าที่คิดหลายเท่าตัว ...๐