หัวใจโพธิสัตว์! 'รมช.เกษตร' ยกย่อง 'อ.เดชา' ยอมเสี่ยงเพื่อปลดทุกข์ผู้อื่น ลั่นเอาตำแหน่ง-ชีวิตรับประกัน


   

รมช.เกษตรการันตี "เดชา ศิริภัทร" เอาตำแหน่ง-ชีวิตรับประกัน ลั่นยอมติดคุกแทน ยกย่องหัวใจโพธิสัตว์ทำเพื่อผู้อื่น เห็นคนทุกข์ก็ยอมเสี่ยงช่วย แนะทุกฝ่ายร่วมหาทางออก อย่าให้กฎหมายเป็นอุปสรรค ต้องทำให้สังคมอยู่ร่วมกันสงบ 

9 เม.ย.62 - นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดเข้าตรวจค้นและยึดต้นกัญชาและสารสกัดจากกัญชาได้ที่มูลนิธิข้าวขวัญ จังหวัดสุพรรณบุรี ที่มีนายเดชา ศิริภัทร เป็นประธานมูลนิธิ และจับกุมเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิฯไปดำเนินคดีว่า นายเดชาเป็นคนซื่อตรงและมีชีวิตเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นมาโดยตลอด มีความเมตตา มีการปฏิบัติธรรมและลงมือทำด้วย แม้อายุกว่า 70 ปีแล้วยังคอยช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ทางผู้ปฏิบัติเรียกว่าเป็นผู้มีหัวใจโพธิสัตว์คือ เห็นใครเดือดร้อนก็อยากจะช่วยเหลือ แม้รู้ว่าช่วยเหลือแล้วเสี่ยงเพราะกฎหมายไม่ค่อยเอื้อ แต่เมื่อเห็นคนทุกข์ ก็ยอมเสี่ยงเองเพื่อทำยาแจกคนยากคนจนและคนทุกข์เข็ญเพราะยากที่จะไปซื้อยามารักษาโรคร้าย โดยเฉพาะโรคมะเร็ง 

นายวิวัฒน์กล่าวว่า อยากให้ทุกฝ่ายทุกรัฐบาล นักวิชาการ นักการเมือง ผู้มีความรู้จัดตั้งคณะกรรมการหรือทีมงานสนับสนุนช่วยเหลือนายเดชาให้ได้ผลิตยาช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์และไม่ให้กฎหมายเป็นอุปสรรค เพราะกฎหมายมีไว้เป็นเครื่องมือให้คนทำดีเพื่อสังคมอยู่กันอย่างสงบร่มเย็น กฎหมายไม่ได้มีไว้บังคับคนดีไม่ให้ทำความดี หวังว่าประเทศเราจะมีคนดีร่วมมือกัน ทำให้กฎหมายเอื้องานของนายเดชา หรือทำให้อำนาจรัฐ อำนาจเงิน อำนาจทุน อำนาจความรู้ไปสนับสนุนงานของนายเดชาให้ช่วยเหลือคนได้มากขึ้น 

“ผมรับรองและรับประกันอาจารย์เดชาอยู่แล้ว นี่ก็รับรองไปที่รัฐมนตรีทุกคนในคณะรัฐมนตรี แจ้งผ่านไลน์ ถ้าให้ไปเซ็นรับรองนี่เอาตำแหน่งไปแลกเลย ประกันเลย ถ้าอาจารย์เดชาผิดเอาตำแหน่งไปเลย อย่าว่าแต่ตำแหน่งทรัพย์สินเงินทอง แม้แต่ชีวิต ถ้าเซฟอาจารย์เดชาไว้ให้ช่วยเหลือคนจำนวนมาก เอาชีวิตเราไปแลก ติดคุกแทนยังทำได้เลย เราไม่มั่นใจว่าจะทำเรื่องเหล่านี้ได้ดีเท่าอาจารย์เดชาหรือเปล่า ควรให้คนที่มีความรู้ที่สุด เสียสละที่สุดอยู่ทำงานต่อไป เห็นอยู่ว่าคนอย่างอาจารย์เดชาเสียสละมานาน เพราะฉะนั้นผมยินดีเอาตำแหน่งเป็นประกัน เอาชีวิตเป็นประกันเลยด้วยซ้ำไป”นายวิวัฒน์ กล่าว   
 
นายวิวัฒน์กล่าวว่า จริงๆกัญชาเป็นสมุนไพรที่ควรได้รับการส่งเสริมอย่างจริงจัง รัฐควรมีมาตรการบางอย่าง แต่ไม่ใช่เหมาห้ามไปทั้งหมด และไม่ใช่ห้ามคนที่สกัดปรุงยาช่วยเหลือคนอื่น 

“ข้าราชการส่วนใหญ่ก็คงไม่อยากไปจับหรอก เขารู้อยู่เต็มอกว่านี่เป็นประโยชน์ส่วนรวม เป็นประโยชน์ต่อคนยากคนจน คงมีแต่ข้าราชการนิดเดียว ซึ่งผมเชื่อลึกๆว่ามีความผูกพันอยู่กับบริษัทเอกชน อย่างบริษัทยานี่ถ้าชาวบ้านรวมตัวกันผลิตยาได้เองทั้งประเทศ รวมทั้งเพื่อนบ้านละแวกนี้ด้วย บริษัทยาจะอยู่ยาก เขาก็ต้องเคลื่อนไหวต่อสู้ วิธีการง่ายๆ คือเอากฎหมายไปบังคับ ง่ายที่สุดคือไปจับมือกับข้าราชการเอากฎหมายมาจับ”นายวิวัฒน์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า มองประเด็นการรักษาโรคด้วยกัญชาซึ่งเป็นทางเลือกสำหรับคนยากคนจนอย่างไร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯกล่าวว่า ระบบบริการทางการแพทย์และระบบการพัฒนาต่างๆที่รัฐทั่วโลกกระทำอยู่ตอบสนองช้า ดังนั้นชาวบ้านจึงต้องลุกขึ้นพึ่งตนเอง จึงต้องเร่งปฎิรูปและปรับปรุงกันครั้งใหญ่ การปฏิรูปที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือการทำให้คนทั้งประเทศลุกขึ้นรักกันสามัคคีกัน โดยช่วยกันสร้างปัจจัยที่จำเป็น อย่าทิ้งให้ใครอดอยาก อย่าทิ้งให้ใครทุกข์เข็ญอยู่ข้างหลัง ซึ่งตนถือว่านายเดชาเสียสละทำให้คนทั้งประเทศได้เห็น ตั้งแต่นายกรัฐมนตรีไปจนถึงขอทานเลย เพราะทุกคนมีสิทธิเจ็บป่วยเหมือนกันหมด ซึ่งได้เวลาแล้วที่ประชาชนจะรวมตัวกันพึ่งตนเองให้ได้