ประกอบพิธีเสกนํ้าอภิเษก86คนโท


เพิ่มเพื่อน    

    สมเด็จพระสังฆราชทรงประกอบพิธีเสกน้ำอภิเษกรวม 86 คนโท จุดเทียนชัย เจริญพระพุทธมนต์ เพื่อการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ประชาชนสวมเสื้อเหลืองร่วมสวดมนต์แน่นวัดสุทัศน์ "ประวิตร" เปิด กอ.ร่วมพระราชพิธี ทำงาน 24 ชม. ตั้ง ผบช.ภ.คุมพื้นที่ 6 โซน สแกน 3 มิติ บนดิน-ฟ้า-ในน้ำทุกตารางนิ้ว ถวายความปลอดภัยสูงสุดสมพระเกียรติ
    เมื่อวันที่ 18 เมษายน กระทรวงมหาดไทยจัดขบวนเชิญน้ำอภิเษกและน้ำสรงพระมุรธาภิเษกในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 จากกระทรวงมหาดไทย ไปยังวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร เมื่อเวลา 06.00 น. ผู้เชิญคนโทน้ำอภิเษกจำนวน 86 คน เชิญคนโทน้ำอภิเษกจากห้องดอกแก้ว ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย ทางบันไดหน้ามุข และนำไปวางเรียงบนรถเชิญน้ำอภิเษกซึ่งตั้งอยู่บนถนนอัษฎางค์ หน้ากระทรวงมหาดไทยแล้วไปตั้งแถว ณ จุดตั้งขบวน โดย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ประธานในพิธี พร้อมด้วย รมช.มหาดไทยและปลัดกระทรวงมหาดไทย เดินทางถึงพิธีถวายความเคารพเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพถวายราชสักการะแล้วถวายความเคารพ 
    จากนั้นเวลา 06.23 น. เคลื่อนขบวนเชิญน้ำอภิเษกและน้ำสรงพระมุรธาภิเษกจากกระทรวงมหาดไทยไปตามถนนอัษฎางค์ เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนบำรุงเมือง และเข้าสู่ถนนดินสอเลี้ยว วนรอบเสาชิงช้า  ตรงไปยังวัดสุทัศน์ รมช.มท. ข้าราชการระดับสูงของ มท. ผู้ว่าฯ กทม. และผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดตั้งแถวหน้าพระวิหารวัดสุทัศน์ ผู้เชิญคนโทน้ำอภิเษกเชิญคนโทน้ำอภิเษกจากรถเชิญอภิเษกไปยังด้านหน้าพระวิหารวัดสุทัศน์ ต่อมาเวลา 06.56 น. พล.อ.อนุพงษ์ รมช.มท.  ข้าราชการระดับสูงของ มท. ผู้ว่าฯ กทม. และผู้ว่าฯ 76 จังหวัด เชิญคนโทน้ำอภิเษกเข้าไปวางในพระวิหารวัดสุทัศน์ และเดินกลับเข้าขบวน ก่อนเคลื่อนขบวนกลับกระทรวงมหาดไทย 
    เส้นทางการเดินริ้วขบวนจาก มท.ไปยังวัดสุทัศน์  มีระยะทาง 740 เมตร สำหรับรูปแบบขบวนเชิญน้ำอภิเษกและน้ำสรงพระมุรธาภิเษกจากกระทรวงมหาดไทยไปยังวัดสุทัศน์ ประกอบด้วย รถตำรวจนำขบวน ตามด้วยวงดุริยางค์กองทัพบก 52 นายบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 3 บทเพลง ได้แก่ เพลงใกล้รุ่ง, เพลงมาร์ชราชวัลลภ และเพลงยามเย็น ต่อด้วยสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนเชิญธงชาติ 34 นายและเชิญธงตราสัญลักษณ์ 34 นาย รวมทั้งสิ้น 68 นาย
    จากนั้นเป็นรถเชิญคนโทน้ำอภิเษกรวม 86 ใบ ตามด้วย รมว.มท., รมช.มท., ผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด และผู้ว่าฯ กทม. รวมทั้งหมด 86 คน ถัดมาเป็นผู้เชิญคนโทน้ำ 86 คน และผู้ร่วมขบวนปิดท้ายด้วยรถตำรวจ รวมจำนวนแถว 52 แถว รวมผู้ร่วมริ้วขบวนประมาณ 500 คน ความยาวของขบวนประมาณ 92 เมตร 
ประกอบพิธีเสกน้ำอภิเษก
     ที่วิหารหลวง วัดสุทัศนเทพวรารามเขตพระนคร เวลา 17.03 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์ ซึ่งเป็นพระราชพิธีเบื้องต้นในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ซึ่งมีการเชิญคนโทน้ำอภิเษกจาก กทม.และ 76 จังหวัด รวม 86 คนโท วางเรียงหน้าพระศรีศากยมุนี พระประธานในพระวิหาร โดยมีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และมีบุคคลสำคัญเข้าร่วมพิธี อาทิ นายพรเพชร พิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.), นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา,​ นายปิยะ ปะตังทา ประธานศาลปกครองสูงสุด, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ​ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการฝ่ายรักษาความปลอดภัยและรักษาการจราจรงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก, นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานกรรมการฝ่ายกลั่นกรองการขอใช้งบประมาณงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก, นายวิษณุ เครืองาม ประธานกรรมการฝ่ายจัดพิธีการงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นต้น
     นายกฯ พร้อมด้วยประธานสภา สนช.และประธานศาลฎีกา ร่วมกันถวายพัดรองที่ระลึกแด่พระสงฆ์จำนวน 68 รูป จากนั้นพระสงฆ์สวดภาณวารจำนวน 4 รูป ได้แก่ พระประสิทธิสุตคุณ, พระครูสุนทรโชตยานุวัตร, พระมหากรวิกอหึโก, พระมหาคำแสนมงคลเสวีจากวัดสุทัศนเทพวราราม และพระนั่งปรก(เจริญจิตภาวนา) จำนวน 5 รูปนั่ง 4 ทิศ ได้แก่ พระเทพสังวรญาณ วัดบวรนิเวศวิหาร, พระภาวนาวิสุทธิโสภณ วัดประดู่, พระโสภณพัฒนคุณ วัดพุน้อย, พระบวรรังษี วัดระฆังโฆสิตาราม และพระนันทวิริยาภรณ์ วัดสว่างอารมณ์
     หลังจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์จุดธูปเทียนเครื่องนมัสการที่หน้าพระศรีศากยมุนี กราบที่แท่นกราบ จากนั้นเปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ ถวายราชสักการะถวายความเคารพเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เจ้าหน้าที่กรมการศาสนาอาราธนาศีล สมเด็จพระสังฆราชให้ศีล สมเด็จพระสังฆราชให้ศีลจบ เสด็จไปยังตู้เทียนชัย ทรงเจิมเทียนชัย เจ้าหน้าที่มอบเทียนชนวนที่จุดไฟให้แก่นายกฯ เพื่อถวายเทียนชนวนแด่สมเด็จพระสังฆราช
    เวลา 17.14 น. สมเด็จพระสังฆราชทรงจุดเทียนชัย ขณะนี้พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถาจุดเทียนชัยชาวพนักงานลั่นฆ้องชัยภูษามาลาแกว่งบัณเฑาะว์ประโคมสังข์แตรดุริยางค์ ต่อมานายกฯ รับเทียนชนวนจากเจ้าหน้าที่จุดเทียนวิปัสสีจุดเทียนมหามงคลและเทียนมหาหรคุณแล้ว ส่งเทียนชนวนคืนให้แก่เจ้าหน้าที่พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ประธานพระครูพราหมณ์ จุดธูปเทียนบูชาเทพยดา แล้วอ่านประกาศชุมนุมเทวดา 15 นาที เพื่อดูแลปกปักรักษาภายในพิธี ต่อมาเจ้าหน้าที่กรมการศาสนาอาราธนาพระปริตรพระสงฆ์ 68 รูปเจริญพระพุทธมนต์ 
    เมื่อพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ถึงบทเสกทำน้ำ "บทสวดมงคลสูตร" นายกฯ จุดเทียนที่ครอบสัมฤทธิ์แล้วถวายสมเด็จพระสังฆราช เมื่อเสกทำน้ำพระพุทธมนต์จบแล้ว สมเด็จพระสังฆราชทรงโปรยข้าวตอกดอกไม้และทรงประพรมน้ำพระพุทธมนต์ที่คนโทน้ำพระพุทธมนต์จากจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ภายในราชวัติ ขณะนี้พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถาชาวพนักงานลั่นฆ้องชัยภูษามาลาแกว่งบัณเฑาะว์ประโคมสังข์แตรดุริยางค์
    พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ประธานพระครูพราหมณ์ ถวายคันประทีปสั่นกระดิ่งและโปรยข้าวตอกดอกไม้ที่คนโทน้ำพระพุทธมนต์จากจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศภายในราชวัติ ขณะนี้ชาวพนักงานลั่นฆ้องชัยภูษามาลาแกว่งบัณเฑาะว์ประโคมสังข์แตรดุริยางค์ จากนั้นนายกฯ พร้อมด้วยประธาน สนช. ประธานศาลฎีการ่วมกันถวายจตุปัจจัยไทยธรรม และถวายย่ามปักตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก แล้วนายกฯ กรวดน้ำ พระสงฆ์อนุโมทนาถวายอดิเรก ต่อมานายกฯ ไปยังหน้าพระสวดภาณวารจุดเทียนทอง-เงินและเครื่องบูชากระบะมุก เจ้าหน้าที่กรมการศาสนาอาราธนาพระสวดภาณวารจุดเทียนพุทธาภิเษกข้างตู้เทียนชัยซ้าย-ขวานายกฯ  ประธาน สนช. ประธานศาลฎีกา เดินทางกลับ
ปชช.สวดมนต์แน่นวัดสุทัศน์
    ต่อมาเวลา 20.10 น. สมเด็จพระพุฒาจารย์วัดไตรมิตรวิทยาราม เดินทางมาถึงพระวิหารหลวงวัดสุทัศนเทพวราราม นั่งยังอาสน์สงฆ์ รมว.มหาดไทยเชิญใบพลู สมเด็จพระพุฒาจารย์เดินไปยังตู้เทียนชัย รมว.มหาดไทยถวายใบพลูแด่สมเด็จพระพุฒาจารย์ จากนั้นสมเด็จพระพุฒาจารย์บริกรรมคาถาและดับเทียนชัย ขณะนี้พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์คาถาดับเทียนชัย เจ้าหน้าที่ประโคมฆ้องชัย วงดนตรีไทยบรรเลงเพลงมหาฤกษ์เป็นอันเสร็จพิธี
     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศรอบระเบียงคดและลานหน้าวิหารหลวงวัดสุทัศน์ มีประชาชนทุกเพศทุกวัยสวมใส่เสื้อเหลืองเข้าร่วมสวดมนต์ในพิธีเสกน้ำอภิเษกรวม หนึ่งในพิธีสำคัญในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
     ทั้งนี้ ในวันที่ 19 เม.ย. จะเป็นขบวนเชิญน้ำอภิเษกจากวัดสุทัศน์ไปยังพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในเวลา 06.45 น. โดยมี รมว.มหาดไทย เป็นประธาน, ผู้ว่าฯ กทม. และผู้ว่าฯ ทั้ง 76 จังหวัดร่วมริ้วขบวนดังกล่าว
     ที่กระทรวงกลาโหม  พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, นายวิทยา ยาม่วง ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการขนส่งทางน้ำ รักษาการในตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ร่วมกันแถลงข่าวหลังการประชุมกองอำนวยการร่วมถวายความปลอดภัย และอำนวยการการจราจรพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
    พล.ต.ท.ปิยะกล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะประธานการประชุม และเป็นประธานในพิธี เปิดกองอำนวยการร่วมฯ ที่ห้องยุทธนาธิการกระทรวงกลาโหม นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 7 พ.ค.2562 โดยกองอำนวยการร่วมฯ แห่งนี้จะทำงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานที่เกี่ยวข้องกับการถวายความปลอดภัย การอำนวยความสะดวกด้านการจราจรทุกอย่าง ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตรได้กล่าวขอบคุณทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง ที่ได้ร่วมในพิธีตักน้ำอภิเษก ซึ่งทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
    โดย พล.อ.ประวิตรยังกล่าวแสดงความห่วงใย และได้สั่งการไว้ทั้งหมด 7 ประเด็น ได้แก่ 1.จะมีการประชุมทุกวันในเวลา 09.00 น. โดยจะมีประธานทั้งในส่วนของหน่วยงานกระทรวงกลาโหม ผบ.เหล่าทัพ ตำรวจ หมุนเวียนกันเป็นประธานในแต่ละระดับ รวมถึง 40 หน่วยงาน ที่ปฏิบัติหน้าที่ร่วมกัน โดยก่อนเวลา 12.00 น.ของทุกวันจะมีการสรุปผลการประชุมรายงานให้รองนายกฯ ได้รับทราบ เพื่อวางแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป 2.ให้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องติดตามข่าวสารข่าวกรอง รวมถึงข้อมูลต่างๆ อย่างใกล้ชิด เกาะติดการข่าวทุกๆ สถานการณ์ เพื่อจะได้ปรับแผนปฏิบัติและวางแนวทางต่างๆ ให้สอดคล้องกับเหตุการณ์ได้อย่างต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง 
แบ่ง 6 โซนสแกนทุกอย่าง
    3.ได้มีการแบ่งพื้นที่ออกเป็น 6 โซน ในการดูแลความปลอดภัยและการจราจร โดยมอบหมายให้ผู้บัญชาการตำรวจภาค 6 คน พร้อมตัวแทนของฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครอง ท้องถิ่น ร่วมปฏิบัติ หน้าที่ด้วยกันทั้ง 6 โซน ซึ่งต้องไปพิสูจน์ทราบ ข้อมูลส่วนบุคคลยานพาหนะ วัสดุอุปกรณ์สิ่งของเครื่องใช้ ทั้งบนฟ้า ในอากาศ บนดิน สแกนทุกอย่าง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนสิ้นสุดพระราชพิธีอย่างครบถ้วน ให้รู้ข้อมูลในพื้นที่อย่างละเอียด และวางแผนปรับแผนให้ทันกับสถานการณ์ 4.ต้องมีการซักซ้อมความเข้าใจในการปฏิบัติงานในระดับ ผู้ปฏิบัติและผู้บังคับบัญชา รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ร่วมปฏิบัติ ผู้ใต้บังคับบัญชา ต้องเข้าใจตรงกันในขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อมีสถานการณ์ใดขึ้นมาทุกคนต้องรู้หน้าที่ตัวเองว่าจะต้องทำอะไร 
    5.ในการปฏิบัติหน้าที่ ทั้ง 6 โซนและจุดคัดกรองทั้ง 21 จุดที่มีอยู่ ได้นำเทคโนโลยีทั้งของตำรวจและทหาร ฝ่ายข่าวกรอง กสทช. รวมถึงโทรคมนาคมต่างๆ ทั้งระบบสแกนใบหน้า การพิสูจน์ทราบบุคคลระบบฐานข้อมูล CCTV ต่างๆ ทั้งหมด ให้ดำรงการติดต่อสื่อสารได้ตลอดเวลาในการเชื่อมโยงข้อมูลทุกจุดมายังกองอำนวยการร่วมฯ ตลอด 24 ชั่วโมง 6.ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ โดยเฉพาะผู้บัญชาในระดับโซน และจราจรต้องลงลึก เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติทุกหน่วย โดยเป็นการทำงานลงในรายละเอียดจริงๆ ในทุกพื้นที่ การรายการจราจรก็ต้องตรวจดูทั้งในแยก ในซอย บุคคล รถยนต์เข้า-ออกที่เป็นประจำ มีการวางระบบอย่างชัดเจน และ 7.ข้าราชการทุกนายถือว่าเป็นเกียรติอย่างสูงสุดที่ได้ปฏิบัติหน้าที่นี้ ขอให้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ที่สุด ให้สมพระเกียรติ และเป็นไปตามพระราชประสงค์ 
    ที่ประชุมได้พูดถึงจิตอาสาต่างๆ ทั้งจิตอาสาประชาชน จิตอาสาจากส่วนราชการ รวมถึงจิตอาสาเฉพาะกิจ จะมีการฝึกอบรมตั้งแต่วันที่ 22 เม.ย.นี้เป็นต้นไป อยากเชิญชวนพี่น้องประชาชน ทั้งในส่วนของพิธีการเย็นนี้ จนถึงวันที่ 2-6 พ.ค.นี้ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพิธีอันยิ่งใหญ่ของคนไทย กองอำนวยการร่วมฯ จะทำหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัย อำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ เพราะถือว่าพี่น้องประชาชนทุกคนเป็นแขกของพระองค์ท่าน โดยจะมีการจัดไฟส่องสว่างเพื่ออำนวยความสะดวกของประชาชนที่จะต้องอยู่ในช่วงเวลากลางคืน รวมถึงการจัดที่รองนั่งเช่นเดียวกับช่วงที่ประชาชนมาร่วมงาน ร.9
    พล.ต.ต.จิรสันต์กล่าวว่า ในวันที่ 19 เม.ย. จะมีพิธีเชิญน้ำอภิเษกจากวัดสุทัศน์ไปพระบรมมหาราชวัง จะปิดช่องทางจราจร 16 เส้นทาง ตั้งแต่ 06.00-11.00 น. เป็นระยะทาง 1,890 กิโลเมตร ที่ริ้วขบวนจะเดินผ่าน ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง โดยยืนยันว่าจะทำให้กระทบกับประชาชนน้อยที่สุด ในวันนี้ที่ 21 เม.ย. จะเป็นการซักซ้อมริ้วขบวนพยุหยาตราสถลมารค จะมีการเตรียมความพร้อมให้มากยิ่งขึ้น หากประชาชนสงสัยสามารถสอบถามได้ที่เบอร์ 1197 และ w ww.police.go.th. 
    นายวิทยากล่าวว่า กระทรวงคมนาคมรับผิดชอบงานอำนวยความสะดวกการเดินทางให้บริการประชาชนเข้าร่วมงานพิธีบรมราชาภิเษก ระหว่างวันที่ 4-6 พ.ค. ดังนี้ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ (ขสมก.) จัดเตรียมรถให้บริการฟรีรับ-ส่งประชาชนจำนวน 900 คัน ทั้งหมด 16 เส้นทาง รวมทั้งได้จัดเตรียมการเดินขบวนรถรถไฟดีเซลรางชั้น 3 เส้นทางละ1 ชุด ชุด ละ 4 คัน เดินใน 4 เส้นทาง ส่วนกรมเจ้าท่าจัดเตรียมเรือข้ามฟากและเรือด่วนเจ้าพระยาในหลายเส้นทาง.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"