'ธีระชัย'เหนื่อยแทน!ภาวะข้อมูลท่วมกรณี'ธนาธร'มีแต่เพิ่มข้อสงสัย


   

30 เม.ย.62- นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรมว.คลัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thirachai Phuvanatnaranubala ว่าสำนักข่าวอิศราเผยแพร่บทความโดยคุณสมผล ตระกูลรุ่ง เกี่ยวกับหุ้นสื่อของคุณธนาธร ที่น่าสนใจ

“แต่หลักฐานที่คุณธนาธรนำมาชี้แจง กลับไม่น่าเชื่อถือและทำให้มีข้อสงสัยมากขึ้นยิ่งเปิดเผยเอกสารมากขึ้น ข้อสงสัยก็มากขึ้น ยิ่งอ้างตัวบุคคลมากขึ้น ยิ่งเป็นพิรุธมากขึ้น

การอ้างว่าทำต่อหน้าทนายโนตารี ก็ไม่มีเหตุผล ไม่มีใครเขาทำกัน เพราะไม่ใช่เอกสารที่จะต้องนำไปใช้ในต่างประเทศ ยิ่งอ้างว่าโอนหุ้นกลับไปกลับมาให้กับหลาน 2 คน ยิ่งไม่มีเหตุผลน่าเชื่อถือ”

เดิมผมมองว่า เรื่องนี้น่าจะดูไม่มีปัญหา เพราะในอดีตผมเคยให้ลูกน้องเช็ควิธีปฏิบัติกับกระทรวงพาณิชย์มาแล้ว

ทางกระทรวงพาณิชย์อนุญาตว่า บริษัทจะยื่นข้อมูลทุกครั้งที่มีการโอนหุ้นก็ได้ หรือจะรวบยอด ยื่นปีละครั้งประกอบการประชุมผู้ถือหุ้นก็ได้ กระทรวงพาณิชย์ยอมให้ทำได้ทั้งสองวิธี

ดังนั้น จึงอ้างอิงวิธีปฏิบัติที่ผู้สอบบัญชีใช้กันแพร่หลายสำหรับบริษัทครอบครัวเป็นปกติได้

ถึงแม้ยังไม่ยื่นกระทรวงพาณิชย์ แต่การโอนมีผลผูกพันคู่กรณีไปแล้วตั้งแต่วันที่ทำสัญญาโอนหุ้น

นอกจากนี้ มีการเปิดเผยข้อมูลอีกด้วยว่า มีชำระเงินด้วยเช็คขีดคร่อม A/C payee

ผมก็โพสต์ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2562 แล้วว่า ถ้าแบบนี้ ง่ายเลย ถ้ามีหลักฐานเช็คผ่านบัญชีแบงค์ไม่กี่วันหลังจากวันที่ 8 มกราคม 2562 ผมคิดว่า กกต. อาจจะต้องจบเรื่องเลย (ดูลิงค์เฟซบุ๊ค)

แต่ปรากฏว่าคุณธนาธรและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ได้นำเสนอข้อมูลต่อสาธารณะอย่างมากมาย อันนำไปสู่การตั้งข้อสังเกตยิบย่อย และมีการวิจารณ์ว่าบางประเด็นขัดกัน

กรณี information overload ที่ไม่ได้เคลียร์ข้อสงสัย จึงมีแต่เพิ่มข้อสงสัย

จึงควรจะนำแบงค์สเตทเมนท์ที่แสดงว่าเช็ค A/C payee ได้ผ่านบัญชีในเดือนมกราคมมาแสดงโดยด่วน

ทั้งนี้ ควรให้โอกาสคุณธนาธรชี้แจงเต็มที่ ส่วนเอกสิทธิ์ในดุลพินิจชี่ขาดนั้นเป็นของ กกต. และศาล.

 


ผมผิดอะไร?...........ฟัง "ทอน" แถลงข่าวก็ได้ข้อสรุปไม่ใช่เรื่อง "อยู่เป็น" หรือ "อยู่ไม่เป็น" แล้วล่ะ        อยู่ไปก็ไลฟ์บอยซะมากกว่า 

"ทอน-บุตร" ประเทศกูมี
"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว