'ดร.ธรณ์' ชี้ปะการังฟอกขาวปีนี้มาเร็ว เหตุน้ำทะเลร้อนถึง 31 องศา


   

2 พ.ค.62 - ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวถึงสถานการณ์อุณหภูมิน้ำในทะเลสูงขึ้นส่งผลให้เกิดผลกระทบต่อแนวปะการังว่า น้ำร้อนแล้วครับ เริ่มมีรายงานปะการังฟอกขาวเข้ามาบ้างแล้ว อุทยานฯสิรินาถ ภูเก็ต ตอนนี้มีรายงานว่าในพื้นที่มีปะการังฟอกขาวแบบเห็นชัดแล้ว 50% อุณหภูมิน้ำ 31 องศา

ผศ.ดร.ธรณ์ กล่าวว่า ปะการังฟอกขาวเกิดจากภาวะผิดปกติ เมื่ออุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้นมาก ปกติน้ำทะเล 27-29 องศา แต่เมื่อน้ำร้อนถึง 31 องศาขึ้นไป เริ่มเข้าสู่ช่วงเสี่ยงตอนนี้น้ำทะเล 31-32 องศาในบางพื้นที่ ถือว่าเข้าภาวะเสี่ยงแล้ว ปะการังจะปล่อยสาหร่ายเซลล์เดียวที่อยู่ในเนื้อเยื่อออกไป ทำให้สีของปะการังซีดลง หากเป็นมากอาจกลายเป็นสีขาวคือ สีของหินปูนที่เป็นโครงสร้างปะการัง ปะการังฟอกขาวจะขึ้นอยู่กับปัจจัย 3 ประการ คือ อุณหภูมิน้ำสูงแค่ไหน ? ร้อนนานแค่ไหน ? และมีแสงแดดมากหรือแรงแค่ไหน ? หากรุนแรงหรือยาวนาน 3-5 สัปดาห์ปะการังอาจตาย และกลายเป็นเศษหักพังก่อนย่อยสลายไป นอกจากนี้ยังขึ้นกับสายพันธุ์ของปะการัง บางสายพันธุ์อาจทนได้ดี หรือมีการฟื้นตัวที่ดี

"ปรากฏการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง เป็นผลสืบเนื่องมาจากภาวะโลกร้อน เนื่องจากสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงรุนแรงขึ้น ทำให้ปะการังฟอกขาวเริ่มเกิดถี่ขึ้น นักวิทยาศาสตร์หลายชาติทำนายว่า จะเกิดถี่ในระดับ 6 ปีครั้ง อย่างไรก็ตามอาจเกิดเร็วกว่านั้น เช่น ออสเตรเลียโดนถึง 2 ครั้งติดกัน เมื่อปะการังตายจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำ แน่นอนว่าจะส่งผลต่อการใช้ประโยชน์ เช่น การท่องเที่ยว การประมง"

นักวิชาการทางทะเล กล่าวอีกว่า ในปี 2558 เกิดปะการังฟอกขาวรุนแรงในบางพื้นที่ของไทย เคราะห์ดีที่มีฝนตกติดต่อกันในช่วงปลาย ทำให้อุณหภูมิน้ำลดลง และทำให้แสงแดดมีน้อยลงมาก ปะการังในหลายพื้นที่ยังมีการฟื้นตัวที่ดีมาก เช่น หมู่เกาะพีพี ทำให้ปะการังตายมีจำนวนน้อยมาก ในหลายพื้นที่ เช่น ออสเตรเลีย มัลดีฟส์ ปะการังไม่ได้มีการฟื้นตัวเหมือนไทย ทำให้เกิดผลกระทบรุนแรง ข้อมูลล่าสุดพบว่า ปะการังฟอกขาวในปี 58 ทำให้ปะการังในเกรทแบริเออร์รีฟตายถึง 30% โดยเฉพาะในตอนบน (ตั้งแต่ port douglas ขึ้นไป มีไซต์งานในอดีตที่ผมทำเคยทำ 3 แห่ง) หลังจากนั้น ยังมีการฟอกขาวซ้ำในปีถัดมา ทำให้เกิดปะการังตายในอีกบางพื้นที่ แม้ในปัจจุบัน หลายแห่งก็ยังไม่ฟื้นตัว หรือฟื้นตัวน้อย พื้นที่ควรติดตามอย่างใกล้ชิด น่าจะคล้ายคลึงกับพื้นที่เคยเกิด เช่น รอบเกาะภูเก็ต พีพี ตรัง หมู่เกาะสุรินทร์ (ในอดีตเคยเกิดครั้งใหญ่จนปะการังตายจำนวนมาก เพิ่งจะเริ่มฟื้น)

นอกจากนี้ ตามอ่าวต่างๆ ที่น้ำตื้น น้ำไหลเวียนไม่ค่อยดี เช่น อ่าวมาหยา ในช่วงเวลาน้ำตาย (พระจันทร์ครึ่งดวง) อาจทำให้น้ำร้อนแช่นาน ต้องติดตามปะการังที่ไปฟื้นฟูกันไว้ข้อมูลกระแสน้ำที่ม.เกษตรศาสตร์ทำไว้ในอ่าวมาหยา ชี้ให้เห็นว่า น้ำในช่วงนั้นจะแช่นานหน่อยครับ โดยสรุปแล้ว ที่น่าเป็นห่วงคือปีนี้เกิดเร็วหน่อย แค่เข้าต้นเดือนพฤษภาคมก็เริ่มฟอกบางจุดแล้ว ปีที่ผ่านมา ปะการังเริ่มฟอกขาวปลายเดือนพฤษภาคม เรามีฝนเข้ามาช่วย ทำให้แดดน้อยลง คลื่นพัดไปมา ช่วยให้น้ำไหลเวียนดี ฝนยังช่วยทำให้อุณหภูมิน้ำต่ำลงอย่างรวดเร็ว แต่ปีนี้มาเร็ว แม้ฝนอาจเริ่มเข้าภาคใต้บ้าง แต่อาจไม่ต่อเนื่อง ต้องคอยช่วยกันลุ้น


เมื่อ ส.ส. "ไม่ รพช." ก็ดีไปอย่าง จะได้ตรวจสอบซึ่งกันและกัน สภาฯ สถานที่ออกกฎหมาย จะได้น่าเชื่อถือ

ไทยที่ "ดังและดี" ในตัวเอง
เส้นทางบรรจบ 'ประยุทธ์-ชวน'
จุดตายของ 'ธนาธร'
กเฬวรากลี้ภัยใจคด
ผิดพลาดของการตรากฎหมาย?
วันนี้ "ตามใจแฟน" ซักวัน