แม่ทัพภาค4พาคนกลับบ้าน-ผู้เห็นต่างน้ำตาไหลเหยียบแผ่นดินไทยรอบ40ปี


เพิ่มเพื่อน    

20 ก.พ.61-  ที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 4409 อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี พลโท ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 เข้าตรวจเยี่ยมการดำเนินกรรมวิถีในการออกสัญชาติให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน ณ ศูนย์พัฒนาและฝึกอาชีพ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 4409      พร้อมทั้งได้เข้าพบปะพูดคุย กับผู้เข้าร่วมโครงการและครอบครัว ซึ่งก่อนหน้านี้เคยหลบซ่อนอยู่ตามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ที่ยอมนำครอบครัวเข้าร่วมโครงการจำนวน 103 คน และมี 5 คนที่ขอถอนออกกลับประเทศเพื่อนบ้าน คงเหลือ 98 คน
    ซึ่งทั้งหมดเจ้าหน้าที่ได้จัดมาพักไว้ภายใน ศูนย์พัฒนาและฝึกอาชีพ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 4409 ในอำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เพื่อการอำนวยความสะดวกด้านกระบวนการยุติธรรมและขั้นตอนการพิสูจน์สัญชาติ  ตรวจดีเอ็นเอ และแจกหนังสือหัดเขียน หัดอ่านรวมทั้งสอนภาษาไทย เพื่อสามารถสื่อสารได้   
    พลโทปิยวัฒน์  กล่าวว่า จากการที่ผู้เห็นต่างได้เข้ามอบตัวในโครงการพาคนกลับบ้าน ทำให้ผู้เห็นต่างมองเห็นถึงความตั้งใจของทางหน่วยงานทหารที่ดำเนินงานด้วยความยุติธรรมและบริสุทธ์ใจ ไม่ใช่แค่จำนวน  98 คน ที่เข้าร่วมโครงการเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายรายที่กำลังตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ ซึ่งในวันนี้มีผู้เข้าร่วมโครงการได้รับการพิสูจน์สัญชาติและได้รับบัตรประจำตัวประชาชนแล้ว 4 คน และในวันที่ 22 นี้ จะได้รับการพิสูจน์สัญชาติและออกบัตรประจำตัวประชาชนให้อีกกว่า 25 คน ส่วนที่เหลือก็จะเร่งดำเนินการเสร็จภายในอาทิตย์นี้
    จากนั้น แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เดินทางไปยังที่ว่าการอำเภอสานบุรีเพื่อมอบบัตรประจำตัวประชาชนให้กับผู้เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน 4 ราย ที่ได้รับการพิสูจน์สัญชาติแล้ว คือ นายหวันหลี ยูโซะ ,นายมะลีเปง ยีจิ ,นายสะมะแอ. มะพิเย๊าะ. และ นายนิโซะ ยูโซะ
    1 ใน 4 รายที่ได้บัตรประชาชน เผยว่า ตนหลบหนีจากประเทศไทยไปกว่า 40 ปีไม่เคยคิดว่าจะได้กลับมาเมืองไทย เมื่อเปิดโอกาสก็ดีใจเข้ามา ทั้งๆที่ อีกหลายคนที่ยังไม่มาบอกว่า ถ้าเข้าไปก็ถูกยิง แต่ตนก็ยอม เพื่อแสดงให้เห็นเราบริสุทธิ์ ประกอบกับอยากกลับบ้าน อยากให้ลูกกลับมาเมืองไทยดีกว่า ซึ่ง ถ้ารัฐทำดี ทำถูกต้องจริงใจ  กับโครงการนี้ ก็จะล้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดี ที่เข้าใจผิด ทำให้คนที่หลบหนีเกิดความมั่นใจก็จะทยอยออกมาอีกมาก  เบื้องต้นเห็นแล้วว่า แม่ทัพ ทำจริงจนสามารถมีบัตรประชาชนครั้งแรก  หลังจากนี้ตนอยากอยู่ในพื้นที่โครงการราชดำริ ประกอบอาชีพที่จัดให้  โดยมีทหารดูแล คงไม่กลับบ้าน เพราะที่บ้านเดิมทั้งที่ดินที่ทำกิน บ้านอยู่อาศัย ได้ถูกอิทธิพลในพื้นที่ยึดครองแอบอ้างกรรมสิทธิ์จนถึงทุกวันนี้   และเกรงว่าจะมีปัญหาอาจถูกใส่ร้าย เหมือนที่ผ่านมา ที่ได้หลบหนีไป  ส่วนสถานการร์ที่เกิดขึ้นปัจจุบัน มักแอบอ้างขบวนการว่าสร้างสถานการณ์  ซึ่งจริงๆแล้วในพื้นที่ มีทั้งเรื่องอิทธิพลในพื้นทีที่เป็นคนของรัฐ รวมทั้งปัญหายาเสพติด  ที่มีการสร้างสถานการร์ สร้างปัญหามากมาย 
    อยากบอกว่าโครงการนี้ดี แต่ไม่ควรบอกว่าเป็นโครงการพาคนกลับบ้าน หรือมอบตัว เพราะจะทำให้พวกถูกทั้งขึ้นทั้งล่อง ฝ่ายขบวนการไม่พอใจ หรืออีกหลายฝ่ายไม่พอใจควรกลับมาแบบไม่มีชื่อโครงการก็ได้  ในเมื่อต้องการความสงบ พวกเราก็อยากสงบ   ก็ต้องช่วยกัน ตนยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมกันพัฒนาชาติ และจะใช้โอกาสนี้ชักชวนผู้ที่หลงผิด กลับบ้านเช่นกัน.

 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.