เธอร้ายมาก!'เกศปรียา'นั่งอ่านรายงานความยุติธรรมเพื่อคนทั้งมวล แล้วจิกคสช.เผด็จการอนุรักษ์นิยมทำGDPดิ่งเหว


เพิ่มเพื่อน    

7 พ.ค.62-น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า หลังจากอ่านรายงานความยุติธรรมเพื่อคนทั้งมวล (Justice for All) โดยคณะทำงานเพื่อความยุติธรรม (Task Force on Justice) รายงานฉบับนี้ระบุ ชี้ว่า 5.1 พันล้านคน คิดเป็นจำนวนเกือบ 2 ใน 3 ของประชากรโลกทั้งหมด ขาดหนทางที่จะเข้าถึงความยุติธรรม ในจำนวนนี้มี 1.5 พันล้านคน หรือราว 1 ใน 5 ของประชากรโลกที่ถูกทิ้งให้เผชิญกับปัญหาความยุติธรรมที่พวกเขาไม่สามารถแก้ไขได้ โดยตกเป็นเหยื่อ ขณะที่อีก 4.5 พันล้านคน ถูกกีดกันจากโอกาสต่างๆ ตามกฎหมาย นำไปสู่การไม่สามารถเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจ บริการสาธารณะ หรือการคุ้มครองโดยกฎหมาย นอกจากนี้ยังมีการประมาณการณ์ว่ามีอย่างน้อย 253 ล้านคน อยู่ในสถานะที่เผชิญกับความอยุติธรรมอย่างร้ายแรง เช่น การไร้สัญชาติ การตกเป็นทาสสมัยใหม่ หรืออาศัยอยู่ในชุมชนหรือประเทศที่มีความไม่ปลอดภัยอย่างยิ่งยวด กระทั่งแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะแสวงหาความยุติธรรม ทำให้ตนหันมามองการเมืองไทยหลังการเลือกตั้งในขณะนี้ว่า ความยุติธรรมที่ผู้สมัครทุกพรรคได้รับจาก กกต. เท่าเทียมกันหรือไม่ 

หลังการเลือกตั้ง กกต. ตัดสิทธิ์ผู้สมัคร ส.ส. และว่าที่ ส.ส. โดยไม่นำคะแนนผู้ถูกตัดสิทธิ์มาคิด ส.ส. ประเภทบัญชีรายชื่อ 18 รายดังนี้ พรรคเพื่อไทย 1 ราย พรรคประชาชาติ 6 ราย พรรคเสรีรวมไทย 1 ราย พรรคชาติพัฒนา 1 ราย พรรครวมใจไทย 1 ราย พรรคพลังชาติไทย 2 ราย พรรคพลังไทยรักไทย 4 ราย พรรคพลังชาติไทย 2 ราย พรรคพลังปวงชนไทย 1 ราย พรรคประชาธรรมไทย 1 ราย และมีการรับแจ้งข้อกล่าวหาหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เป็นที่น่าสังเกตว่าพรรคที่ประกาศตัวสืบทอดอำนาจอย่างพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และรวมพลังประชาชาติไทย ที่มีคะแนนผลการเลือกตั้งรวม 8,325,665 เสียง ไม่มีผู้ถูกตัดสิทธิ์และยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับพรรค พปชร. จนมีการล้อกันทั่วโลกโซเชี่ยลว่า “กกต. ตัดสิทธิ์ แต่แน่นอนว่าไม่มี พปชร.”  อีกทั้งมีแฮชแท็กในโซเชียลว่า #พปชรอยู่เหนือกฏหมาย  โดยพรรคที่หาเสียงว่าไม่สนับสนุนสืบทอดอำนาจได้คะแนนรวมทั้งสิ้นจากผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ 94 % คือ 19,257,765 เสียง แสดงว่าเจตนารมณ์การเลือกตั้ง 24 มี.ค. 2562 ที่ผ่านมาประชาชนประมาณ 71% ไม่ต้องการให้มีการสืบทอดอำนาจ และประชาชนกลุ่มนี้ได้รับรู้ถึงความยุติธรรมที่ไม่เท่าเทียม

น.ส.เกศปรียา กล่าวต่อไปว่า อยากฝากคำถามถึง เผด็จการอนุรักษ์นิยมที่เพิ่งประกาศกอดติดอำนาจต่อหลังจากอยู่ในอำนาจมา 5 ปีว่า ต้องการให้สังคมไทยหมดความน่าเชื่อด้วยการมีความยุติธรรมที่ไม่เท่าเทียมเช่นนี้คงอยู่ในสังคมไทยใช่หรือไม่ ตัวอย่างใกล้ๆ คือการตัดสิทธิ์ผู้สมัครจากพรรคอนาคตใหม่ที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2562 ถึงกรณีคำวินิจฉัยของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ที่ 1706/2562 ระหว่างผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 2 จ.สกลนคร ยื่นคำร้องว่า นายภูเบศวร์ เห็นหลอด ผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ขาดคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิรับสมัครเลือกตั้ง หรือเป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากเป็นหุ้นส่วนในกิจการสื่อมวลชน จะถือเป็นบรรทัดฐานในการตัดสินคดีหุ้นสื่อฯ ของผู้สมัครส.ส.คนอื่นหรือไม่ว่า “ก็ต้องเข้าไปสู่กระบวนการที่ขอให้ศาลเป็นคนสั่งให้พ้น เรื่องนี้จึงตอบลำบาก เพราะเป็นคดีอยู่ ผมไม่อยากลงลึก ดังนั้น 2 คดีดังกล่าวจะเป็นบรรทัดฐาน คงพูดอย่างนั้นไม่ได้ ต้องร้องศาลก่อน ซึ่งอาจจะมีการเปรียบเทียบแบบคดีต่อคดีเพียงไม่กี่คดีก็รู้แล้ว แต่วันนี้ คดีที่ต่างจาก จ.สกลนคร ยังไม่มีบรรทัดฐาน” 

จากการเลือกตั้งครั้งนี้สิ่งที่สังคมรับรู้คือ การนับคะแนนที่นับแต่ละครั้งจำนวนผู้มาใช้สิทธิไม่เท่ากันสักครั้งที่ จ.นครปฐม อีกทั้งการตีความวิธีคำนวณคะแนน ส.ส. บัญชีรายชื่อ ที่หาข้อสรุปไม่ได้ต้องไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ ด้วยเกรงว่าจะขัดรัฐธรรมนูญ ตนขอถามว่าความสับสนวุ่นวายเหล่านี้เนื่องมาจากธงที่ต้องการให้พรรคที่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจได้คะแนนมากที่สุด โดยฝั่งตรงข้ามต้องหาวิธีคำนวณเพื่อให้ได้คะแนนน้อยที่สุดใช่หรือไม่ ประเด็นนี้ถ้าต้องการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมของประเทศ เมื่อรู้ทั้งรู้หรือสงสัยว่าจะขัดรัฐธรรมนูญก็ควรพิจารณาเปลี่ยนวิธีการคำณวณที่ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มิใช่ยืนกรานจะทำตามธง อีกทั้งการห้ามประชาชนแสดงความคิดเห็นในความน่าสงสัยนี้ ถ้าใครแสดงความคิดเห็นก็จะดำเนินการแจ้งความว่าดูหมิ่น พร้อมมีการออกมาให้ข่าวกล่าวหาผู้ที่สงสัยในความยุติธรรมที่ไม่เท่าเทียมนี้ว่าอย่าสร้างความแตกแยก 

"แท้จริงแล้วความยุติธรรมที่ไม่เท่าเทียมต่างหากที่เป็นปัจจัยหลักในการทำให้ประเทศชาติแตกแยก รวมทั้งเป็นการสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ ไปกับค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย รายได้ที่ประชาชนสูญเสียไปจากความไม่มีมาตราฐานทางยุติธรรมทำให้ประเทศขาดความเชื่อมั่น รวมทั้งค่ารักษาพยาบาลความเจ็บป่วยที่เกิดจากความเครียด ซึ่งเป็นผลจากการดำเนินการเพื่อเรียกร้องการชดเชยความเสียหายจากความยุติธรรมตามกฎหมาย อันอาจส่งผลกระทบให้จีดีพีในแต่ละปีของประเทศตกลง 0.5 ถึง 3 เปอร์เซ็นต์ เป็นความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ในภาวะการเจริญเติบโตเศรษฐกิจที่รั้งท้ายอาเซี่ยนของประเทศในวันนี้ รายงาน Justice for All ฉบับข้างต้นได้สรุปไว้" น.ส.เกศปรียา กล่าว


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.