ปฏิรูประบบภาษียกเครื่อง3กรมทำงานอิสระ


   

 

        นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการศึกษาการปฏิรูประบบการจัดเก็บภาษีของ 3 กรมภาษี ได้แก่ กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร โดยจะจัดตั้งเป็นหน่วยงานจัดเก็บภาษีกึ่งอิสระ (Semi Autonomous Revenue Agency : SARA) โดยหน้าที่หลักคือการจัดเก็บภาษี ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ด้านนโยบายการจัดเก็บภาษีของแต่ละกรมรวมอยู่ในองค์กรเดียวกัน แต่มีความเป็นอิสระคล้ายกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

 

        “เรื่องนี้ได้ถูกบรรจุรวมอยู่ในแผนปฏิรูปการจัดเก็บภาษีอยู่แล้ว จึงถือเป็นสิ่งที่กระทรวงการคลังต้องทำ โดยหลักการทำงานคือเป็นหน่วยงานอิสระ แต่จะไม่อิสระขนาด ธปท. โดยมีหน้าที่ในการจัดเก็บภาษี งานในด้านภาษีต่าง ๆ แผนการศึกษานโยบายการจัดเก็บจะถูกรวมเป็นส่วนกลางและเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ขณะที่การจัดเก็บภาษีก็จะทำตามหน้าที่ของแต่ละกรมฯ ในรูปแบบกึ่งอิสระ แต่ก็ยังอยู่ภายใต้การกำหนดนโยบายจากกระทรวงการคลัง เพื่อให้การทำงานยังเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเราเชื่อว่าเรื่องนี้จะทำให้การจัดเก็บรายได้จากภาษีในอนาคตสูงขึ้นจากปัจจุบันอย่างชัดเจน” นายสมชัย กล่าว

 

        จากข้อมูลการจัดเก็บภาษีในปี 2504-2527 มีรายได้จากการจัดเก็บภาษี คิดเป็น 13.3% ต่อจีดีพี ขณะที่ปี 2535-2560 มีรายได้จากการจัดเก็บภาษีเพิ่มเป็น 17.9% ซึ่งถือว่าน้อยมาก โดยจากการจัดอันดับรายได้จากการจัดเก็บภาษีจาก 127 ประเทศทั่วโลก ไทยอยู่อันดับที่ 62 เท่านั้น ประเด็นนี้เป็นเครื่องสะท้อนที่สำคัญถึงศักยภาพในการจัดเก็บภาษีของไทยที่ยังไม่เพียงพอ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนในการจัดเก็บภาษีของไทยที่ยังอยู่ในระดับสูง

 

        ทั้งนี้ เมื่อมีการนำรายได้จากภาษีเทียบกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน พบว่า ไทยมีต้นทุนในการจัดเก็บภาษีเฉลี่ย 2.5 แสนบาทสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ประกอบด้วยต้นทุนบุคลากร 7 หมื่นบาท ต้นทุนบัญชี และต้นทุนการจ้างที่ปรึกษา เป็นต้น ขณะที่เฉลี่ยต้นทุนในการจัดเก็บภาษี ทั้ง 3 กรมเฉลี่ยอยู่ที่ 2% โดยแบ่งเป็น กรมสรรพากร 1% กรมศุลกากร 3% และกรมสรรพสามิต 1.4% ซึ่งถือว่ายังสูงมากเมื่อเทียบกับต้นทุนการจัดเก็บภาษีของประเทศที่พัฒนาแล้ว อยู่ที่ 1.04%

 

        “แม้ว่ากระทรวงการคลังจะเป็นผู้กำหนดและดูแลเรื่องนโยบายและประเมินผลการทำงานของ SARA แต่ยืนยันว่าจะไม่มีการแทรกแซงการทำงานภายในองค์กรแน่นอน โดยแผนการดำเนินงานในส่วนนี้เพราะต้องการปฏิรูปการเก็บภาษีครั้งใหญ่อีกครั้ง ให้กรมภาษีรวมกันเป็นหนึ่ง เหมือนกับประเทศสหรัฐอเมริกา อย่างกรมสรรพากรสามารถอยู่บนขาเป็นเอกภาพของตัวเอง ไม่ต้องมีใครมาแทรก เงินเดือนก็เหมือนอัยการผู้พิพากษา มุ่งมั่นเก็บภาษีอย่างเดียว ไม่ต้องมีเรื่องใต้ดิน” นายสมชัย กล่าว


"ตัวอะไรเอ่ย........... หางอยู่ไทย หัวไปส่ายอยู่นอกประเทศ?" ไม่ใช่หัวเดียวนะ แต่ "ทีเดียว ๒ หัว" เลย

ถอดรหัสเลือกตั้ง "ต้นปี ๖๒"
'ใครหัวหน้า' สำคัญกว่าถูกดูด    
แอมเนสตี้ที่ 'สังคมไม่ต้องการ'
อีกก้าวของ 'นายกฯ เผด็จการ'
คสช.คือกบฏแผ่นดิน?
ยุทธศาสตร์ชาติกับทิศทางโจร