ประธานญาติวีรชนฯ หนุนขั้วที่3 จัดตั้งรัฐบาลช่วยชาติ


   

 

12 พ.ค. 2562 นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’35 กล่าวถึงสถานการณ์บ้านเมืองในช่วงนี้ว่า สถานการณ์ขณะนี้กำลังเข้าสู่เดดล็อกและทางตัน เนื่องจากการรวมเสียงส.ส.ของฝ่ายการเมือง2ขั้ว มีเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎรแบบปริ่มน้ำไม่ว่าฝ่ายใดตั้งรัฐบาลได้รัฐบาลหน้าก็ไร้เสถียรภาพ ขาดความเชื่อมั่นต่อการลงทุนกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจ มีทางเดียวที่จะฝ่าทางตันนี้ได้คือการร่วมกันตั้งรัฐบาลช่วยชาติ ตามที่คณะกรรมการญาติวีรชนฯเสนอ เป็นที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ข้อเสนอของคณะกรรมการญาติวีรชนฯได้รับการขานรับ หลายฝ่ายมองเห็นวิกฤติรออยู่ข้างหน้า จึงเห็นด้วยอย่างยิ่งกับการสร้างการเมืองขั้วที่3ในขณะนี้แต่ไม่ใช่เพื่อต่อรองเก้าอี้อย่างเดียวแต่ต้องเป็นขั้วที่3เพื่อฝ่าทางตันการเมืองสร้างรัฐบาลสามัคคีปรองดองช่วยชาติให้ก้าวพ้นวังวนความขัดแย้งในช่วง10ปีที่ผ่านมานี้ให้ได้ หาก4พรรคคือ ภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ ชาติไทยพัฒนา ชาติพัฒนา ซึ่งรวมกันแล้วได้ 116 เสียงจับมือกันแน่นก็จะเป็นตัวแปรสำคัญ แล้วรวมกับ2ขั้วการเมืองคือ เพื่อไทย อนาคตใหม่ และพลังประชารัฐ รวมทั้งพรรคเล็กให้ได้376เสียง แล้วเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งในสภาผู้แทนฯ500คนที่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายก็สามารถตั้งรัฐบาลได้

นายอดุลย์กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ แคนดิเดตนายกฯ ต้องเสียสละประกาศวางมือส่งไม้ต่อให้รัฐบาลหน้าลงจากอำนาจอย่างสง่างามแล้วไปทำหน้าที่ช่วยชาติด้านอื่นโดยที่ไม่ควรมีฝ่ายใดตามเช็คบิล หากทุกฝ่ายยอมเสียสละประโยชน์ส่วนตนละวางอคติทางการเมืองลงได้เช่นนี้ เชื่อว่าเราจะได้รัฐบาลใหม่ที่มีเสถียรภาพสร้างความสันติสุขแก่ประเทศชาติได้ เมื่อผลการเลือกตั้งปรากฏออกมาและมีขั้วที่ 3 โดยพรรคการเมืองฝ่ายที่ต้องการขจัดคราบเผด็จการออกไป โดยไม่เสียเลือดเนื้อ ในฐานะผู้สูญเสียจากเจตนารมณ์ ประชาชนในเดือนพฤษภาคม2535  จึงขอวิงวอนสังคมไทยได้ทบทวนอย่างรอบคอบเพื่อบ้านเมืองของเรา


อุ่นหนาฝาคั่ง...แน่นซอย ไทยโพสต์ ครบรอบ ๒๓ ปี ย่างเข้าปีที่ ๒๔ ยังได้รับความรัก จากกัลยาณมิตรมากมาย เหมือนเช่นเคย ขอบคุณกันไม่หมด ทั้งจากภาคธุรกิจ ราชการ ฝ่ายการเมือง

'๒๑ ตุลา' สำนึกย้อน 'สำนึกไทย'
'ทอน' ไม่รู้! แล้วจะรอดหรือ
ธาตุแท้อนาคตใหม่
งบฯ ผ่าน ไม่ยุบ ไม่ออก
'ความเมือง' ในไทยยุคที่ ๓
อย่าให้ฝ่ายแค้นแหกตา