จับตาชิงเก้าอี้ 'แม่ทัพ ปชป.' คนใหม่


   

           แล้ววันนี้ก็มาถึงจนได้ พรรคประชาธิปัตย์จัดให้มีการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ที่โรงแรมมิราเคิล ถ.วิภาวดี ซึ่งคาดว่าประมาณช่วงบ่ายได้เห็นหน้าตาของผู้นำพรรคคนใหม่อย่างแน่นอน

                ที่สำคัญ หมายรวมถึงเราก็จะได้เห็นจุดยืนของประชาธิปัตย์ในการจะร่วมจับมือกับพรรคพลังประชารัฐเพื่อจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ แบบรางๆ ด้วย

                การชิงหัวหน้าพรรคในรอบนี้ ย้ำกันอีกรอบมีผู้เสนอตัวท้าชิงตำแหน่งดังกล่าว 4 ทีม ได้แก่ 1."จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์" รักษาการหัวหน้าพรรค โดยมี "เฉลิมชัย ศรีอ่อน" อดีตเลขาธิการพรรค ตอบรับจะเป็นเลขาธิการพรรคให้อีกครั้ง 2."กรณ์ จาติกวณิช" รักษาการรองหัวหน้าพรรค ได้ "ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์" ส.ส.จังหวัดตาก เป็นแม่บ้านพรรค 3."อภิรักษ์ โกษะโยธิน" อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานคร ควงคู่กับ "สาทิตย์ วงษ์หนองเตย" ส.ส.จังหวัดตรัง และ 4."พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค" ส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่ยังไม่ปรากฏชื่อว่าใครจะมาเป็นเลขาธิการพรรคให้

                ทว่า การแข่งขันครั้งนี้ยกให้เป็นการชิงดำระหว่างฝ่าย “จุรินทร์” และ “พีระพันธุ์” เพราะจากการตรวจสอบแต่ละฝ่ายมีขุมกำลังฐานเสียงมากที่สุด

                ส่วนทีมกรณ์และทีมอภิรักษ์ไม่ใช่ว่าไม่ดี แต่แค่วาสนาบารมียังน้อยกว่า “จุรินทร์” และ “พีระพันธุ์” เพราะต้องยอมรับการคว้าเก้าอี้หัวหน้าพรรคไว้ในครอบครองได้นั้นต้องมีพวกพ้อง น้อง พี่ ให้การสนับสนุน

                ล่าสุดรายงานข่าวตรงกันชัดเจนว่าฝ่าย "จุรินทร์" ได้รับกำลังใจจากฝ่ายอาวุโส อย่าง “นายหัวชวน" ชวน หลีกภัย ทำให้ทีมนี้ถูกมองว่าเป็นภาพเก่า และหากได้ขึ้นบริหารพรรคก็ยังจะเป็นแบบเดิมๆ เหมือนที่ผ่านมา

                สำหรับ ทีมเสี่ยตุ๋ย-พีระพันธุ์ เปิดเผยตรงไปตรงมา มีกลุ่มอดีตแกนนำ กปปส. นำโดย “ถาวร เสนเนียม” เป็นกลุ่มหนุนหลังให้ และได้รับการยืนยันว่าจะไม่เป็นเลขาธิการพรรคแน่ๆ ซึ่งที่ผ่านมามีข่าวว่าเป็นกลุ่มที่รับจUอบจากภายนอก ให้เดินเกมยึดพรรค ซึ่งหัวหน้าทีมปฏิเสธกระแสข่าวลือดังกล่าว

                อย่างไรก็ตาม การโหวตเลือกหัวหน้าพรรคของประชาธิปัตย์ จะมีองค์ประชุมทั้งหมด 307 คน โดยเสียงของโหวตเตอร์แต่ละคนมีน้ำหนักไม่เท่ากัน ส.ส.ปัจจุบันมีน้ำหนักคะแนนอยู่ที่ร้อยละ 70

                ส่วนอีกร้อยละ 30 ประกอบด้วย กก.บห.ชุดรักษาการ อดีต ส.ส.ที่ยังเป็นสมาชิกพรรค อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรี อดีตเลขาธิการพรรค หัวหน้าสาขาพรรคหรือตัวแทนประจำจังหวัด ผู้บริหารท้องถิ่นที่ลงสมัครในนามพรรค ตัวแทนผู้สมัคร ส.ส.ทั้งแบบเขตและบัญชีรายชื่อ ปี 62

                นั่นหมายความว่า ฝ่ายใดครองเสียง ส.ส.ชุดปัจจุบันได้มากที่สุด มีความเป็นไปได้สูงที่จะคว้าตำแหน่งหัวหน้าพรรค

                จากการสแกนพบว่า ส.ส.รายจังหวัดส่วนใหญ่เป็น ส.ส.ภาคใต้ และมี ส.ส.ภาคเหนือ อีสาน และตะวันออก แซมเล็กน้อย ซึ่งทั้งสองฝ่ายแบ่งกันไปอย่างละครึ่งต่อครึ่งโดยประมาณ ส่วน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ส่วนใหญ่อยู่ในขั้วอำนาจเก่าอาวุโส ดังนั้น ในสัดส่วนคะแนนร้อยละ 70

                ทีมจุรินทร์จะได้มากกว่าทีมของพีระพันธุ์

                ประเมินแนวโน้มในขณะนี้ทีมจุรินทร์มีคะแนนในกำมือเหนือกว่า

                แต่ก็ต้องรอดูว่า “พีระพันธุ์” จะมีอะไรเป็นท่าไม้ตาย เด็ดคะแนนจากคู่แข่งขัน หากเป็นไปตามข่าวลือก่อนหน้านี้ ว่าไพ่ใบสุดท้ายคือชื่อเลขาธิการพรรคนั้น ถ้าเปิดวาร์ปมาแล้วไม่ว้าว รับประกันว่าทีมเสี่ยตุ๋ยได้ซดน้ำแห้วแน่ๆ

                ประกอบกับเสียงของอดีต ส.ส.ที่อยู่ในสัดส่วนร้อยละ 30 ว่าจะโหวตให้ฝั่งใดระหว่างร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล แม้หลายคนในพรรคพยายามจะแยกสองเรื่องนี้ออกจากกัน และบอกว่าเป็นคนละเรื่องก็ตาม แต่ในทางปฏิบัติและข้อเท็จจริงหนีไม่พ้น

                ถึงแม้ผู้ท้าชิงทั้งสองฝ่ายจะเลี่ยงตอบคำถามในเรื่องนี้ แต่เป็นที่รับทราบกันดีว่า กองหนุน “จุรินทร์” และ “พีระพันธุ์” จุดยืนเรื่องจับมือกับพลังประชารัฐเป็นอย่างไร

                เช่น กลุ่มชวน-มาร์ค อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ขอสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในทางตรงกันข้าม กลุ่มถาวรและอดีตแกนนำ กปปส. โอเคกับ “บิ๊กตู่”

                เหนือสิ่งอื่นใด หลังศึกชิงบัลลังก์ หวังลึกๆ ว่าการจัดสรรแบ่งปันตำแหน่งจะเป็นแบบผสม อย่าเอาแต่พวกตัวเอง ทั้งนี้ ก็เพื่อทำให้พรรคมีความเป็นเอกภาพ ไม่แบ่งก๊ก ไม่ว่ากลุ่มหรือทีมใดเป็นผู้ชนะ ต้อง “อย่าใจแคบ” ลุกไล่จนอีกฝ่ายไม่มีที่ยืน

                แต่ควรรู้แพ้รู้ชนะ เปิดใจและใจกว้าง แพ็กทีมดึงศักยภาพของแต่ละคน เพื่อนำพาพรรคสู่ความเจริญมั่นคงจนกลับมาเป็นพรรคในใจของประชาชนอีกครั้ง ส่วนมติ กก.บห.เกี่ยวกับจุดยืนการเมืองจะออกมาในรูปแบบใดก็สุดแล้วแต่

                แม้ความหวังนี้จะริบหรี่ เพราะการแข่งขันย่อมต้องต่างตอบแทนให้พรรคพวกตัวเองก่อน แต่ยังหวังว่าสปิริตน้ำใจนักกีฬาจะเกิดขึ้นภายในพรรคนี้.

 


"พรรคประชาธิปัตย์" ปีนี้ อายุ ๗๓ ปีเต็ม ย่างเข้า ๗๔ ถ้าเป็นคน ก็ต้องบอกว่าเป็น "รุ่นแรก" ในถนน "ประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยสุจริต"

ปัญหาพรรคหรือปัญหาประเทศ?
'พระอุปคุต' ผู้ขจัดมารประเทศ
ระบอบทักษิณแพ้อีกยก
เหตุที่ไม่มีรัฐบาลเพื่อไทย
ประชาธิปัตย์ในวันพรุ่งนี้
ต้นแบบ 'วุฒิสภา' มาจากไหน?