'ร่วม-ไม่ร่วม' ตั้งรบ.กับพปชร. ปิดดีลก่อนเลือก 'ปธ.สภาฯ'


   

    ด้วยเงื่อนไขจะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรกในเวลา 09.00 น. วันเสาร์ที่ 25  พ.ค. เพื่อเลือกประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะเป็นประธานรัฐสภาโดยตำแหน่ง และเป็นไปไม่ได้แน่นอน ที่พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งกำลังเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลเวลานี้ จะให้เก้าอี้ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ประธานรัฐสภา เป็นคนจากขั้วพรรคฝ่ายตรงข้ามอย่างเพื่อไทย

                พลังประชารัฐ จึงต้องรวมเสียง ส.ส.ให้ได้เกิน 250 เสียง จะได้ดันแคนดิเดตจากขั้วพลังประชารัฐ ไปเป็นประธานสภาฯ เพื่อคุมงานการเมืองในฝ่ายนิติบัญญัติให้ได้

                จากเหตุผลข้างต้น ฝ่ายพลังประชารัฐจึงต้องเช็กเสียงฝั่งตัวเองว่าเกิน 250 เสียงหรือไม่ ภายในไม่เกินค่ำคืนวันศุกร์ที่ 24 พ.ค. ก่อนจะไปถึงการโหวตเลือกประธานสภาฯ ในช่วงเช้าวันรุ่งขึ้น เสาร์ที่ 25 พ.ค.

                ดังนั้นเส้นตายว่าพรรคการเมืองใดจะ ร่วม-ไม่ร่วมตั้งรัฐบาล กับขั้วพลังประชารัฐ จะอยู่ฝ่ายเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือไม่ ก็คือ

                ไม่เกินคืนวันศุกร์ที่ 24 พ.ค.นี้

                จึงไม่แปลกที่หลายพรรคจะนัดประชุมกำหนดท่าทีมติพรรคอย่างเป็นทางการ ว่าจะร่วมรัฐบาลกับพลังประชารัฐหรือไม่ ภายในวันศุกร์ที่ 24 พ.ค.นี้

                แม้ในทางการเมือง จะมีข่าวออกมาเป็นระยะว่า การเจรจาต่อรองที่แกนนำพรรคพลังประชารัฐไปเจรจากับพรรคต่างๆ เอาไว้ ทั้งพรรคขนาดกลาง-ขนาดเล็ก ข้อเท็จจริง ผลการเจรจากันหลายรอบในทางลับ มันไปไกลเกินกว่าเรื่องจะร่วม-ไม่ร่วมรัฐบาลไปแล้ว แต่ไปถึงขั้นเจรจาต่อรอง

                แบ่งโควตา-แบ่งกระทรวง-แบ่งเค้ก กันไปแล้วว่าพรรคไหนได้กระทรวงอะไร จะส่งชื่อใครเป็นรัฐมนตรี เพียงแต่ตอนนี้แต่ละพรรคการเมืองก็ต้องออกลีลา ต่อรองกับพลังประชารัฐให้นานที่สุด เพื่อให้ได้เค้กที่ดีที่สุดมาครอบครอง

                ขณะที่คีย์แมนพลังประชารัฐก็ต้องต่อรองให้ฝ่ายของพรรคตัวเองกุมความได้เปรียบทางการเมืองไว้ให้ได้มากที่สุดเช่นกัน ไม่ใช่พรรคไหนขออะไร ก็โอเค เซย์เยสหมด จึงทำให้ดีลทั้งหมดยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ต้องคุยกันอีกหลายรอบ หลายวง ก่อนจะทุบโต๊ะ ปิดภารกิจตั้งรัฐบาลลุงตู่ 2/1 ซึ่งที่มีปัญหามากที่สุดในการเจรจา ก็คงไม่พ้น

                ประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย ในฐานะ 2 พรรคตัวแปร

                ทั้งนี้ นัดหมายประชุมของพรรคการเมืองในการจะจับมือกับพลังประชารัฐ จึงออกมาแล้วหลายพรรค อาทิเช่น ชาติไทยพัฒนา ที่มี ส.ส. 10 คน จะนัดประชุมแกนนำ-ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา กันในช่วงเย็นวันศุกร์ที่ 24 พ.ค. หลังเสร็จสิ้นรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา

                ขณะที่ พรรคตัวแปร สำคัญ พรรคสีฟ้า-ประชาธิปัตย์ หลังประชุมสำคัญ 2 วันติดต่อกัน คือวันจันทร์ที่ 20 พ.ค. ที่เป็นการประชุมกรรมการบริหารพรรค และตามด้วย 21  พ.ค. ซึ่งประชุม ส.ส.ประชาธิปัตย์ 52 คน ทั้ง ส.ส.เขตและปาร์ตี้ลิสต์

                แต่เมื่อยังไม่ถึงเดดไลน์ต้องตัดสินใจทางการเมือง ผลประชุม ปชป.ทั้ง 2 นัดดังกล่าว เลยยังไม่มีท่าทีอย่างเป็นทางการใดๆ ออกมา ว่าพรรค ปชป.จะร่วม-ไม่ร่วมรัฐบาลกับพลังประชารัฐ

                ทว่าจากเส้นตายวันประชุมสภาฯ เลือกประธานสภาฯ ในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ จึงทำให้สุดท้าย ปชป.ก็ไม่สามารถยืดเวลา แทงกั๊กไปได้นานกว่านี้ จึงทำให้ประชาธิปัตย์จะมีการเรียกประชุมร่วม กรรมการบริหารพรรค-ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งก็จะมีทั้งกรรมการบริหารพรรคที่ไม่ได้เป็น ส.ส. และพวก ส.ส.ปชป. 52 คน ประชุมร่วมกัน ในวันพฤหัสบดีที่  23 พ.ค. ที่คาดว่าวันดังกล่าวจะรู้กันเสียทีถึงมติพรรค ปชป. ต่อการตัดสินใจทางการเมืองครั้งสำคัญก่อนการประชุมสภาฯ นัดแรกในวันรุ่งขึ้น

                เรื่องดังกล่าว ราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงภายหลังการประชุม ส.ส.พรรค เมื่อ 21 พ.ค. ไว้ดังนี้ 

                “ในวันที่ 23 พ.ค.นี้ พรรคจะมีประชุมทั้งของ ส.ส. และกรรมการบริหารพรรค ซึ่งหากหลังจากที่ประชุม ส.ส.ได้รับฟังข้อมูลที่กรรมการบริหารพรรคไปประสานงานพูดคุยกับพรรคการเมืองต่างๆ แล้ว เห็นว่าควรจะเรียกประชุมร่วมกันระหว่าง ส.ส.และกรรมการบริหารพรรค ก็มีโอกาสเรียกประชุมในวันดังกล่าวเลยก็ได้ และอาจจะได้ความชัดเจนออกมาในวันดังกล่าวว่าพรรคจะตัดสินร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล การลงมติเลือกนายกฯ นั้น หากพรรคมีมติไปในทิศทางใด ส.ส.ของพรรคทั้งหมดก็จะต้องปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกันตามมติพรรค”

                โฆษกพรรค ปชป. พูดถึงทิศทางพรรคประชาธิปัตย์ต่อจากนี้

                เป็นความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาลที่ทุกอย่างน่าจะชัดเจนภายในไม่เกินศุกร์นี้ เว้นเสียแต่เกมพลิก เจรจาต่อรองกันไม่ลงตัว ถ้าแบบนั้น บิ๊กตู่-พลเอกประยุทธ์ คงอาจต้องลงมานั่งหัวโต๊ะคุยเองเสียแล้ว.

 

 


ทอนเอ้ย.... ที่ยื่นต่อ ป.ป.ช.และเขาแปะข้างฝาให้คนดูเมื่อวาน (๒๐ ก.ย.๖๒) นั่นน่ะ บัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของทอน

เฟกนิวส์ "อาวุธพิทักษ์ฐานคะแนน"
วาทกรรม 'ไพร่' เพื่อพ่ายสภา
นวัตกรรม 'กล่องข้าวน้อยให้แม่'
ร้อยล้าน ‘ศรัทธาบริการ’ บิณฑ์
'สารอันตรายกับสายน้ำท่วม'
'เส้นทาง ๒ มิติ' รอ.ธรรมนัส