'ปวิน'กระตุก'สาวกส้มหวาน'เดินลงถนนโค่นเผด็จการไม่ง่ายแคมเปญออนไลน์ทางยังอีกไกล


   


24พ.ค.62-นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัย เกียวโต ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติสั่งนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ยุติการปฏิบัติหน้าที่ส.ส.สร้างความไม่พอใจแก่ผู้สนับสนุนและมีการเชิญชวนเดินลงถนนต่อต้าน ว่า 
มุมมองจากคนที่อยู่ข้างนอก จากคนที่กลับบ้านไม่ได้ ดังนั้น ดิชั้นจะไม่มีโอกาสไปช่วยลงถนนอีกแล้ว ดังนั้น ขอออกตัวเลยว่า ไม่เคยเรียกร้องให้ใครไปลงถนน เพียงแต่เสนอว่าทางเลือกตอนนี้มีอะไรบ้าง และทางเลือกไหนน่าจะนำไปสู่ทางออกของการเมือง ข้อเสนอเหล่านี้อาจจะไม่ถูกจริตหลายคน หรืออาจจะเป็นข้อเสนอที่ไม่นำไปสู่ทางออกในที่สุด แต่อย่างน้อย ดิชั้นมี luxury ของการเสนออะไรก็ได้ เพราะดิชั้นเป็นผู้เล่นนอกเกม (จริงๆ ก็ยังอยู่ในเกมนะคะในแง่หนึ่ง เพราะงานเขียนในสื่อต่างประเทศ การไปเล็คเชอร์ในที่ต่างๆ และคุยกับสื่อมวลชน โดยเฉพาะพูดเรื่องสถาบันกษัตริย์และเจ้าอย่างไม่มีเพดานอีกแล้ว ก็อาจนับได้ว่าดิชั้นยังอยู่ในเกม)
...ทางเลือกเรามีอะไรบ้าง 1) การสู้ต่อไปในกระบวนการการเมือง ผ่านพรรคการเมือง หวังว่าสักวัน จะรวบรวมเสียงเข้มแข็งพอ เอาชนะอุปสรรคในวุฒิสภา ไปถึงขึ้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และต้องแก้ไขมาตรา 112 ด้วย ทำน้อยกว่านี้ไม่ได้ เพราะน้อยกว่านี้ จะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง การสู้แบบนี้ยังพบกับอุปสรรคในพวกเราเอง ที่มักอ้างว่า ไปไกลกว่านี้ ก็คงโดนหนักกว่านี้ ขนาดไม่แตะเจ้าอย่างโดนอย่างนี้ บลา บลา บลา ถ้าเป็นอย่างนั้น ดิชั้นเชื่อว่ามันจะไม่นำไปสู่ regime change ไม่มี regime change อันใดที่จะเกิดจากกระบวนการการเมืองง่ายๆ เพราะมิฉะนั้น พวกเค้าคงไม่เรียกตัวเองว่าเผด็จการ ไม่มีเผด็จการที่ไหนในโลก ยอมลงจากอำนาจเพียงเพราะแพ้กระบวนการทางการเมือง พวกโลกสวยจะบอกว่า สู้ไปเรื่อยๆ แบบสันติวิธี เลือกตั้งครั้งนี้ไม่ชนะ ครั้งหน้าเอาใหม่ เมื่อคนตาสว่างมากขึ้น เราก็จะชนะในที่สุด ดิชั้นเห็นผ่านๆ ว่า มีคนเขียนว่าเวลาอยู่ข้างเรา เดี๋ยวเผด็จการมันก็ไป โทษนะคะ เผด็จการอยู่กับเรามาตั้งแต่ 2475 ค่ะ
...2) การลงถนน ไม่มีการปฏิวัติใดไม่มีเกิดการล้มตายของประชาชน regime change โดยเฉพาะการโค่นล้มเผด็จการทหารและเจ้าที่อยู่มาเป็นหลายทศวรรษมันไม่อาจล้มได้ด้วยสันติวิธี วิธีนี้โอกาสที่จะทะลุทางตันมีมากกว่าข้างต้น แต่ก็ไม่ง่ายไปกว่ากัน เพราะไม่มีใครอยากเสียชีวิต ดิชั้นเขียนหลายครั้งว่า คนตายกี่รอบ ไม่มีใครนำคนทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ส่วนหนึ่งเพราะกระบวนการยุติธรรมไม่ได้อยู่ฝ่ายเรา ดิชั้นถึงโกรธทุกทีที่ได้ยินว่าอนาคตใหม่และเพื่อไทยจะจับมือประชาธิปัตย์ ซึ่งมันเป็นพรรรคที่ไม่ได้ต่างจากเผด็จการทหารในเง่การสังหารประชาชนและการไม่เคารพหลักประชาธิปไตย นอกจากนี้ ไอ้การที่ไม่เคยมีใครถูกลงโทษมันเลยทำให้คนไทยหวาดกลัวในการลงถนนอีก เพราะกลัวตายฟรี อันนี้ดิชั้นเข้าใจอย่างยิ่ง
...ที่จะหวังว่าเผด็จการจะลงจากอำนาจเอง เจ้าจะปฏิรูปตัวเอง อันนี้ไม่มีวันเกิด ดิชั้นขอยืนยัน
...กรณีอนาคตใหม่และธนาธร ดิชั้นยังไม่มองว่าเป็น game changer คือพรรคนี้อาจมีคนรุ่นใหม่สนับสนุนมาก คนที่สนใจการเมือง คนที่เล่นโซเชียลมีเดีย แต่จะแปลงการสนับสนุนออนไลน์เป็น real protest อย่างไรนี่คือปัญหา in many ways เด็กรุ่นใหม่ไม่เคยผ่านประสบการณ์เลวร้ายในวันนั้น ซึ่งอาจจะเป็นข้อดีและเสีย ดีในแง่ที่อาจจะไม่ถูกรั้งไว้ด้วยความกลัว เสียคือไม่มีประสบการณ์และนาอีฟ คิดว่าการแคมเปญออนไลน์ ได้ยอดไลค์ หรือแฮชแทคขึ้นเป็นอันดับหนึ่งคือชัยชนะ ทางยังอีกไกล ชัยชนะในโลกทวีตเตอร์แทบจะไม่มีความหมายอะไรในโลกแห่งความเป็นจริง
...สุดท้าย บางคนแนะให้ใช้เวลาไปเรื่อยๆ เปิดโปงความโสมมของเผด็จการ สุดท้ายสลิ่มก็จะตาสว่างและหันมาอยู่ฝ่ายเรา อกอีแป้น สลิ่มคือสลิ่ม เป็นสลิ่ม และจะไม่เปลี่ยนความเป็นสลิ่ม สลิ่มเหล่านี้คือปลิงที่ดูดเลือกจากระบอบเผด็จการ ได้ประโยชน์จากมัน แม้จะตาสว่างแค่ไหน เห็นว่ามันเลวร้ายอย่างไร แต่ถ้าได้ประโยชน์จากมัน ก็พร้อมที่จะรักษาระบอบไว้ แม้มันจะสร้างความฉิบหายให้กับกะลาใบนี้ก็ตาม