โผไม่พลิก'ส.ว.'เลือก'พรเพชร'นั่งประธาน'สิงห์ศึก-ศุภชัย'รองประธาน


   

24 พ.ค.62 - เวลา 16.15 น.ที่หอประชุมใหญ่ทีโอที ถนนแจ้งวัฒนะ มีการประชุมวุฒิสภาเป็นนัดแรก มีร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะผู้มีอาวุโสสูงสุด ทำหน้าที่เป็นประธานวุฒิสภาชั่วคราว และแจ้งเรื่องรับทราบพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ.2562 และรับทราบพระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา เลขาธิการวุฒิสภา ได้อ่านรายชื่อส.ว.ทั้ง250 คน จากนั้น สมาชิกวุฒิสภา กล่าวปฏิญาณตนในที่ประชุมก่อนการปฏิบัติหน้าที่ ว่า“ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศ และประชาชน ทั้งจักรักษาไว้ และปฏับัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”

ก่อนเข้าสู่วาระการเลือกประธานวุฒิสภา พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ส.ว.ได้ขอหารือเกี่ยวกับการเลือกประธานวุฒิสภา ร.อ.ทินพันธุ์ กล่าวว่า จะถือบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ข้อบังคับการประชุม และถือระเบียบวาระการประชุมครั้งนี้เป็นหลัก การประชุมครั้งนี้ไม่มีเรื่องอื่นๆ เรื่องหารือใดๆ อยากให้การประชุมวันนี้ซึ่งเป็นวันแรกดำเนินการประชุม เพื่อเลือกประธาน และรองประธานวุฒิสภา ตามระเบียบวาระ

พล.อ.สมเจตน์ ได้ลุกขึ้นชี้แจงว่า สิ่งที่จะหารือจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อที่ประชุม ถ้าประธานเปิดใจกว้างจะได้ข้อคิดเห็นดีๆ ซึ่งตำแหน่งประธานวุฒิสภา เป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญ เพราะต้องไปทำหน้าที่เป็นรองประธานรัฐสภาในการประชุมร่วมกันกับสภาผู้แทนราษฎร จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องได้บุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ ทั้งด้านการบริหาร และการควบคุมการประชุม และต้องได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย ทั้งนี้ ในการเลือกประธาน และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ผ่านกลไกสำคัญของพรรคการเมืองเสียงข้างมาก กลั่นกรองบุคคลที่จะไปทำหน้าที่นั้น แต่ประธานวุฒิสภาไม่มีกลไกใดมาช่วยกลั่นกรอง จากนั้น ร.อ.ทินพันธุ์ เชิญพล.อ.สมเจตน์ นั่งลงเพราะได้ให้เวลาพูดนานแล้ว

ต่อมา นายสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ ส.ว.ได้เสนอชื่อนายพรเพชร วิชิตชลชัย ส.ว.เป็นประธานวุฒิสภา โดยไม่มีการเสนอชื่อบุคคลอื่นเข้าแข่งขัน นายพรเพชร แสดงวิสัยทัศน์ช่วงหนึ่งว่า เตรียมพร้อมที่จะทำให้วัตถุประสงค์ของรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะบทเฉพาะกาลประสบความสำเร็จ คือการปฏิรูปประเทศภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ เมื่อมารับ สิ่งที่ประชาชนคาดหวัง คือเรียกร้องการปฏิรูปประเทศ และทำเรื่อยมาขณะดำรงตำแหน่งในสนช จนมาเป็น ส.ว. โดยให้เครื่องมือคือการที่ส.ว.ต้องพิจารณาร่วมกับส.ส ในการจะผ่านกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูป และกฎหมายสำคัญ ตรงนี้คือหัวใจ และสิ่งที่จะต้องเช้าใจและดำเนินการไปตามนี้ การทำงานร่วมกับส.ส. เป็นหัวใจหลักของวุฒิสภา มีทฤษฎีต่างๆอธิบายมากมาย ต้องทันเล่ห์ทันเกม แต่คิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือความตั้งใจ จริงใจที่จะทำงานร่วมกับสภา เพื่อบรรลุเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ ดังนั้น ไม่ต้องกังวล ต้องทำให้ได้ คงไม่ต้องพูดเรื่องของการโหวตนายกฯ ซึ่งเป็นเรื่องที่สมาชิกสนใจ กราบขอกำลังใจ และขอการสนับสนุนจากสมาชิกทุกท่าน

จากนั้น ร.อ.ทินพันธุ์ ชี้แจงต่อที่ประชุมวุฒิสภา ว่านายพรเพชร ได้เป็นประธานวุฒิสภา และเสนอให้วุฒิสภามีรองประธานวุฒิสภาจำนวน 2 คน โดยที่ประชุมได้รับรอง ต่อมาจึงเป็นขั้นตอนการเลือกรองประธานวุฒิ คนที่ 1 นายสุวพันธ์ ได้เสนอ พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร ซึ่งไม่มีสมาชิกเสนอชื่อบุคคลอื่น พล.อ.สิงห์ศึก จึงได้รับเลือกให้เป็นรองประธานวุฒิสภาคนที่ 1

พล.อ.สิงห์ศึก ได้กล่าวกับที่ประชุมถึงประวัติและการทำงานที่ผ่านมา โดยเฉพาะในขณะที่ทำหน้าที่เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)ที่ผ่านการทำหน้าที่เกี่ยวกับกฎหมายโดยตรง เมื่อถูกเสนอชื่อเป็นรองประธานวุฒิสภา ต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่ให้เกียรติ และในการปฎิบัติหน้าที่จะต้องคำนึงถึงส่วนรวมและวุฒิสภา จะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

ต่อมาเป็นเลือกประธานวุฒิคนที่ 2 นายสุวพันธ์ เสนอชื่อนายศุภชัย สมเจริญ ที่ประชุมรับรองถูกต้องและเมื่อไม่มีสมาชิกเสนอชื่ออื่น ทำให้นายศุภชัยได้รับตำแหน่งรองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 นายศุภชัย กล่าวว่า ขอขอบคุณสมาชิกวุฒิสภาทุกคนที่เสนอชื่อและยกมือรับรอง ขอยึดหลัก 3 ข้อ คือ 1.จงรักภักดีสถาบันพระมหากษัตริย์ 2.ปฎิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต บทบัญญัติข้อนี้เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องปฎิบัติอย่างเคร่งครัด ที่เป็นจุดหมายสำคัญที่จะทำให้สังคมและประชาชนให้ดารยอมรับ และ3.พิทักษ์สิทธิผู้แทนวุฒิสภาทุกคนให้เท่าเทียมกับองค์กรอื่น

นายพรเพชร ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเลือกประธานวุฒิสภาว่า มีความปลื้มปิติเพราะเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าพระราชินี เสด็จพระราชพิธีเปิดการประชุมรัฐสภาครั้งแรก โดยได้พระราชทานพระบรมราโชวาทที่เป็นประโยชน์กับการปฏิบัติหน้าที่ของทั้ง ส.ว.และ ส.ส. ที่สำคัญยังทรงอวยพรให้การทำงานของทั้ง 2 สภา ประสบผลสำเร็จและเป็นประโยชน์ให้กับประชาชนและประเทศชาติ ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐสภาที่จะต้องน้อมรับไว้เหนือเกล้าฯ และปฏิบัติตาม

กรณีที่ตนและรองประธานวุฒิสภาทั้ง 2 คนได้รับความเห็นชอบ จากสมาชิกโดยไม่มีผู้แข่งขัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่แปลกหรือเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอะไร แต่เป็นเรื่องที่เมื่อสมาชิกเห็นพ้องต้องกันก็ทำให้การทำงานของ ส.ว.เป็นไปด้วยความราบรื่น และวัตถุประสงค์ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ส.ว.ทำงานตามบทเฉพาะกาลเป็นสำคัญ ส่วนนโยบาย ก็ได้ประกาศไปหมดแล้ว สำหรับรายละเอียดต้องขอเวลารอหลังมีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ

เมื่อถามว่าภารกิจแรกของ ส.ว.คือการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี จะต้องมีการพูดคุยเพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่ นายพรเพชร กล่าวว่า ขอยังไม่ตอบคำถามนี้ เพราะต้องให้เกียรติสมาชิก โดยจะต้องมีการพูดคุยกัน ซึ่งคงไม่ต้องมีการประชุมอะไรอย่างเป็นทางการ หากมีความคืบหน้าอะไรก็จะแจ้งให้สื่อมวลชนรับทราบต่อไป

เมื่อถามว่าสังคมตั้งแง่การทำหน้าที่ของ ส.ว. นายพรเพชร กล่าวว่า ยิ่งตั้งแง่เท่าไร เราก็ต้องพิสูจน์และทำให้ดีขึ้น

เมื่อถามต่อว่าการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีจำเป็นต้องฟังเสียงข้างมากของ ส.ส.หรือไม่ นายพรเพชร ปฏิเสธที่จะตอบคำถามโดยกล่าวเพียงสั้นๆ ว่าเดี๋ยวค่อยตอบปัญหาเหล่านั้น ยังไม่อยากพูดเรื่องเหล่านี้ วันนี้เป็นเรื่องของความยินดี

เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าวันนี้เป็นการล็อกโหวตตำแหน่งประธานและรองประธุานวุฒิสภา นายพรเพชร กล่าวยืนยันว่า ไม่มีการล็อกโหวต เพราะไม่เห็นมีใครมาล็อกอะไรกัน พอแล้ว ไม่พูดแล้ว


เมื่อ ส.ส. "ไม่ รพช." ก็ดีไปอย่าง จะได้ตรวจสอบซึ่งกันและกัน สภาฯ สถานที่ออกกฎหมาย จะได้น่าเชื่อถือ

ไทยที่ "ดังและดี" ในตัวเอง
เส้นทางบรรจบ 'ประยุทธ์-ชวน'
จุดตายของ 'ธนาธร'
กเฬวรากลี้ภัยใจคด
ผิดพลาดของการตรากฎหมาย?
วันนี้ "ตามใจแฟน" ซักวัน