พ่อฟ้ายังหวังปฏิญาณตน อึ้ง!โบว์ปลุกใส่เสื้อดำป้อง


   

 "วิษณุ" ระบุ "เลขาฯ สภาผู้แทนราษฎร"  มีอำนาจชี้ขาด "ธนาธร" ร่วมโหวตเลือก "ปธ.สภาฯ" 25 พ.ค.นี้ได้หรือไม่ "สรศักดิ์" ปัดเผือกร้อนโยน "ปู่ชัย" ตัดสิน "เสี่ยเอก" รอลุ้นการวินิจฉัย ยัน "อนาคตใหม่" ไม่มีงูเห่า "เจษฎ์" ย้ำศาลสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.จะเข้าร่วมออกเสียงไม่ได้ แต่ได้รับโหวตเป็นนายกฯ ได้ "อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา" ห่วงไม่รับคำตัดสินศาล แถมปลุก ปชช.ต่อต้าน หวั่นซ้ำรอย 22 พ.ค.57 "โบว์" สวมเสื้อดำไม่ทน คสช.ชุมนุมค้านสอยพ่อฟ้า

    เมื่อวันที่ 24 พ.ค. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องคดีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ถือหุ้นสื่อ พร้อมให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ว่า การเข้าร่วมพิธีเปิดสภาไม่ใช่ปัญหา แต่สิ่งสำคัญคือในวันที่ 25 พ.ค. จะมีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรอย่างเป็นทางการ และจะต้องมีการปฏิญาณตน ซึ่งรัฐธรรมนูญระบุว่าถ้าไม่ปฏิญาณตนก็ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ โดยวันที่ 25 พ.ค. จะมีการปฏิญาณตนก่อนโหวตเลือกประธานสภาฯ แต่สมาชิกภาพ ส.ส.ของนายธนาธรเป็นมาแล้วตั้งแต่หลังการประกาศผลการเลือกตั้ง ดังนั้นนายธนาธรจะสามารถเข้าร่วมการประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ตนตอบเพียงหลักการเท่านี้ 
    "วันนี้นายธนาธรเป็นสมาชิก ส.ส. จึงสามารถเข้าร่วมพิธีเปิดสภาได้ แต่ปัญหาอยู่ในวันพรุ่งนี้ วันนี้ไม่ใช่ปัญหา บุคคลที่ไม่ได้เป็น ส.ส.ก็เข้าร่วมพิธีตามคำเชิญ ประกอบกับเลขาธิการสภาฯ ก็ระบุว่ายังไม่ได้รับผลคำวินิจฉัยจากศาลส่งมา เห็นข่าวแต่ทางหน้าสื่อ อีกทั้งศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้สั่งเพิกถอนสมาชิกภาพการเป็น ส.ส.ของนายธนาธร เพียงแต่สั่งให้หยุดทำหน้าที่ นายธนาธรจึงไม่สามารถทำหน้าที่ ส.ส.โดยการโหวตในสภาได้ ดังนั้นเรื่องนี้จึงเป็นปัญหาว่าจะขอใช้สิทธิปฏิญาณตนได้หรือไม่ และขอใช้สิทธิโหวตได้หรือไม่ ซึ่งการโหวตถือเป็นการทำหน้าที่ ส.ส. ตรงนี้ไม่ได้ แต่การปฏิญาณตนก็ขึ้นอยู่กับเลขาธิการสภาฯ และประธานสภาฯ" นายวิษณุกล่าว
    ถามว่า นายธนาธรยังสามารถเป็นแคนดิเดตนายกฯ ได้อีกหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้ถือว่านายธนาธรไม่ได้ทำหน้าที่ แต่เป็นการทำหน้าที่ของบุคคลอื่น
    ด้านนายสรศักดิ์กล่าวว่า ได้รับหนังสือจากศาลรัฐธรรมนูญแจ้งให้นายธนาธรหยุดปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งต้องยึดหลักของศาลที่มีคำสั่ง แต่ไม่แน่ใจว่านายธนาธรจะสามารถเข้าร่วมเลือกประธานสภาฯ ได้หรือไม่ 
    "จะนำเรื่องนี้ไปหารือกับนายชัย ชิดชอบ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะที่จะทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมชั่วคราว ในเวลา 07.30 น. ว่าจะพิจารณาอย่างไร และจะได้แจ้งให้นายธนาธรทราบอีกครั้ง" เลขาฯ สภาผู้แทนราษฎรกล่าว
    ขณะที่นายธนาธรกล่าวว่า ตนยังเป็น ส.ส. ซึ่งนายวิษณุยืนยันเป็นงานรัฐพิธี ไม่ใช่การปฏิบัติหน้าที่ แต่สำหรับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเลือกประธานในวันที่ 25 พ.ค.นั้น ต้องรอการวินิจฉัยของประธานสภาฯ ชั่วคราวอีกครั้ง 
    "ในส่วนแนวทางการลงมติของอนาคตใหม่จะเป็นอย่างไรนั้น ขอให้อดใจรอ อีกเพียง 24 ชั่วโมงเท่านั้น เช่นเดียวกับการจัดตั้งรัฐบาลยังดำเนินการอยู่ ที่ผ่านมาก็พูดคุยกันปกติ ซึ่งตำแหน่งประธานนั้นยังไม่มีความชัดเจน และขอยืนยัน ส.ส.อนาคตใหม่หนักแน่น ไม่มีงูเห่าแน่นอน" หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่กล่าว
    อย่างไรก็ตาม สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกเอกสารข่าวชี้แจงกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวว่า กกต.ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิกภาพ ส.ส.ของนายธนาธรสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มีการเร่งรัดหรือมีมูลเหตุจูงใจทางการเมืองหรือไม่ 
ชี้เลือก ปธ.สภาฯ ไม่ได้
    กกต.ระบุว่า การส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิกภาพของ ส.ส. เป็นการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 โดยกรณีของนายธนาธร เมื่อมีเหตุอันควรสงสัย หรือความปรากฏว่าสมาชิกภาพการเป็น ส.ส.ของนายธนาธร มีเหตุสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) กกต.จึงได้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งเป็นการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจของ กกต.ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ
    ส่วนกรณีที่มีการไต่สวนนายธนาธรว่าเป็นบุคคลผู้ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.นั้น เป็นการดำเนินการตามที่มีผู้ร้องคัดค้านเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ของนายธนาธร ซึ่งเป็นการไต่สวนว่ามีการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 151 หรือไม่ (ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่าไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ได้สมัครรับเลือกตั้ง หรือทำหนังสือยินยอมให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อเพื่อสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ) โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการไต่สวนของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนที่ กกต.ได้แต่งตั้งขึ้น
    "ขอยืนยันว่าการดำเนินการทั้ง 2 กรณี เป็นการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจของ กกต. และเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ไม่ได้มีการเร่งรัดหรือมีมูลจูงใจทางการเมืองแต่อย่างใด" เอกสารข่าว กกต.ระบุตอนท้าย
    นายเจษฎ์ โทณะวณิก อดีตที่ปรึกษาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า กรณีนายธนาธรหากถูกชี้ว่าขาดคุณสมบัติ ส.ส. น่าจะเป็นความผิดส่วนบุคคล แต่หากเป็นประเด็นทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริต จะไปเกี่ยวข้องกับกรรมการบริหารพรรคและนำไปสู่การยุบพรรค ซึ่งขณะนี้ถ้าดูตามคำร้องของ กกต.เป็นเพียงเรื่องตัวบุคคล และหากพิจารณาว่าเจตนาปกปิดคุณสมบัติ จะถูกตัดสิทธิ์และเลื่อนลำดับ ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับถัดไปขึ้นมา 
    นายเจษฎ์กล่าวว่า การโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร นายธนาธรไม่สามารถร่วมออกเสียงได้ เนื่องจากศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย แต่นายธนาธรสามารถร่วมพิธีเปิดประชุมรัฐสภาและเข้าปฏิญาณตนเป็น ส.ส.ได้ เพราะยังไม่ใช่การทำหน้าที่ ส่วนจะใช้เอกสิทธิ์ทางสภาคุ้มครองระหว่างเปิดสมัยประชุมได้หรือไม่นั้น เอกสิทธิ์ใช้ได้เฉพาะคดีอาญาเท่านั้น 
    “หากสมาชิกรัฐสภาโหวตให้นายธนาธรเป็นนายกรัฐมนตรี นายธนาธรสามารถปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีได้ แต่หากศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่าขาดคุณสมบัติ ส.ส. จะต้องยุติการทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีทันที เนื่องจากตามรัฐธรรมนูญมาตรา 89 ว่าด้วยเรื่องคุณสมบัติ ส.ส.เป็นข้อกำหนดเดียวกันกับคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรี ที่หากถูกชี้ว่าขาดคุณสมบัติ ส.ส.ถือว่าขาดคุณสมบัติการเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยเช่นกัน” อดีตที่ปรึกษา กรธ.กล่าว
    นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng ระบุว่า ถ้าศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเพิกถอนการเป็น ส.ส.ของนายธนาธร เพราะมีคุณสมบัติต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา มาตรา 98 (3) คือเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ นายธนาธรต้องถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.ป.การเลือกตั้ง มาตรา 151 ที่บัญญัติว่า ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้สมัครรับเลือกตั้ง ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 บาทถึง 200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกําหนด 20 ปี
ห่วงปลุก ปชช.ลงถนน
    ต่อมา นายชูชาติโพสต์เฟซบุ๊กอีกครั้ง ตอนหนึ่งระบุว่า เมื่อวันที่ 23 พ.ค.2562 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ 9 : 0 ให้รับคำร้องของ กกต.กรณีขอให้พิจารณาคุณสมบัติของนายธนาธรว่ามีคุณสมบัติต้องห้ามในการรับสมัคร ส.ส.หรือไม่ ไว้พิจารณา และมีมติ 8 :1 ให้นายธนาธรหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. กับให้นายธนาธรยื่นคำให้การแก้คดีภายใน 15 วัน หลังจากนั้นนายธนาธรได้แถลงต่อสื่อมวลชนที่พรรคอนาคตใหม่ว่าไม่ยอมรับมติของศาลรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้ประชาชนที่สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ออกมาต่อต้าน คสช.
    "ถ้านายธนาธรไม่ยอมรับมติศาลรัฐธรรมนูญจริง ก็ต้องไม่ให้การสู้คดี ปล่อยให้ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนคำร้องของ กกต.ไปฝ่ายเดียว รัฐธรรมนูญมาตรา 211 วรรคสี่ บัญญัติว่า คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ ถ้าศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่านายธนาธรมีคุณสมบัติต้องห้ามมิให้สมัครรับเลือกตั้งและเพิกถอนการเป็น ส.ส. รัฐสภาจะไม่ยอมให้นายธนาธรปฏิบัติหน้าที่ ส.ส." นายชูชาติกล่าว
    อดีตผู้พิพากษาศาลฎีการะบุว่า ส่วนที่นายธนาธรกำลังปลุกระดมเรียกร้องผู้สนับสนุนให้ออกมาต่อต้าน คสช.นั้น ถ้ามีประชาชนหลงเชื่อ และทำตามที่นายธนาธรปลุกระดม ขอตั้งความหวังว่าประวัติศาสตร์ชาติไทยจะไม่ซ้ำรอยวันที่ 22 พ.ค.2557 อีก
    ส่วนนายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ เลขาธิการพรรคภราดรภาพ กล่าวว่า นายธนาธรย้ำเสมอว่าเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ แต่วิธีที่กำลังจะทำนั้นเสมือนปลุกกระแสสังคมไม่ให้ยอมรับกระบวนการยุติธรรมและองค์กรอิสระ ขอให้สังคมมองสิ่งที่นายธนาธรบอกว่า ตอนนี้ขอให้ทุกคนยืนนิ่งๆ และฟังเสียงของคนที่โกรธและไม่พอใจที่อยู่ข้างนอก คสช.วันนี้อยู่ในช่วงขาลงและเป็นอาทิตย์อัสดง เพราะการสืบทอดอำนาจในการดึง ส.ส.พรรคอื่นๆ และสกัดตน แสดงถึงความสิ้นหวังของเผด็จการ และดิ้นรนครั้งสุดท้ายนั้น คงแปลเจตนาของนายธนาธรเป็นอื่นไปไม่ได้ว่าอยากให้มวลชนลงสู่ถนน 
    "วันนี้บ้านเมืองกำลังจะมีรัฐสภาและรัฐบาลใหม่ การเมืองกลับสู่ครรลองแล้ว มีอะไรก็ไปต่อสู้กันตรงนั้นตามหน้าที่ที่ประชาชนมอบให้แต่ละฝ่าย ดังนั้นสิ่งที่นายธนาธรสื่อออกมาแบบนี้ สังคมควรไตร่ตรองและอย่าหลงเป็นเครื่องมือของใครบางคนที่หวังใช้กระแสสังคมมาช่วยตัวเองในแนวทางที่ผิดๆ” นายพันธ์ยศกล่าว
    เลขาฯ พรรคภราดรภาพกล่าวว่า ที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ออกมาชี้แจงข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับคนในพรรคอนาคตใหม่หลายครั้งนั้น ตนมองว่านายปิยบุตรแถลงข่าวหลายครั้งนั้นมีความพยายามบิดข้อเท็จจริง และใช้กฎหมายในแนวทางที่ตีความเข้าข้างตัวเอง วันนี้นายปิยบุตรเป็นนักการเมือง และที่ผ่านมานายปิยบุตรสอนวิชากฎหมายมาก่อน ตนมองว่าการใช้ความรู้ทางกฎหมายแบบเอาสีข้างเข้าถูนั้นไม่ควรเกิดขึ้น เพราะสังคมจะเข้าใจอะไรผิดๆ ไป และควรยุติการดำเนินการแบบนั้น มีอะไรนำข้อเท็จจริงไปสู้ในศาลแบบอารยประเทศจะดีที่สุด
    ที่สกายวอล์ก หน้าหอศิลป์ กทม. เวลา 17.00 น. น.ส.ณัฏฐา หรือโบว์ มหัทธนา แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง, นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีต ส.ส.แพร่ สมาชิกพรรคเพื่อไทย, นายธนวัฒน์ วงค์ไชย แกนนำนิสิตนักศึกษา พร้อมด้วยกลุ่มคนไม่ทน คสช. หลายสิบคน เดินทางมาชุมนุม พร้อมสวมเสื้อดำ ชูป้ายกล่าวโจมตีเครือข่าย คสช. รายหนึ่งได้ถือพวงหรีดที่มีคำว่า RIP Justice มาด้วย
    น.ส.ณัฏฐากล่าวว่า การมาครั้งนี้ต่างคนต่างเชิญชวนกันมา มีนักศึกษาช่วยกระจายข่าวไป เป็นการแสดงออกอย่างสงบ เนื่องจากช่วงหลังเลือกตั้งเห็นข่าวการละเมิดหลักนิติธรรม ปฏิบัติสองมาตรฐานขององค์กรอิสระมากมาย ล่าสุดคือเรื่องของนายธนาธรที่ประชาชนมาแสดงออกว่าไม่ยินยอม เป็นการสกัดดาวรุ่งยึดอำนาจในรูปแบบใหม่ 
    นพ.ทศพรกล่าวว่า ในวันนี้ได้นำภาพวาดของนายธนาธรที่ตนเองวาดนำมาโชว์ด้วย และได้ให้ผู้ชุมนุมร่วมกันเขียนลายเซ็นลงบนภาพดังกล่าวเป็นสัญลักษณ์ โดยระบุว่านายธนาธรเป็นแพะคนล่าสุดที่ถูกเล่นงาน.