ง่ายดีแท้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แนะนำให้ครูพกอาวุธปืนในโรงเรียน จะได้ยับยั้งเหตุกราดยิงได้อย่างรวดเร็ว อึ้ง ภาพถ่ายแฉผู้นำสหรัฐถึงขั้นต้องมีโพยคำถาม-คำกล่าวตอบ คณะนักเรียน ครูและผู้ปกครองเหยื่อกราดยิง ระหว่างการสนทนาที่ทำเนียบขาววันพุธ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รับฟังนักเรียนและครู ที่ห้องจัดเลี้ยงในทำเนียบขาว เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 ภาพ AFP
เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 ว่าประธานาธิบดีทรัมป์เปิดทำเนียบขาวให้การต้อนรับคณะนักเรียน, ผู้ปกครอง, ครูและเจ้าหน้าที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์กราดยิงภายในโรงเรียนหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมา รวมถึงล่าสุดที่โรงเรียนมัธยมมาร์จอรีสโตนแมนดักลาสในรัฐฟลอริดาเมื่อวันวาเลนไทน์ ซึ่งมีผู้เสียชีวิตถึง 17 คน บรรยากาศการสนทนาเปี่ยมด้วยอารมณ์โศกเศร้า เคร่งขรึมและการรุกเร้าให้ดำเนินการแก้ปัญหาอาวุธปืน
ระหว่างการสนทนาเพื่อรับฟังเมื่อวันพุธ ทรัมป์ให้คำมั่นสัญญาว่า ต่อไปผู้ที่ต้องการครอบครองอาวุธปืนจะต้องถูกตรวจสอบประวัติอย่างแน่นหนา
ผู้นำสหรัฐ ซึ่งได้รับเงินบริจาคช่วยหาเสียงหลายสิบล้านดอลลาร์จากสมาคมไรเฟิลแห่งชาติ (เอ็นอาร์เอ) กลุ่มล็อบบี้หนุนอาวุธปืน ได้โยนข้อเสนอที่สร้างความฮือฮาและตรงกับสิ่งที่เอ็นอาร์เอต้องการมาโดยตลอด ด้วยการแนะนำให้ "ติดอาวุธ" ครูและบุคลากรภายในโรงเรียน ซึ่งจะช่วยให้พวกเขาสามารถระงับเหตุกราดยิงได้เร็วขึ้น
"เขตปลอดอาวุธปืน..สำหรับพวกคนบ้าน่ะเหรอ เพราะคนพวกนี้ล้วนขี้ขลาด เขตปลอดปืนก็คือเขต 'เข้ามาเลย เข้ามาโจมตีได้เลย'" ทรัมป์กล่าว และว่า หากมีครูที่มีความเชี่ยวชาญในการใช้อาวุธปืน พวกเขาก็จะสามารถยุติการโจมตีได้รวดเร็วมาก พร้อมยังแนะว่า ร้อยละ 20 ของครูสามารถฝึกให้พกอาวุธปืนแบบปกปิดได้
รายงานกล่าวว่า ขณะที่ทรัมป์นั่งสนทนากับคณะนักเรียนและผู้ใหญ่ 40 คน เขาถูกช่างภาพแอบถ่ายภาพได้ ขณะถือกระดาษโน้ต ซึ่งเขียนหัวข้อคำถามและคำกล่าวตอบ
ข้อความเท่าที่เห็นนั้น รวมถึงคำถามที่ว่า "พวกคุณต้องการให้ผมรับฟังประสบการณ์เรื่องใดของพวกคุณมากที่สุด?" และ "ผมเข้าใจ" ทันทีที่ภาพกระดาษโน้ตปรากฏสู่สาธารณะ สื่อสังคมออนไลน์พากันวิจารณ์ทรัมป์ว่าเขาถึงกับต้องมีโน้ตช่วยสำหรับการแสดงความเห็นอกเห็นใจผู้คนกำลังทุกข์ทรมาน

ประธานาธิบดีทรัมป์ถือกระดาษโน้ตไว้ในมือระหวางนั่งรับฟัง เครดิตภาพ Reuters / BBC
การพบปะที่ทำเนียบขาวซึ่งถ่ายทอดทางโทรทัศน์ด้วย เกิดในวันเดียวกับที่นักเรียนจัดการเดินขบวนประท้วงพร้อมกันทั่วสหรัฐ เพื่อเรียกร้องให้ออกกฎหมายควบคุมอาวุธปืนอย่างเข้มงวดขึ้น เด็กๆ ที่เป็นตัวตั้งตัวตีกิจกรรมประท้วงครั้งนี้รวมถึงนักเรียนที่รอดชีวิตในเหตุการณ์เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พวกเขาเดินขบวนด้านนอกอาคารรัฐสภาฟลอริดาที่เมืองแทลลาแฮสซี บางคนชูป้าย "ไม่เอาอีกแล้ว" และ "ทำตัวเป็นผู้ใหญ่ ลงมือทำสักที"
ตัวแทนเด็กและผู้ใหญ่ที่เข้าพบทรัมป์ที่ทำเนียบขาว นอกจากนักเรียนที่รอดชีวิตและพ่อแม่ของเหยื่อที่ฟลอริดาแล้ว ยังรวมถึงพ่อแม่ของเหยื่อกราดยิงในโรงเรียนที่โคลัมไบน์, แซนดีฮุก และเหตุการณ์อื่นๆ หนึ่งในนี้คือ แอนดรูว์ พอลแล็ก ซึ่งลูกสาววัย 18 ปีเสียชีวิตที่โรงเรียนสโตนแมนดักลาส เขากล่าวกับทรัมป์ว่า เขามาอยู่ที่นี่ "เพราะลูกสาวของผมพูดไม่ได้อีกแล้ว เธอโดนฆ่าเมื่อสัปดาห์ก่อน"
"เราคุ้มครองสนามบิน เราคุ้มครองคอนเสิร์ต, สนามกีฬา, สถานทูต" พอลแล็กกล่าวอย่างเดือดดาล "ผมไม่สามารถขึ้นเครื่องบินโดยพกขวดน้ำขึ้นไปด้วย แต่พวกเรากลับปล่อยให้สัตว์เดรัจฉานเดินเข้าไปในโรงเรียนได้".
|
ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802 |
| นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร' |
| อนาคต 'คนนินทาเมีย' |
| 'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ' |
| ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ |
| วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง" |
| "การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา. |