ฮ่องกงเดือดแก๊สน้ำตาสลายม็อบ


   

  ฮ่องกงปะทะเดือด ประชาชนเรือนแสนชุมนุมต่อต้านกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนด้านนอกสภานิติบัญญัติฮ่องกงเมื่อวันพุธ ผู้ประท้วงขีดเส้นตายให้รัฐบาลถอนร่างกฎหมาย เมื่อไม่ได้ผลกลุ่มม็อบชุดดำพยายามบุกรัฐสภา โดนตำรวจยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนยางขับไล่ ขณะสภาเลื่อนการพิจารณาหนีม็อบ 

    รายงานสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 12 มิถุนายน 2562 กล่าวว่า การชุมนุมประท้วงร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนในวันเดียวกันนี้เริ่มต้นอย่างสงบ เมื่อประชาชนนับแสนคนออกมาชุมนุมกันบนท้องถนนและพยายามปิดกั้นเส้นทางสายหลักที่มุ่งสู่อาคารที่ทำการของรัฐบาล ก่อนหน้าที่สภานิติบัญญัติของฮ่องกง (เลกโก) จะเปิดอภิปรายร่างกฎหมายฉบับนี้ตามกำหนดการที่วางไว้ แต่สถานการณ์เริ่มรุนแรงขึ้นในช่วงบ่าย เมื่อผู้ประท้วงพยายามบุกเข้าไปในอาคารสภานิติบัญญัติและปะทะกับตำรวจ ซึ่งใช้แก๊สน้ำตา, กระสุนยางและไม้ตะบองขับไล่
    การประท้วงปิดถนนสายหลักหลายสายด้านนอกสภาตั้งแต่ช่วงเช้า ทำให้สภานิติบัญญัติตัดสินใจเลื่อนการประชุมพิจารณาร่างกฎหมายวาระที่ 2 ออกไปเป็นวันอื่น ที่ยังไม่ระบุแน่นอน กำหนดการเดิมนั้นสภาซึ่งมีผู้แทนฝ่ายนิยมปักกิ่งครองเสียงข้างมาก เตรียมจะลงมติภายในวันที่ 20 มิถุนายน
    การปะทะเริ่มต้นภายหลังผ่านเส้นตายเวลา 15.00 น. (14.00 น.ของไทย) ที่กลุ่มผู้ประท้วงกำหนดให้รัฐบาลของแคร์รี แลม หัวหน้าคณะผู้บริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกงของจีน ถอนร่างกฎหมายอื้อฉาวฉบับนี้ การปะทะเกิดต่อเนื่องตลอดช่วงบ่าย เหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นทำให้ตลาดหุ้นฮ่องกงดิ่งลงเกือบ 1.8 เปอร์เซ็นต์ในการซื้อขายวันพุธ
    ในสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกับการประท้วงเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ผู้ประท้วงซึ่งจำนวนมากสวมหน้ากากคลุมหน้า, สวมหมวกนิรภัยหรือแว่นตากันลม และใช้ร่มแทนโล่ ยกขบวนการปิดกั้นทางหลวงด้วยสิ่งกีดขวางที่นำมาผูกติดกัน บางคนงัดอิฐปูถนนเป็นอาวุธขว้างปาใส่เจ้าหน้าที่ ผู้ประท้วงส่วนหนึ่งบุกเข้าไปถึงลานหน้าอาคารสภา หวังจะบุกฝ่าเข้าไป โดยใช้สิ่งของซึ่งรวมถึงท่อนโลหะ ปาใส่ตำรวจที่วางกำลังป้องกันสภา
    บีบีซีรายงานว่ามีผู้บาดเจ็บจากการปะทะกัน 22 ราย แต่ไม่มีใครอาการสาหัส ขณะที่เอเอฟพีกล่าวว่า มีตำรวจ 1 นายได้รับบาดเจ็บโดนหามออกไปในสภาพหมดสติ
    เริ่มแรกนั้นตำรวจใช้ไม้ตะบองและสเปรย์พริกไทยขับไล่ จากนั้นจึงใช้กระสุนยางและกระสุนถุงตะกั่ว ตำรวจยังยิงแก๊สน้ำตาหลายลูกเพื่อขับไล่ผู้ประท้วงออกจากฝั่งหนึ่งของอาคารสภา สตีเฟน โล ผู้บัญชาการตำรวจฮ่องกง กล่าวปกป้องปฏิบัติการของตำรวจว่า ตำรวจใช้ความอดกลั้นจนกระทั่ง "พวกม็อบ" พยายามบุกเข้าสภาโดยฝ่าแนวป้องกันของตำรวจ โดยใช้ก้อนอิฐ และอาวุธอันตราย ซึ่งรวมถึงแท่งโลหะ ขว้างปาใส่ตำรวจปราบจลาจล 
    เอเอฟพีกล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นความรุนแรงทางการเมืองครั้งเลวร้ายที่สุดของฮ่องกงในรอบหลายปี และเหมือนการฉายภาพซ้ำเหตุการณ์ประท้วงของ "ขบวนการร่ม" เมื่อปี 2557 ที่ชุมนุมเรียกร้องสิทธิมากขึ้นตามระบอบประชาธิปไตยและทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่ของเกาะศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งนี้เป็นอัมพาตนาน 2 เดือน แต่ก็ไม่สามารถบีบให้รัฐบาลจีนยอมอ่อนข้อได้
    ผู้ประท้วงในครั้งนี้ประกาศว่า พวกเขาจะชุมนุมบนท้องถนนต่อไปจนกว่ารัฐบาลจะเพิกถอนร่างกฎหมายนี้
    แลมดึงดันส่งร่างกฎหมายฉบับนี้เข้าสภาถึงแม้จะเผชิญการคัดค้านจากชาวฮ่องกงเกือบทุกภาคส่วน รวมถึงการชุมนุมของผู้คนมากกว่า 1 ล้านคนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ภายหลังเหตุการณ์รุนแรงเมื่อวันพุธ แลมแถลงผ่านวิดีโอประณามการประท้วงครั้งนี้ว่า เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่การชุมนุมอย่างสันติแต่เป็นการก่อจลาจลที่ผ่านการจัดตั้ง การก่อจลาจลครั้งนี้ทำลายความสงบสุขในสังคม, การเพิกเฉยกฎหมายและกฎระเบียบเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้สำหรับสังคมศิวิไลซ์
    ด้านรัฐบาลจีนแสดงความสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกัน เกิ้ง ซวง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ปฏิเสธรายงานข่าวที่ว่า กองกำลังฝ่ายความมั่นคงจากจีนแผ่นดินใหญ่ถูกส่งมาฮ่องกง โดยบอกว่า "ข่าวปลอม" ที่ว่านี้เป็นข่าวลือหลอกลวงประชาชนเพื่อให้เกิดความแตกตื่น
    รัฐบาลฮ่องกงอ้างว่า กฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนฉบับนี้มีความจำเป็นต่อการอุดช่องโหว่และหยุดยั้งไม่ให้ฮ่องกงกลายเป็นแหล่งหลบซ่อนของผู้ร้ายหนีคดี รัฐบาลได้วางหลักประกันแล้วว่าพวกที่วิจารณ์รัฐบาลปักกิ่งจะไม่ตกเป็นเป้าหมายการส่งตัว แต่ชาวฮ่องกงส่วนใหญ่ไม่เชื่อคำกล่าวอ้างนี้ การคัดค้านกฎหมายนี้เกิดขึ้นอย่างเป็นเอกภาพผิดจากที่ผ่านมา มีตั้งแต่กลุ่มธุรกิจที่ทรงอิทธิพลและกลุ่มทนายความ ไปจนถึงกลุ่มศาสนา, สหภาพนักศึกษาและสหภาพแรงงาน
    ร่างกฎหมายฉบับนี้จะอนุญาตให้ทางการฮ่องกงส่งตัวผู้ต้องสงสัยเป็นผู้ร้ายข้ามแดนให้เขตอำนาจศาลอื่นๆ ทั่วโลกได้ แม้จะไม่มีสนธิสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกับฮ่องกง ซึ่งรวมถึงจีนแผ่นดินใหญ่ ผู้ที่คัดค้านกลัวว่า กฎหมายนี้จะทำให้ประชาชนถูกดึงเข้าสู่ระบบศาลของจีนที่มีความคลุมเครือและถูกชี้นำโดยพรรคคอมมิวนิสต์จีน
    ด้านกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เผยแพร่ประกาศของสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง ขอให้คนไทยในฮ่องกงพิจารณาหลีกเลี่ยงและระมัดระวัง ในการเดินทางมาในพื้นที่ชุมนุมประท้วงข้างต้น รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง ได้แก่ ย่าน Admiralty, Central และ Wan Chai ทั้งนี้ ไม่มีรายงานคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต. 


เมื่อ ส.ส. "ไม่ รพช." ก็ดีไปอย่าง จะได้ตรวจสอบซึ่งกันและกัน สภาฯ สถานที่ออกกฎหมาย จะได้น่าเชื่อถือ

ไทยที่ "ดังและดี" ในตัวเอง
เส้นทางบรรจบ 'ประยุทธ์-ชวน'
จุดตายของ 'ธนาธร'
กเฬวรากลี้ภัยใจคด
ผิดพลาดของการตรากฎหมาย?
วันนี้ "ตามใจแฟน" ซักวัน