ส่งศาลสอบ41ส.ส.หุ้นสื่อ7พรรคสุมหัวเช็กบิลรบ.


   

 "ชวน" ส่งศาล รธน.สอบคุณสมบัติ 41 ส.ส.ปมถือหุ้นสื่อแล้ว นายทะเบียน พปชร.เตรียมข้อมูลให้ลูกพรรค 27 คนพร้อมแจง 7 พรรคอกหักปรับทุกข์วางแผนทำงานฝ่ายค้าน พท.ยุ "อนค." ร้อง ปธ.สภาฯ 10 พรรคเล็กไม่ควรได้ ส.ส.

    ที่รัฐสภา เกียกกาย เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ได้ลงนามในหนังสือที่ส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ตามคำร้องที่ ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่เข้าชื่อให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบคุณสมบัติของ ส.ส.? จำนวน 41 คน ที่พบเข้าข่ายขาดคุณสมบัติการถือครองหุ้นในกิจการสื่อสารมวลชน ตามมาตรา 82 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 โดยรายชื่อที่ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ยื่นถึงตน จำนวน 30 คน เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้ลงนามส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญเมื่อช่วงเช้าวันที่ 12 มิ.ย. ขณะที่อีกคำร้องจำนวน 11 คนนั้น จะส่งตามไปในช่วงเย็น โดยอยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้องของลายมือชื่อ ส.ส.
    ด้านนายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายทะเบียนพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีมี ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ จำนวน 27 คน ถูกยื่นให้ตรวจสอบด้วยว่า พรรคพลังประชารัฐได้เตรียมข้อมูลไว้ชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้ว แต่การจะยืนยันว่า ส.ส.ทั้ง 27 คน มีคุณสมบัติถูกต้องหรือไม่คงไม่เหมาะสมเพราะเป็นอำนาจการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ก่อนหน้านี้พรรคพลังประชารัฐได้ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครทุกคนอย่างละเอียดแล้ว ดังนั้นเรื่องนี้ถือเป็นบทบัญญัติใหม่ตามรัฐธรรมนูญที่ไม่เคยมีบรรทัดฐานมาก่อน ตนจึงตอบอะไรไม่ได้มาก 
    น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.จังหวัดราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กล่าวภายหลังแฟนเพจเฟซบุ๊กพรรคอนาคตใหม่ เปิดเผยหลักฐานเอกสารว่าตนเองมีธุรกิจหรือกิจการถือหุ้นสื่อ จากสำนักทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์นั้น ว่า เรื่องนี้สามารถชี้แจงได้ว่าตนมีบริษัทจดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 12 มิ.ย.2561 จริง ซึ่งยืนยันว่าเป็นการจดทะเบียนในบริษัทที่มีรายได้จากการเลี้ยงฟาร์มไก่เนื้อและวัว ไม่ได้เป็นรายได้จากสื่อแต่อย่างใด ตนและครอบครัวไม่มีธุรกิจเกี่ยวกับสื่อแน่นอน ส่วนที่ปรากฏว่าเป็นการถือหุ้นสื่อนั้น เป็นเรื่องของเอกสารในแบบฟอร์มของการจดทะเบียน ซึ่งบังคับให้กรอกในทุกช่องทุกประเภท ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถจดทะเบียนได้ ยืนยันได้ว่าไม่มีเจตนาจดทะเบียนเพื่อประกอบกิจการสื่อ 
    อย่างไรก็ตาม กรณีของตนไม่สามารถเปรียบเทียบกับกรณีของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เพราะนายธนาธรมีรายได้จากสื่อชัดเจน ส่วนตนเองมีรายได้ที่ชัดเจนจากการทำฟาร์มเกษตร เชื่อว่าหลักฐานข้อมูลจะสามารถชี้แจงต่อศาลได้ ไม่รู้สึกกังวล เพราะศาลต้องดูที่เจตนา
    ที่โรงแรมแลงคาสเตอร์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ พรรคเพื่อไทยเป็นเจ้าภาพเชิญพรรคร่วมฝ่ายค้าน ประกอบด้วย พรรคอนาคตใหม่ พรรคประชาชาติ พรรคเสรีรวมไทย พรรคเพื่อชาติ พรรคเศรษฐกิจใหม่ และพรรคพลังปวงชนไทย พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อขอบคุณในความร่วมมือในการประชุมรัฐสภาในช่วงที่ผ่านมา และกำหนดแนวทางการทำงานร่วมกันของ 7 พรรคการเมือง
        นายภูมิธรรมกล่าวต่อที่ประชุมตอนหนึ่งว่า การหารือในวันนี้เป็นการหารือถึงการทำงานที่ผ่านมาตั้งแต่การเลือกประธานสภาฯ ซึ่งตั้งแต่วันนั้นเราไม่ได้มีการคุยกัน วันนี้เราจึงจะหารือกันถึงการทำงานในสภา การจัดระบบวิป และทิศทางการทำงานในสภาหลังจากนี้ ยืนยันว่า 7 พรรคยังยืนข้างประชาธิปไตย ยังมีพันธสัญญาที่จะต้องร่วมมือกันในการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นปัญหา และยืนยันว่าไม่อยากเห็นการสืบทอดอำนาจ ซึ่งฝ่ายประชาธิปไตยจะทำหน้าที่อย่างดีที่สุด นอกจากนี้ เราอยากเห็นการตั้งรัฐบาลโดยเร็วเพื่อแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชน การทำงานของ 7 พรรคการเมืองนั้น ไม่ใช่การชวนใครลงถนน แต่เป็นการประสานไปยังประชาชน เพื่อให้เข้าใจถึงเป้าหมายและวิธีการทำงานของทั้ง 7 พรรค
       นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า พรรคอนาคตใหม่เวลานี้คือผู้ที่เสียหายมากที่สุด เพราะคะแนนดิบที่นำมาคำนวณ ส.ส.พึงมีตามรัฐธรรมนูญเราต้องได้ ส.ส.ถึง 89 คน แต่สุดท้ายโดนตัดเหลือเพียง 81 คน ซึ่งเราได้ดำเนินการยื่นคำร้องไปยัง 2 ช่องทาง คือ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งมีระยะเวลาในการดำเนินการ 3 เดือน และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งตั้งแต่ยื่นไปเรื่องก็เงียบกริบ
        นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่า 2 หน่วยงานที่พรรคอนาคตใหม่ยื่นไปนั้น จะส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะจะเป็นการส่งความเห็นที่โต้แย้งกับความเห็นของเขาเอง ในส่วนของพรรคเพื่อไทยได้หารือ และคิดหนักว่าจะทำอย่างไรให้ศาลหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องวินิจฉัยในเรืองนี้อย่างไร ซึ่งได้มีการประชุมฝ่ายกฎหมายหารือกันว่า ขณะนี้มีการรับรองส.ส.ไปแล้ว ซึ่งมีบทบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อถึงประธานสภาฯ ตามมาตรา 82 ของรัฐธรรมนูญ ว่าคุณสมบัติของบุคคลหรือสมาชิกคนหนึ่งคนใดไม่มีคุณสมบัติเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ ซึ่งสูตรคิดของเราและ กกต.ต่างกัน จึงคิดว่าพรรคเล็กที่ กกต.ประกาศผลออกมานั้นไม่มีคุณสมบัติจะเป็น ส.ส.ได้ 
    "อยากให้ทางอนาคตใหม่ไม่ต้องไปพึ่งองค์กรอิสระ หรือหน่วยงานอื่นๆ เพราะเรามี ส.ส.อยู่ในมือ สามารถเข้าชื่อและยื่นต่อประธานสภาฯ ได้ ซึ่งประธานสภาฯ จะต้องส่งเรื่องไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย เพื่อพิจารณาว่าการที่ กกต.ประกาศกว่า 10 พรรคเล็กไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็น ส.ส.ตั้งแต่แรก เราน่าจะลองในช่องทางนี้ดู" นายชูศักดิ์ระบุ.