"สมศักดิ์"เหมาะกับกระทรวงอื่นมากกว่าศธ. ชี้ปัญหาการศึกษาไทยหนักหน่วงต้องการคนเข้าใจ 


เพิ่มเพื่อน    


13มิ.ย.62-“สมพงษ์” ไม่อยากให้กระแส “สมศักดิ์” นั่ง รมว.ศธ. เกิดขึ้น ชี้เป็นผู้มีความสามารถแต่เหมาะกับกระทรวงอื่นมากกว่า  เพราะปัญหาการศึกษาไทย หนักหน่วงและสะสมมายาวนาน  การแก้ปัญหา ต้องการคนที่เข้าใจและรู้ปัญหาอย่างแท้จริง  ถ้าเป็นคนรุ่นใหม่ ที่ไม่ยึดติดกรอบเดิมๆมาทำงานได้ก็น่าจะเหมาะสมกับสังคมที่เปลี่ยนแปลง
 

ตามที่มีกระแสข่าว เรื่อง การจัดโควต้าเก้าอี้รัฐมนตรีในแต่ละกระทรวงต่างๆ ว่ามีความชัดเจนไปพอสมควรแล้ว  พร้อมทั้งปรากฎชื่อ  นายสมศักดิ์ เทพสุทิน สมาชิกสภาผุ้แทนราษฎร (ส.ส.) บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ  (พปชร)อาจจะเป็นผู้มีสิทธิ์ เข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หรือ กระทรววงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ที่ถือว่าเป็นกระทรวงใหญ่เกรดเอ ซึ่งต้องอยู่ภายใต้โควตาของพปชร. 


นายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จากความคิดเห็นส่วนตัวของตนมองว่า นายสมศักดิ์ มีความรู้ ความสามารถ ด้านการเมือง และถือว่ามีประสบการณ์ ผ่านร้อนผ่านหนาว เห็นบรรยากาศทางการเมืองมาอย่างมาก ดังนั้น ตนจึงมองว่าความสามารถของนายสมศักดิ์ จะเหมาะสมกับบริบทของกระทรวงอื่นมากกว่า เนื่องจากบริบทเรื่องการศึกษามีความแตกต่าง และขณะนี้ปัญหาเรื่องการศึกษาถือว่าหนักหน่วงและมีการสะสมมาอย่างยาวนาน ซึ่งตนคิดว่าการแก้ปัญหาตรงนี้ คงต้องการคนที่เข้าใจและรู้ปัญหาอย่างแท้จริง รวมถึงมีความกล้าตัดสินใจและกล้าเปลี่ยนแปลง อีกทั้งต้องมองเรื่องการศึกษามาเป็นปฐมบท และโดยส่วนตัวกระแสดังกล่าวนี้ตนไม่อยากให้เกิดขึ้น เพราะนายสมศักดิ์ มีความรู้ความสามารถด้านการเมือง เหมาะสมกับกระทรวงอื่นๆ ส่วน ศธ.ตนคิดว่ารัฐบาลน่าจะคิดใหม่ดีกว่า


เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงข้อเสนอแนะเกี่ยวกับผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง รมว.ศธ. นายสมพงษ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าหากรัฐบาลไม่สามารถหาผู้ที่มีวามรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาการศึกษาได้ ก็อาจจะให้มีคนกลางที่เป็นที่ยอมรับ เข้าใจปัญหาการศึกษา และกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงได้จริงๆ เข้ามาทำหน้าที่ รมว.ศธ. และตนคิดว่าเรื่องการศึกษาอาจจะให้คนรุ่นใหม่เข้ามาดูแลได้   เพราะกระแสของคนรุ่นใหม่ขณะนี้ ตนเห็นว่ามีการมองเรื่องการศึกษาแตกต่างออกไปเยอะมาก ทั้งเรื่องการใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์ม ปรากฎการณ์การศึกษาทางเลือก การศึกษาตลอดชีวิต ไม่ใช่มองแค่เรื่องของการติดกรอบการศึกษาภายในโรงเรียนเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.