'อิศรา'เปิดหนึ่งเดียวที่รอด คดีผู้สมัครส.ส.ถือหุ้นสื่อ!


เพิ่มเพื่อน    

21 มิ.ย.62 - สำนักข่าวอิศรา รายงานว่าคดีถือหุ้นสื่อมวลชนของผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีคำพิพากษาล้วจำนวน 10 คดี (เท่าที่ตรวจสอบพบ) มีอยู่เพียงหนึ่งคดีที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่ประกาศรายชื่อเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ผู้สมัครร้องคัดค้าน เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาแล้ว ศาลมีคำพิพากษาให้ กกต.ประกาศชื่อผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง คือราย นายภัทรพล มานะสร้าง ผู้สมัคร ส.ส. จังหวัดสระแก้ว เขต 1 พรรคพลังท้องถิ่นไท

นายภัทรพล ถูก กกต.ไม่ประกาศรายชื่อเป็นผู้สมัคร ส.ส. เนื่องจากเป็นเจ้าของและบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ประชารัฐ นายภัทรพลยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาลฎีกา เมื่อวันที่ 8 มี.ค.2562 ศาลฎีกา มีคำสั่งให้ กกต. รับสมัครนายภัทรพล เนื่องจากนายภัทรพลได้จดแจ้งเปลี่ยนแปลงการลาออกจากการเป็นเจ้าของและบรรณาธิการตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค. 2561 อันเป็นเวลาก่อนจะยื่นใบสมัครรับเลือกตั้ง การที่ยังปรากฎข้อมูลว่านายภัทรพลยังคงเป็นเจ้าของและบรรณาธิการอยู่ เกิดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้แก้ไขข้อมูลในระบบฐานข้อมูลเท่านั้น รายละเอียดดังนี้

คำพิพากษาฎีกาที่ 1407/2562 วันที่ 8 มี.ค.2562 ระหว่าง นายภัทรพล มานะสร้าง ผู้ร้อง ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดสระแก้ว

ผู้ร้องยื่นคําร้องว่า ผู้ร้องสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต เลือกตั้ง ผู้คัดค้านไม่ประกาศรายชื่อผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งโดยอ้างว่าผู้ร้องขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 เนื่องจากเป็น เจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชน แต่ผู้ร้องลาออกจากการเป็นบรรณาธิการ และเจ้าของหนังสือพิมพ์ประชารัฐแล้วจึงมิได้เป็นผู้ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิ สมัครรับเลือกตั้ง ขอให้มีคําสั่งให้ผู้คัดค้านเพิ่มชื่อผู้ร้องในรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ผู้คัดค้านยื่นคําคัดค้านว่า ก่อนประกาศรายชื่อผู้สมัคร ผู้คัดค้านได้ตรวจสอบ คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครแล้ว ปรากฏว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์พลังประชารัฐ ผู้ร้องจึงเป็นผู้ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 (3) ขอให้ยกคําร้อง

ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งตรวจสํานวนประชุมปรึกษาแล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้ร้องมีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ เห็นว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 บัญญัติว่า “บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ... (3) เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือ สื่อมวลชนใดๆ ...” และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 บัญญัติเช่นเดียวกันว่า “บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ... (3) เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ...” ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจึงเป็น เจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ มิได้ เมื่อข้อเท็จจริงตามคําร้องคําคัดค้าน เอกสารพยานหลักฐานแห่งคดีว่า ผู้ร้องเคยเป็นเจ้าของและบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ประชารัฐซึ่งได้จดแจ้งการพิมพ์ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ไว้เมื่อปี 2558 และได้จดแจ้งเปลี่ยนแปลงการลาออกจากการเป็นเจ้าของและบรรณาธิการแล้วตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2561 อันเป็นเวลาก่อนที่ผู้ร้องจะยื่นใบสมัครรับเลือกตั้ง การที่ยังปรากฎข้อมูลว่าผู้ร้องยังคงเป็นเจ้าของและบรรณาธิการอยู่ในขณะที่ผู้คัดค้านตรวจสอบข้อมูลเกิดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้แก้ไขข้อมูลในระบบฐานข้อมูล เท่านั้น ผู้ร้องจึงเป็นผู้มีคุณสมบัติในการใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 (3) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 (3) ที่ผู้คัดค้านไม่ประกาศรายชื่อผู้ร้อง เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน ย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมาย

จึงมีคําสั่งให้ผู้คัดค้านรับสมัครนายภัทรพล มานะสร้าง ผู้ร้อง และประกาศชื่อผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดสระแก้ว.

หากเทียบกับคดีถือหุ้นสื่อของผู้สมัคร ส.ส.  9  รายก่อนหน้านี้  อาทิ นายอนุสรณ์ เกษมวรรณ นายสุวัฒน์ชัย สวัสดี นายทวีป ขวัญบุรี ฯลฯ  เห็นได้ว่ามีข้อเท็จจริงที่ต่างกัน อ่านต้นฉบับ


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.