จับผัว-เมียตุ๋นเหยื่อลงทุนใช้วงเงินบัตรเครดิตเสียหายกว่า 20 ล้านบาท


เพิ่มเพื่อน    

19 ก.ค.62 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) และผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร.และ รองหัวหน้าศูนย์ ศปอส.ตร. แถลงข่าวการจับกุม  นางพิมพลอย วรพฤกษ์พิสุทธิ์ และ นายสมศักดิ์ วรพฤกษ์พิสุทธิ์  ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฉ้อโกงชักชวนลงทุนใช้วงเงินบัตรเครดิตมีผู้เสียหายกว่า 20 ล้านบาท

พล.ต.ท.ปิยะ เปิดเผยว่า  เจ้าหน้าที่ได้รับร้องเรียนจากประชาชนจำนวน 12 ราย ซึ่งตกเป็นเหยื่อกลุ่มมิจฉาชีพหลอกชักชวนร่วมลงทุนใช้วงเงินในบัตรเครดิต มูลค่าความเสียหายมากกว่า 20 ล้านบาท จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ จากการสืบสวนทราบว่ามิจฉาชีพกลุ่มนี้มี นางพิมพลอย วรพฤกษ์พิสุทธิ์ และนายสมศักดิ์ วรพฤกษ์พิสุทธิ์  สามีภรรยา โดยผู้ต้องหาทั้งสองเคยเปิดร้านขายส่งเสื้อผ้า  ได้ชักชวนญาติและคนสนิทให้ร่วมลงทุนในการใช้บัตรเครดิตเพื่อรูดชำระค่าสินค้าที่ไม่มีอยู่จริง  ซึ่งแจ้งว่าจะให้ผลตอบแทนร้อยละ  0.7 ต่อเดือน ของยอดการใช้บัตร และเพิ่มขึ้นจนถึงร้อยละ 1.3 ต่อเดือน  โดยหลังจากมีการรูดชำระค่าสินค้านั้นจะมีการโอนเงินผลกำไรตามที่กล่าวอ้างหลังจากรูดชำระค่าสินค้า 2-3 วัน ส่วนเงินต้นเมื่อครบกำหนดชำระจะมีการโอนคืนให้  ซึ่งในช่วงแรกได้รับผลตอบแทนจริงจึงหลงเชื่อและให้ชักชวนบุคคลทั่วไปเพื่อเข้าร่วมลงทุนดังกล่าวเป็นจำนวนมาก  

จากนั้นกลุ่มผู้เสียหายไม่สามารถติดต่อบุคคลทั้งสองได้และไม่มีการโอนเงินคืนตามที่ตกลง อีกทั้งได้สอบถามไปยังธนาคาร จึงทราบว่าไม่มีการให้ผลตอบแทนจากการใช้บัตรเครดิตรูดชำระค่าสินค้าตามที่กล่าวอ้างจริง  พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลพญาไท ได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติต่อศาลเพื่อออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน”

รอง ผอ.ศปอส.ตร.เผยต่อว่า ส่วนผู้ต้องหาทั้ง 2 รายทราบว่าถูกแจ้งความดำเนินคดีและออกหมายจับ จึงได้หลบหนีเรื่อยมา  จนกระทั่งติดตามจับกุมตัวได้ในที่สุด  จึงแจ้งข้อหา 1.ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน”ระวางโทษ "จำคุกไม่เกิน5 ปี  ปรับไม่เกิน10,000 หรือทั้งจำทั้งปรับ 2.ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.พญาไท ดำเนินคดี

อีกราย จับกุมนายขวัญชัย ปิยะทัศน์ และ น.ส.ทิพวรรรณ วงษ์วัน หลอกลวงลงทุนซื้อหุ้นขายในตลาดหลักทรัพย์ มีประชาชนตกเป็นเหยื่อ 10ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท ที่ออกอุบายชักชวนให้ผู้เสียหายลงทุนเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้น  โดยเปิดสำนักงานสาขา จัดอบรมในต่างจังหวัด  เช่น นครราชสีมา ขอนแก่น สระบุรี สุรินทร์ ศรีษะเกษ เป็นต้น  โดยผู้ต้องหาอ้างว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในการซื้อหุ้นดังกล่าว มีข้อมูลการลงทุนซื้อขายหุ้นภายในหรือข้อมูลเชิงลึกของตลาด ทำให้เกิดความเชื่อถือว่าการซื้อขายจะมีกำไรและผลตอบแทนดีแน่นอน 

โดยผู้ต้องหาจะเป็นผู้ส่งคำสั่งให้ซื้อขายและได้ยืนยันว่าในการลงทุนที่แนะนำให้ซื้อหุ้น  ทุกๆ 10 ครั้ง จะขาดทุนได้ไม่เกิน 3 ครั้ง หากเกิน 3 ครั้งขึ้นไปผู้ต้องหาจะเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินค่าประกันสาขา เปิดพอร์ตลงทุนโดยต้องจ่ายเงินประกันการลงทุนให้ผู้ต้องหา 20% ของเงินลงทุน ปรากฎว่าเมื่อทำการซื้อขายหุ้นตามคำสั่งของผู้ต้องหาแล้วขาดทุนทุกครั้ง เมื่อติดตามทวงถามเงินประกันการลงทุนก็ไม่ยอมคืนให้ และหลบหนีไป พนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติ กระทั่งจับกุมตัวได้ ขณะหลบหนีอยู่ที่ รีสอร์ทแห่งหนึ่งใน อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท จึงแจ้งข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน”ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางละมุงดำเนินคดีต่อไป

 

 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.