ว่าด้วยความ "เชยซ์ซ์ซ์" ของ "คนรุ่นใหม่"


   

                                                        (1)

        เมื่อซัก 20 กว่าปี หรือเกือบ 30 ปีที่แล้ว...ขณะสิ่งที่เรียกว่า โลกานุวัตร หรือ โลกาภิวัตน์ กำลังดังๆ กันในระดับโลก หรือแทบจะทั่วทั้งโลก อันส่งผลให้บรรดา คนรุ่นใหม่ หรือคนประเภทที่ออกจะหัวก้าวหน้า ทันสมัย ในบ้านเรา จำนวนมิใช่น้อย ดูจะออกอาการ บ้าโลกาภิวัตน์ ตามไปกะเค้าด้วย ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นใหม่ที่แก่แล้ว หรือคนรุ่นใหม่ประเภทฟันน้ำนมยังไม่ทันหมดปาก...

                                                        (2)

        เรียกว่า...ไม่เพียงแต่หนังสือ หนังหา ประเภทพ็อกเกตบุ๊กที่ออกไปในแนวนี้ หรือที่พยายามส่งเสริม สนับสนุน ให้เกิดแนวคิดหรือแม้แต่อุดมการณ์ อุดมคติ แบบที่เรียกๆ กันว่า เสรีนิยม หรือ ทุนนิยมเสรี อันถือเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสิ่งที่เรียกๆ กันว่าโลกาภิวัตน์ จะถูกพิมพ์ ถูกแปล ถูกนำมาเผยแพร่ชนิดเรียงพรืดกันไปเป็นแผงๆ กระทั่ง นักการเมือง ที่พยายามแสดงตัว แสดงออก ว่าเป็นพวกหัวใหม่ หัวก้าวหน้า ทันสมัยในบางราย ยังพยายามหยิบเอาแนวคิดทำนองนี้ มาสร้างความเก๋ ความเท่ ให้กับตัวเอง หรือพรรคการเมืองของตัวเอง อย่างชนิดเวอร์สุดเวอร์ หรืออย่างชนิดน่าหาวเรออ์อ์อ์เอามากๆ...

                                                      (3)

        คือแทนที่จะเปิดตัว เปิดโฉมหน้าพรรคการเมืองของตัวเองกันภายในประเทศ ดันเช่าเครื่องบินบินไปแถลงข่าวในต่างประเทศ แล้วยิงสด ถ่ายทอดสด กลับมาให้ชาวบ้าน ชาวช่อง ในเมืองไทย ได้เห็นถึงความเก๋ ความเท่ ความก้าวหน้า ทันสมัย ของตัวเองตามแบบฉบับ โลกาภิวัตน์ที่ไม่มีพรมแดน หรือไม่มีเส้นเขตแดนใดๆ ต่อไปอีกแล้ว ทำนองนั้น และด้วยผลจากความเก๋ ความเท่ ในลักษณะดังกล่าวนี่เอง แม้ว่าตัวหัวหน้าพรรคจะมีเงิน มีทอง ระดับเป็นถังๆ เป็นกระสอบๆ แต่สุดท้าย...กลับมีอันต้อง ชิดซ้าย ตกคู ตกคลอง ไปไม่เป็น และไปไม่กลับ-หลับไม่ตื่น-ฟื้นไม่มี นับตั้งแต่บัดนั้น...

                                                        (4)

        ยิ่งเมื่อมาถึงยุคนี้ สมัยนี้ หรือ ณ ปัจจุบันนี้...สิ่งที่เรียกว่า เสรีนิยม หรือ ทุนนิยมเสรี ก็ดูจะยิ่งเป็นอะไรที่ เชยซ์ซ์ซ์ หนักขึ้นไปใหญ่ หรือเป็นสิ่งที่นักการเมืองระดับผู้นำรัสเซีย อย่างประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ท่านเคยพูดๆ เอาไว้เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ขณะให้สัมภาษณ์โทรทัศน์ CNBC ด้วยการสรุปฟันธงเอาไว้แบบสั้นๆ ง่ายๆ ว่า เสรีนิยม...ได้กลายเป็นสิ่งที่พ้นสมัยไปแล้ว เพราะอะไรที่เคยดูเก๋ ดูดี หรือดูเท่ ในช่วงแรกๆ สุดท้าย หรือท้ายที่สุดแล้ว...มันมักออกไปทาง ไม่มีจะแ-ก ไปด้วยกันทั้งสิ้น!!!

                                                        (5)

        อย่างเช่น คำพูด หรือข้อเขียน ที่นักโลกาภิวัตน์ตัวฉกาจ อย่างนาย อัลวิน ทอฟเลอร์ ได้เคยรำพึง รำพัน เอาไว้ในหนังสือเรื่อง อารยธรรมใหม่-การเมืองในคลื่นลูกที่สาม ที่ผู้คนในบ้านเรานำมาแปลเผยแพร่ไว้เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ที่สรุปเอาไว้ถึงขั้นว่า “ขณะที่เศรษฐกิจ (ของประเทศต่างๆ) กำลังถูกแปลงสภาพด้วยคลื่นลูกที่สามอยู่นั้น ระบบเศรษฐกิจเหล่านี้จะถูกบีบบังคับให้จำต้องยอมจำนน หรือสละความเป็นเอกราชบางส่วนของตนเอง ต้องยอมให้อีกฝ่ายหนึ่ง (โลกหรือโลกาภิวัตน์) ล่วงล้ำเข้ามาในวัฒนธรรม เอกลักษณ์ และในระบบเศรษฐกิจของตนมากขึ้นๆ ด้วยเหตุนี้...ขณะที่กวี ปัญญาชน แห่งภูมิภาค หรือชาติที่มีความล้าหลังทางเศรษฐกิจ กำลังประพันธ์เพลงชาติของตนอยู่นั้น กวีและปัญญาชนแห่งชาติในคลื่นลูกที่สาม ก็กำลังครวญบทเพลงว่าด้วยคุณค่าของโลกไร้พรมแดน และสำนักแห่งความเป็นโลกาภิวัตน์นั่นเอง...” นี่...เวอร์กันถึงขั้นนั้น...

                                                      (6)

       แต่ไปๆ-มาๆ แล้ว...ด้วยเหตุเพราะ โลกาภิวัตน์ มันพยายามอาศัยสิ่งที่เรียกว่า ทุนนิยมเสรี ซึ่งควบคู่มากับสิ่งที่เรียกว่า ประชาธิปไตย เสรีนิยม ประเภทลิเบอร่ง ลิเบอร่าน อะไรทำนองนั้น มาใช้เป็นเครื่องมือในการกดดัน เล่นงาน บีบบังคับ ชาติเล็ก ชาติน้อย แบบน่าเกลียด น่าชัง น่าทุเรศ ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ มันเลยถึงได้เกิดแรงฮึด แรงสู้ ขึ้นมาในระดับทั่วทั้งโลก ไม่ว่าการฮึด การสู้นั้นๆ มันจะผิด หรือถูก จะออกไปทางเผด็จการ หรือบางครั้ง บางครา ออกไปทางศาสนานิยม วัฒนธรรมนิยม เอาเลยก็มี แต่ภายใต้ความรู้สึก ความสำนึกถึง ความเป็นชาติ ในแต่ละชาตินั่นเอง มันเลยทำให้โลกาภิวัตน์และเสรีนิยมทั้งหลาย จึงกลายเป็นอะไรที่ เชยซ์ซ์ซ์ หรือ พ้นสมัย ตกยุค ตกสมัย เกิดอาการ เจ๊ง จนยากซ์ซ์ซ์ที่จะรื้อฟื้นให้คืนกลับขึ้นมาได้อีก...

                                                        (7)

        ด้วยเหตุนี้...การที่ เด็ก ซึ่งฟันน้ำนมอาจหมดปากไปนานแล้ว แต่ดันคิดจะเป็น คนรุ่นใหม่ ในแบบเชยซ์ซ์ซ์ๆ หรือแบบที่คิดจะอาศัยโลกาภิวัตน์ อาศัยโลกมาล้อมประเทศ หรือมาเล่นงานประเทศตัวเอง ไม่ว่าในทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม หรือวัฒนธรรมใดๆ ก็แล้วแต่ ก็เลยมีอันต้อง ตกม้าตาย เร็วกว่ากำหนด หรือชักออกอาการ ไปไม่กลับ-หลับไม่ตื่น-ฟื้นไม่มี อย่างชนิดน่าเสียดายเอามากๆ จนอาจต้องหยิบเอามาใช้เป็นบทเรียน อุทาหรณ์ สำหรับใครก็ตาม ไม่ว่าเด็ก หรือแก่ ว่าความเป็น คนรุ่นใหม่ นั้น ไม่เพียงแต่ต้องใหม่กันในทางความคิด ความอ่าน แต่ยังต้องสุขุมลุ่มลึก ตกผลึก ต้องมีความอดทน อดกลั้น ต่อการเคี่ยวกรำทางประสบการณ์และวุฒิภาวะ หรือต้องมี ขันติธรรม อย่างที่สมเด็จพระสังฆราชฯ ท่านชี้แนะเอาไว้แล้วนั่นแหละ มันถึงจะสามารถนำพาชาติ นำพาประเทศไปสู่ อนาคตเบื้องหน้า ด้วยพลังแห่ง สามัคคีธรรม อันเป็นสิ่งที่สำคัญเอามากๆ ไม่ว่าสำหรับชาติไหน ต่อชาติไหน ไม่ว่าเผด็จการ หรือประชาธิปไตย ซึ่งต่างต้องมีเอาไว้ด้วยกันทั้งสิ้น ทั้งปวง นั่นแล...

                              -------------------------------------------------------


นายสุวิทย์ เมษินทรีย์.... รัฐมนตรีว่าการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.)

เพิ่งเริ่มต้น "อย่าด่วนสรุป"
ข้อคิดคำนึงจาก 'คำพิพากษา'
'เสรีภาพกับข่าวเฟก-ข่าวมั่ว'
โลกาภิวัตน์ของ พล.ท.พงศกร
อีก ๓๖๔ วัน 'แม่กินอะไร?'
บ้านเมือง 'คนละเรื่องเดียวกัน'