สพฐ.จัดอบรมการช่วยชีวิตทางน้ำให้ ครู  หวังนำไปสอนเด็ก ขจัดปัญหาเด็กจมน้ำเสียชีวิต


   


23ก.ค.62-นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า สถิติที่ผ่านมาพบว่าการสูญเสียที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุและอุบัติภัยทางน้ำมีเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กๆ มักตกและจมน้ำเสียชีวิต โดยเฉพาะตามแหล่งน้ำธรรมชาติใกล้บ้าน เช่น บ่อขุด หนอง คลอง บึง สระน้ำ หรือแม่น้ำในบริเวณชุมชน สระว่ายน้ำ รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จึงได้กำหนดนโยบายส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาทุกแห่งมีมาตรการและแนวทางในการรักษาความปลอดภัยทางน้ำให้กับนักเรียน เพื่อให้นักเรียนพ้นจากภัยการตกน้ำ จมน้ำเสียชีวิต ขจัดปัญหาการว่ายน้ำไม่เป็นของนักเรียนให้หมดไป รวมไปถึงการปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างถูกวิธี 

ทั้งนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีนโยบายในการส่งเสริมการกีฬาสู่สถานศึกษา โดยมีแนวทางการดำเนินงานนอกจากให้สถานศึกษาจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 แล้ว ต้องให้นักเรียนเรียนรู้เรื่องความปลอดภัยในชีวิต การเอาตัวรอดจากภัยทางน้ำ โดยสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ได้ร่วมกับชมรมไลฟ์การ์ดภูเก็ต จัดทำคู่มืออบรมเชิงปฎิบัติการ เรื่องการช่วยชีวิตทางน้ำ (Life saving) สำหรับเป็นคู่มือในการฝึกอบรมครูให้มีความรู้ความสามารถ มีทักษะ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้แก่นักเรียนหรือเยาวชน ให้สามารถช่วยเหลือตนเองและช่วยชีวิตคนตกน้ำได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย 

         "ขณะนี้ สพฐ.ได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาครู จำนวน 150 คน เรื่องการช่วยชีวิตทางน้ำแล้ว จำนวน 4 ครั้ง ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศ โดยอบรมครั้งละ 5 วัน เน้นการปฎิบัติจริง ซึ่งผมมั่นใจว่าครูผู้เข้าอบรมจะนำความรู้ที่ได้มาใช้ในการจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษาได้อย่างเต็มศักยภาพ และลดอุบัติเหตุ และอุบัติภัยทางน้ำที่จะเกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชนได้แน่นอน" เลขาฯ กพฐ. กล่าว


วันนี้...จันทร์ที่ ๒๐ มกรา ๖๓ ผมว่า......คนฉีกปฏิทินไปรอพรุ่งนี้ "อังคารที่ ๒๑ มกรา" กันหมดแล้ว เพราะตอนเวลา ๑๑.๓๐ น.ศาลรัฐธรรมนูญ จะอ่านคำวินิจฉัยคำร้องที่ "นายณฐพร โตประยูร" ร้องให้ยุบพรรคอนาคตใหม่

ดิ้นกันไปเมื่อรู้ว่า 'ใกล้เมรุ'
ปิยบุตร "ยังเป็นคนอยู่หรือ?"
ประชาธิปัตย์ 'ก่อนศตวรรษ'?
ยำใหญ่ “ใส่ไข่” นายกฯประยุทธ์
'ผีบุญ' แนวทางศึกษา 'ทอน'
ประเดิมศกด้วย"ศึก ๒ สวน"