พรรคฝ่ายค้านดาหน้าโหน'88การ์มองเต้'ขยี้พลังประชารัฐ!


   

24 ก.ค.62  - พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นกรณีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการใช้ 88 กามองเต้ รีสอร์ท อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เป็นสถานที่จัดงานสัมมนาพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) มีเนื้อหาดังนี้

การจัดสัมมนาของรัฐมนตรีและ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลในพื้นที่ป่าวังน้ำเขียวเป็นการเย้ยหยันประชาชนและกฎหมายบ้านเมือง!!!

กรณี การจัดงานสัมมนาเมื่อวันที่ 21-22 ก.ค. 2562 ที่ผ่านมาเพื่อเตรียมสมาชิกในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 25-26 ก.ค. 2562 โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมในพิธีปิดงานสัมมนาด้วย เพราะสถานที่จัดงานสัมมนาที่ 88 กามองเต้ รีสอร์ท อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ซึ่งถูกกรมอุทยานฯ สั่งให้รื้อถอน เนื่องจากบุกรุกที่ป่า ขณะนี้อยู่ระหว่างยื่นขอคุ้มครองชั่วคราวต่อศาลปกครองสูงสุด

จากเว็ป ข่าวสด ออนไลน์ นายสมศักดิ์ พันธ์เกษม ส.ส.นครราชสีมา กล่าวยอมรับว่าพื้นที่ดังกล่าว เป็นที่ดิน ส.ป.ก. ใช้ประโยชน์ไม่ถูกต้องจริง เพราะทำประโยชน์อื่น..

“เรื่องนี้ทางหัวหน้าพรรคก็สอบถามผมว่าจะถูกโจมตีถ้ามาที่นี่ ผมก็บอกว่าพร้อมที่จะชี้แจงหากคิดว่าถ้าจะถูกโจมตีก็ไม่ได้แก้ปัญหา รู้ว่าผิดแต่ก็พาไปให้เห็นปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน เพราะที่ดิน ส.ป.ก. จะให้ไปทำเกษตรอย่างเดียวในเวลานี้ก็ลำบาก เพราะบางพื้นที่มีศักยภาพที่จะพัฒนา ไปสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้ประชาชน เรียกว่าเป็นวังน้ำเขียวโมเดล”

และสำนักข่าวอิศรา ได้เสนอข่าว เกี่ยวกับ 88 กามองเต้ รีสอร์ท อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ว่า

“จากข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ (ข้อมูล ณ วันที่ 22 ก.ค. 2562) พบว่า 88 การ์มองเต้ รีสอร์ท จดทะเบียนในชื่อบริษัท 88 การ์มองเต้ จำกัด ปรากฏชื่อ นายวราวุธ เจนธนากุล ร่วมเป็นกรรมการ และนายวรพจน์ อำนวยพล ยังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับ 2 บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY-F โดยบริษัทในเครือ SKY-F เป็นผู้สนับสนุนเงินระดมทุนโต๊ะจีนพรรคพลังประชารัฐเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2561 ที่ผ่านมา รวม 7 ล้านบาท”

พฤติกรรมการจัดสัมมนาไปจัดงาน ในที่ส่อรุกป่าของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและรัฐมนตรี เพราะข้อมูลราชการเป็นที่ ส.ป.ก.และที่ป่าอุทยานทับซ้อนกันอยู่ ร่วมถึงการคงอยู่ของรีสอร์ทในพื้นที่ป่า ซึ่งเกี่ยวข้องเป็นผู้บริจาคเงินสนับสนุนพรรครัฐบาลดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงบริหารจัดการธรรมชาติ ของผู้ที่เป็นรัฐบาล ที่กีดกันคนจำนวนมากจากชุมชนและท้องถิ่นเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างเท่าเทียมกัน

เมื่อพิจารณาจากเอกสารคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่เตรียมสมาชิกในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 25-26 ก.ค. 2562 นโยบาย ในข้อ 10 การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยังยืน กรณีการลดความเหลื่อมล้ำด้านการถือครองที่ดินตามหลักการของ “คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ” ขณะที่ ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) ได้ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม วันที่ 19 ก.ค. 2562 ที่ทำเนียบรัฐบาล ให้ยกเลิก พ.ร.บ.คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) เพราะไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิต สิทธิชุมชน และการจัดการทรัพยากรที่ดิน โดยสรุปไม่มีนโยบายที่เป็นรูปธรรมในการปฏิรูปโครงสร้างและการกระจายอำนาจการบริหารจัดการทรัพยากรแต่อย่างใด

การกระทำของรัฐมนตรีและ ส.ส.รัฐบาล ที่จัดสัมมนาในป่าวังน้ำเขียว มีกิจกรรมบันเทิงสนุกสนานในขณะที่ประชาชนภาคอีสานทุกข์ระทมจากปัญหาภัยแรงอย่างรุนแรง ปัญหาถูกรัฐบาลจับกุมชาวบ้านและชุมชนทจากนโยบายทวงคืนผืนป่าของ คสช ปัญหาขาดที่ดินทำกิน ซึ่งการจัดสัมมนาของรัฐมนตรีและ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลในพื้นที่ป่าวังน้ำเขียวเป็นการเย้ยหยันประชาชนและกฎหมายบ้านเมือง ที่เข้าข่ายผิดรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับมาตรฐานจริยธรรมฯ ซึ่งตามมาตรฐานจริยธรรมฯ ข้อ 19 กำหนดว่า

“ข้อ 19 ไม่คบหาสมาคมกับคู่กรณี ผู้ประพฤติผิดกฎหมาย ผู้มีอิทธิพล หรือผู้มีความประพฤติ หรือผู้มีชื่อเสียงในทางเสื่อมเสีย อันอาจกระทบกระเทือนต่อความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนในการปฏิบัติหน้าที่”

ป.ป.ช. เป็นองค์กรที่มีหน้าที่ไต่สวนและมีความเห็นกรณี รัฐมนตรีและ ส.ส. ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 234 ซึ่ง ป.ป.ช. จะต้องไม่ปล่อยให้เรื่องการกระทำผิดผ่านไป ดังนั้น ความรับผิดชอบของ ป.ป.ช. ในการทำหน้าที่ เพื่อ “ให้บุคคลทุกคนต้องอยู่ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน” ซึ่งความเสมอภาคเท่าเทียมกัน ยังเป็นนิยามของ “ความยุติธรรม” ที่เหมาะสมกับยุคปัจจุบันอีกด้วย!!


ขยันดีนะ....ฝ่ายค้านชุดนี้ เคาะกะลากันรายวัน จะแก้รัฐธรรมนูญ จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล งานเต็มมือ!    เรื่องหาวิธีชำเรารัฐธรรมนูญพูดกันไปเยอะแล้ว มาที่เรื่องซักฟอกรัฐบาลดูบ้าง 

ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน