'ทรัมป์' ประกาศสงครามการค้า ขึ้นภาษีเหล็ก-อะลูมิเนียม


   

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ท้าทายเสียงวิจารณ์จากทั่วโลกภายหลังการประกาศขึ้นภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมนำเข้าทำให้ตลาดหุ้นปั่นป่วน อ้างสงครามการค้า "ชนะได้ง่ายๆ"

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ภาพ AFP

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 2 มีนาคม 2561 ว่า คำกล่าวอย่างท้าทายของผู้นำระดับมหาเศรษฐีของอเมริการายนี้ เกิดขึ้นภายหลังคำประกาศขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมของเขาเมื่อวันพฤหัสบดี ทำให้ประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ไม่พอใจอย่างรุนแรง และทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกดิ่งลงถ้วนหน้า

ข้อความที่ทรัมป์ทวีตเมื่อวันศุกร์ กล่าวไว้ว่า เมื่อประเทศหนึ่ง (สหรัฐ) เสียเงินหลายพันล้านดอลลาร์ในการค้ากับทุกประเทศที่ทำการค้าด้วย สงครามการค้าจึงเป็นเรื่องดี และชนะได้ง่ายๆ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อสหรัฐลดการค้าลง 1 แสนล้านดอลลาร์กับประเทศหนึ่ง แล้วพวกเขาเลิกค้าขายกับเราอีก เราก็ชนะ ง่ายๆ แค่นี้

มีข่าวลือมานานหลายสัปดาห์ว่ารัฐบาลสหรัฐมีความตั้งใจจะขึ้นภาษี และเมื่อวันพฤหัสบดี ทรัมป์ได้แสดงความชัดเจนด้วยการเปิดเผยว่าเขาจะเริ่มใช้มาตรการนี้ "สัปดาห์หน้า" เพื่อปกป้องผู้ผลิตสหรัฐ การขึ้นภาษีเหล็ก 25% และอะลูมิเนียม 10% นี้กระทบต่อวัสดุที่เป็นสายเลือดหล่อเลี้ยงภาคการก่อสร้างและอุตสาหกรรมในสหรัฐ

คำประกาศขึ้นภาษีของทรัมป์ครั้งนี้สร้างความโกรธเคืองแก่ชาติพันธมิตรของสหรัฐหลายชาติ ตั้งแต่ แคนาดา, สหภาพยุโรป (อียู), ออสเตรเลีย และเม็กซิโก รวมถึงจีนด้วย

ฌ็อง-โคลด ยุงเคอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ประกาศว่า อียูจะไม่วางเฉยเมื่ออุตสาหกรรมของอียูได้รับผลกระทบจากมาตรการที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งทำให้การจ้างงานในยุโรปเกิดความเสี่ยง และอียูจะตอบโต้อย่างหนักแน่นเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตน

แคนาดาและเยอรมนีต่างกล่าวถึงการขึ้นภาษีของสหรัฐว่า "ไม่อาจยอมรับได้" โดยซิกมาร์ กาเบรียล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยอรมนี เรียกร้องให้ทรัมป์ทบทวนการตัดสินใจ

ผู้นำสหรัฐรายนี้ขู่จะขึ้นภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมมานานแล้ว โดยกล่าวหาประเทศผู้ผลิตทั้งหลายว่าทุ่มตลาด และใช้การปฏิบัติทางการค้าที่ "ไม่ยุติธรรม" เขาวิจารณ์จีนเป็นการเฉพาะ ถึงแม้ว่าเหล็กและอะลูมิเนียมจากจีนจะคิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 1% ของสินค้าทั้งหมดที่จีนส่งออกมายังสหรัฐ

เมื่อวันศุกร์ รัฐบาลจีนเรียกร้องให้สหรัฐ "ใช้ความอดกลั้น" และเคารพต่อกฎการค้าระหว่างประเทศ หัวชุนอิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนกล่าวว่า หากทุกประเทศทำตามอย่างสหรัฐ ก็จะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อระเบียบการค้าระหว่างประเทศอย่างไม่ต้องสงสัย

ภายในสหรัฐเองก็มีเสียงวิจารณ์การตัดสินใจของเขาเช่นกัน ไม่เว้นแม้แต่ภายในทำเนียบขาวและพรรครีพับลิกัน อุตสาหกรรมผลิตรถยนต์, น้ำมัน และก๊าซ และอุตสาหกรรมอื่นๆ เตือนว่ามาตรการนี้จะทำให้ราคาสินค้าแพงขึ้น และทำให้เกิดการตอบโต้ที่กระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐเอง.

 


เสียดาย...........วานซืน (๑๘ ก.ค.๖๑) ไม่ได้ดูถ่ายทอดสดรายการ "๑๓ หมูป่า ปะทะคำถามสื่อทั่วโลก"เพราะบังเอิญพี่หมอเดชา "นาวาโท นายแพทย์เดชา สุขารมณ์ ร.น." อดีต รมช.สาธารณสุข ท่านนัดล่วงหน้า จะพาไปกินหมูหัน

'แดงอีสาน' โดมิโนการเมือง
'กาแฟดำ' ในแดน 'ไทยโพสต์'
'ตำรวจรับใช้โจร' จะให้ทนหรือ?
'ปฏิรูประบบราชการ' ที่เกิดแล้ว
นอกถ้ำอาจอันตรายยิ่งกว่า!
เลือดเนื้อไทย"ผลิบาน"วันเลิกรา