ยุติธรรมจังหวัดขอนแก่น มอบเงินกองทุนฯช่วยครอบครัว 'น้องน้ำ' เหยื่ออดีตครูจ่อยิงดับ


   

25 ก.ค.62 - นายทวีศักดิ์ สารทรัพย์ ยุติธรรมจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มัญจาคีรี  ลงพื้นที่บ้านเลขที่ 61 หมู่ 3 ต.นาข่า อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ซึ่งตั้งศพ "น้องน้ำ" อายุ 14 ปี ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่นายประสิทธิ์ รู้ปัญญา อดีตข้าราชการครูใช้อาวุธปืนสั้นขนาด 9 มม . จ่อยิงขมับจนเสียชีวิต ก่อนที่อดีตครูรายนี้จะยิงขมับตัวเองตายตามไปเหตุเกิดภายในรีสอร์ทแห่งหนึ่งในเขต อ.มัญจาคีรี โดยคณะของยุติธรรมจังหวัดได้เข้าเคารพศพน้องน้ำ รวมทั้งการพูดคุยกับคนในครอบครัวของผู้ตายท่ามกลางบรรยากาศที่โศกเศร้า พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ได้มอบเงินช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมเบื้องต้น 110,000 บาท ซึ่งได้มอบให้กับยายน้องน้ำที่เลี้ยงดูน้องมาตั้งแต่อายุ 3 เดือนหลังจากพ่อแม่น้องแยกทางกัน

นายทวีศักดิ์ กล่าวว่า เงินดังกล่าวเป็นเงินช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมของกองทุนยุติธรรมที่จะจ่ายทันทีเมื่อพบผู้เสียชีวิตเข้าหลักเกณฑ์ เป็นเงินจำนวน 110,000 บาท ซึ่งเหตุการณืที่เกิดขึ้นนี้นั้นคณะทำงานได้ทำการตรวจสอบรายละเอียดต่างๆแล้ว จึงได้ทำการมอบให้กับญาติของผู้เสียชีวิตในวันนี้

"ในส่วนของครอบครัวนายประสิทธิ์ ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ไม่เข้าเงื่อนไขของทางกองทุนฯ เนื่องจากเป็นผู้กระทำและฆ่าตัวตาย ขณะเดียวกันในคดีที่เกิดขึ้นหากครอบครัวของน้องน้ำ ต้องการดำเนินคดีฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายก็สามารถทำได้ โดยสามารถยื่นเรื่องผ่านทางสำนักงานยุติธรรมจังหวัดขอนแก่นได้ทันที ซึ่งทางสำนักงานยุติธรรมจังหวัดมีทนายความดำเนินเรื่องให้หรือผู้เสียหาย ก็สามารถแต่งตั้งทนายดำเนินเรื่องเองได้เช่นเดียวกัน"

ขณะทีนางสมพงษ์ เปทา อายุ 62 ปี ยายของน้องน้ำ กล่าวว่า ครอบครัวยืนยันว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เพราะเชื่อว่าหลานสาวถูกครูคนนี้ลวงไปฆ่า ซึ่งในส่วนการฟ้องร้องดำเนินคดีนั้น จะขอปรึกษาคุยกันในครอบครัวก่อนว่าจะเริ่มต้นอย่างไรภายหลังจากจัดงานศพน้องน้ำแล้วเสร็จ ซึ่งจนถึงขณะนี้ทางครอบครัวฝ่ายครูที่ก่อเหตุก็ยังไม่มีใครติดต่อมา เพราะครอบครัวอยากจะให้ทางครอบครัวของครูที่ก่อเหตุมาช่วยเหลือเรื่องงานศพให้กับน้องน้ำด้วย

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ที่บ้านของนายประสิทธิ์ คู่กรณีในคดีดังกล่าว โดยไม่พบกับภรรยาของนายประสิทธิ์แต่อย่างใด จึงได้สอบถามข้อมูลจากเพื่อนบ้านรวมทั้งคนในครอบครัวของนายประสิทธิ์ เพื่อสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนทราบว่า นายประสิทธิ์ได้ขอลาออกจากการรับราชการเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา โดยได้รับเงินมาประมาณ 2,000,000 บาท และได้แบ่งให้กับลูกชาย 2 คนๆละ 100,000 บาท ที่เหลือนายประสิทธิ์เก็บไว้ใช้เองโดยไม่ได้ให้ภรรยาแม้แต่บาทเดียว

ขณะเดียวกันหลังจากนายประสิทธิ์ลาออกแล้ว ก็ได้หย่ากับภรรยาเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา โดยไม่ทราบว่าสาเหตุของการหย่าว่าเกิดจากอะไร เพราะนายประสิทธิ์ก็เป็นคนที่มีนิสัยเงียบๆไม่ค่อยคุยกับใคร ไม่เปิดเผยหรือแสดงออกว่ามีปัญหาใดๆ และภรรยาของนายประสิทธิ์ก็ไม่ได้เล่าอะไรให้ฟัง

แหล่งข่าว กล่าวอีกว่า หลังจากนายประสิทธิ์เสียชีวิตแล้ว ญาติพี่น้องเพื่อนสนิทและคนในครอบครัวมานั่งคุยกัน จึงทราบว่า เงินที่นายประสิทธิ์มีอยู่ นำไปทุ่มให้กับเด็กหญิงอายุ 14 ปีรายนี้ เพราะทราบว่านายประสิทธิ์รักฝ่ายหญิงคนนี้มาก ระยะหลังก่อนเกิดเหตุ นายประสิทธิ์รู้ว่า ฝ่ายหญิงมีแฟนอยู่แล้ว การคบหาจึงไม่ราบรื่นเหมือนเดิม และฝ่ายหญิงเริ่มพยายามตีตัวออกห่าง จึงคาดว่าน่าจะนัดเคลียร์ปัญหากันกระทั่งเกิดเหตุขึ้น แต่โดยส่วนตัวนั้นนายประสิทธิ์อายุมากแล้ว และมีหนี้สินในครอบครัวอยู่ประมาณ 3 ล้านบาท เงินทองก็หมด เพราะทุ่มไปให้ฝ่ายหญิง แต่สุดท้ายฝ่ายหญิงไปมีแฟนใหม่ทำให้เกิดปัญหารุมเร้าจึงคิดสั้นก่อเหตุดังกล่าวขึ้น