จักรทิพย์กุมขมับ!สางบึ้มกรุง


เพิ่มเพื่อน    

  ย่านประตูน้ำระทึก! รายวัน พบระเบิดเพลิงจากเหตุบึ้มทั่วกรุง ซุกอยู่ในร้านเสื้อผ้าชั้น 5 ห้างดังอีก 1 ลูก "อีโอดี" เร่งเก็บกู้ไปตรวจสอบ "บิ๊กแป๊ะ" ยกทีมสอบปากคำ 4 ผู้ต้องสงสัยละเอียดยิบ กุมขมับรับมีปัญหาบ้าง ยังเสียงแข็งมั่นใจปิดคดีได้แม้ต้องใช้เวลา "หนุ่ม รปภ." คอตกแกล้งเพื่อนวางระเบิดปลอม เจอคุก 7 เดือน "ศาล" ปรานีโทษจำลดเหลือ 3 เดือน 15 วัน 

    เกิดเหตุพบวัตถุต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดหลายจุดในกรุงเทพฯ รายวันอีกครั้งในย่านประตูน้ำ กรุงเทพฯ เมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา เจ้าของร้านขายเสื้อผ้าภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านประตูน้ำ โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พญาไท พบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดภายในร้าน
    พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ รองผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล นำกำลังเจ้าหน้าที่กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด หรืออีโอดี และประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ตำรวจ สน.พญาไท เดินทางเข้าตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยร้านขายเสื้อผ้าชื่อดัง บริเวณชั้น 5 ของสรรพสินค้าย่านประตูน้ำ เขตราชเทวี กทม.
    จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่อีโอดีพบเป็นระเบิดแสวงเครื่องแบบเพลิง หรือระเบิดเพลิง ชนิดเดียวกันกับที่พบในร้านค้าย่านประตูน้ำเมื่อหลายวันก่อน เบื้องต้นเชื่อว่าระเบิดเพลิงที่พบเป็นของกลุ่มเดียวกับที่ก่อเหตุเผาร้านค้าย่านประตูน้ำ 
    ทั้งนี้ ถือเป็นระเบิดเพลิงลูกที่ 8 จากทั้งหมด 17 ลูก ส่วนที่เหลือเป็นระเบิดแสวงเครื่อง 9 ลูกที่เกิดเหตุระเบิดหลายจุดเมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา อาทิ บริเวณศูนย์ราชการฯ ถนนแจ้งวัฒนะ, สถานีรถไฟฟ้าช่องนนทรี รวมถึงสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม 
    ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช ผบช.ส., พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น.,พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. เดินทางไปที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า (ศปก.ตร.สน.) อ.เมืองฯ จ.ยะลา ประชุมร่วมกับ พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 ในฐานะ ผบ.ศปก.ตร.สน. และ พล.ต.ต.สมชาย รักเสนาะ ผบก.สส.ภ.9 เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติมผู้ต้องสงสัยลอบวางระเบิดในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในศูนย์พิทักษ์สันติ
    เมื่อเดินทางมาถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้ใช้เวลาในการสอบถามถึงความคืบหน้าของคดีจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนนานกว่า 1 ชั่วโมง ก่อนที่จะนำตัวผู้ถูกควบคุมตัวคือ นายวิลดัน มะหะ หนึ่งใน 4 ผู้ต้องสงสัยที่ได้ควบคุมตัวเอาไว้มาสอบปากคำเพิ่มเติม รวมทั้งทยอยสอบปากคำผู้ถูกควบคุมทั้งหมดทีละคน
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการลงพื้นที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า อ.เมืองฯ จ.ยะลา ในครั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์มีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด มีการกุมขมับในระหว่างซักถามผู้ต้องสงสัยหลายครั้ง
    พล.ต.อ.จักรทิพย์ให้สัมภาษณ์ว่า ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ หลังจากที่มีปฏิบัติการตรวจค้นเป้าหมายในพื้นที่กรุงเทพฯ 2 จุด ก็มาสอบถามทางบุคคลที่ได้ควบคุมตัวเอาไว้ว่ามีความเชื่อมโยงกันอย่างไร ก็จะพูดคุยกับทุกคนที่ได้ควบคุมตัวเอาไว้ 
    "ขณะนี้กำลังพยายามอยู่ว่าสิ่งที่ได้ไปตรวจค้นที่กรุงเทพฯ ทั้งสองจุดนั้นมีความเชื่อมโยงกันได้อย่างไร ซึ่งข้อกังวลนั้นก็ต้องทำไป ปัญหามันก็จะมีทุกคดีอยู่แล้ว แต่ก็ต้องเดินหน้าต่อไป เจ้าหน้าที่ทุกนายพร้อมในการทำงาน ในคดีนี้ก็เชื่อว่าจะสามารถปิดคดีได้ แต่ก็ต้องใช้เวลา เพราะมีหลายชุด พยานหลักฐานสาวไปถึงที่ไหนก็ว่าไปตามพยานหลักฐาน สิ่งที่ผมเป็นห่วงก็อยากจะให้จบเร็วๆ เพราะพี่น้องประชาชนเป็นห่วง แต่เจ้าหน้าที่ก็จะไม่ผลีผลาม จะต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบให้ความเป็นธรรมกับทุกคน" ผบ.ตร.กล่าว
    วันเดียวกัน พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวันได้ขออนุมัติหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ หมายจับที่ 462/2562 ลงวันที่ 8 ส.ค.62 นายลูโอ แซแง อายุ 23 ปี และหมายจับที่ 463/2562 ลงวันที่ 8 ส.ค.62 นายวิลดัน มาหะ อายุ 29 ปี ชาว จ.นราธิวาส ข้อหา "อั้งยี่, ร่วมกันทำ ใช้ มีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้, พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และพกพาอาวุธ (ระเบิด) ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร"
    ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าคดีระเบิดหลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ ว่า เรื่องนี้ ผบ.ตร.ให้สัมภาษณ์ไปหมดแล้ว และตนไม่อยากให้สัมภาษณ์อะไร เพราะเป็นเรื่องของ ผบ.ตร. คงปล่อยให้ตำรวจทำงานไป 
    ถามว่า ผบ.ตร.ให้สัมภาษณ์เหตุระเบิดส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการเมือง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ตนไม่ทราบ ตอนนี้เรายังไม่ได้ตัดประเด็นอะไรไป ต้องหาข้อมูลไปเรื่อยๆ 
    ซักถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบพื้นที่ในกทม.ที่มีนักศึกษาจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้พักอาศัยอยู่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เขาดูเพราะว่ามันเคยมีเหตุเกิดขึ้น เช่น ซอยรามคำแหง 53 เขาก็ไปดูว่ายังมีหลงเหลืออยู่หรือไม่ เขาก็ตรวจสอบทุกจุดที่สงสัย  ปล่อยให้ตำรวจทำงานไปก่อน มาซักถามกันทุกวันใครจะตอบได้
    ที่ศาลแขวงพระนครเหนือ ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ควบคุมตัวนายเสน่ห์ ฮิมวาด อายุ 29 ปี อาชีพพนักงานรักษาความปลอดภัยในคอนโดฯ แห่งหนึ่ง ผู้ต้องหาคดีวางระเบิดปลอมหน้าสำนักงานขายคอนโดฯ ในซอยรัชดาภิเษก 32 และแจ้งความเท็จ มาส่งให้พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 1 ยื่นฟ้องคดีด้วยวาจา ซึ่งอัยการก็ได้ยื่นฟ้องนายเสน่ห์เป็นจำเลย ในความผิดฐานทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือตกใจโดยการขู่เข็ญ และแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานฯ โดยศาลรับไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อ.4689/2562
    คำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปได้ว่า เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2562 จำเลยได้นำวัตถุทรงกระบอกพันด้วยเทปพันสายไฟสีดำ ด้านหนึ่งมีสายไฟยาวประมาณ 1 ฟุต มีลักษณะต้องสงสัยคล้ายวัตถุระเบิดมาวางไว้ใน ซ.รัชดาภิเษก 32 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม. ทำให้ประชาชนที่เดินผ่านไปมาเกิดความตกใจกลัว เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวมีเหตุการณ์ลอบวางระเบิดหลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร และภายหลังเกิดเหตุ จำเลยได้แจ้งข้อความว่ามีชายต้องสงสัยเป็นผู้นำวัตถุคล้ายระเบิดมาวางไว้บริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งการแจ้งความของจำเลยเป็นเท็จ ความจริงจำเลยเป็นผู้นำวัตถุต้องสงสัยดังกล่าวไปวางไว้ที่เกิดเหตุเอง สอบสวนแล้วจำเลยให้การรับสารภาพ
    ศาลพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 172, 392 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือตกใจ จำคุก 1 เดือน ฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน และแจ้งความเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักสุด จำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 7 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน 15 วัน
    ทั้งนี้ พนักงานอัยการยังได้ยื่นฟ้องนายเสน่ห์อีกสำนวน ในความผิดฐานเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือยาไอซ์) ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาเช่นกัน ศาลรับไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อ.691/2562 และพิพากษาให้จำคุกจำเลย 3 เดือน โดยนับโทษจำเลยต่อจากคดีวางระเบิดปลอมและแจ้งความเท็จ ดังนั้น เมื่อรวมจำคุกจำเลยทั้งสองสำนวนแล้วเป็นเวลา 6 เดือน 15 วัน ทั้งสองสำนวนไม่รอลงอาญา.


เฮ้อ..... ปลงสังขารตัวเองน่ะครับ! เห็น "เด็กส้ม" ในเข่งธนาธรกับ "เด็กแดง" ในเข่งทักษิณ หลอมเป็น "ม็อบล้มเจ้า" เกิดผลิตภัณฑ์ "รุ่นใหม่ ๓ นิ้ว"

ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
ฤๅหมาต้องตายในตรอก
'นิมิตเมืองจากชาวเมือง'
"ฟางเส้นสุดท้ายของรัฐบาล"
'ปฐมสถาปนาล้มเจ้า'
'เผาหลอก-เผาจริง' ร่าง รธน.