บันทึกหน้า 4


   

 

           พล.อ.หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล หรือท่านใหม่ ให้คำแนะนำดีๆ ไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า เมื่อกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบจริงๆ นายกรัฐมนตรี สมควรทำหนังสือขอพระราชทานอภัยโทษ เพื่อขอพระบรมราชวินิจฉัยว่า “ต้องถวายสัตย์ฯ อีกครั้งหรือไม่ หรือจะมีพระราชประสงค์ให้ดำเนินการอย่างไร” และการที่ พล.อ.ประยุทธ์เองยอมรับว่า ไม่ครบ เพราะไม่ตั้งใจ และไม่มีเจตนาที่จะถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบ ก็ควรหาหนทางแก้ปัญหา เพราะหากไม่ทำอะไรเลย แล้วปล่อยผ่านไป นี่ก็จะเป็นมาตรฐานทางการเมือง หากนายกรัฐมนตรีคนถัดๆ ไปถวายสัตย์ฯ ไม่ครบโดยอ้างว่าไม่ตั้งใจบ้าง การถวายสัตย์ปฏิญาณตนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ก็จะถูกลดความสำคัญลง ฉะนั้น ประเด็นนี้ พล.อ.ประยุทธ์จึงต้องไตร่ตรองให้ดี ข้อสำคัญอย่าลืมว่าผู้แนะนำในคราวนี้คือ พล.อ.หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล ลำดับโปเจียม แห่งราชอาณาจักรไทย ลำดับที่ 28 ...๐

                อีกคำแนะนำไปถึงพรรคฝ่ายค้านคือ "จบเรื่องนี้ได้แล้ว เอาเวลาไปลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน แล้วสะท้อนกลับมายังรัฐบาล เพื่อที่รัฐบาลจะได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งดีกว่ามาทำเรื่องที่ไม่เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน" ก็ถูกต้องตามนั้น เพราะสิ่งที่ฝ่ายค้านทำอยู่ในเวลานี้ ไม่ว่าจะไล่บี้เรื่องถวายสัตย์ฯ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ล้วนมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลทั้งสิ้น ...๐

                วันเสาร์ที่ผ่านมา สำนักข่าวรอยเตอร์เผยแพร่คำให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบกว่า "กองทัพภายใต้การบัญชาการของเขาจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง และจะ ไม่มีการก่อรัฐประหารยึดอำนาจ ตราบใดที่ผมยังอยู่ในตำแหน่งนี้ ผมจะไม่ปล่อยให้กองทัพล้ำเส้น" น่าจะทำให้นักการเมืองสบายใจขึ้นบ้างที่หลังจากนี้อำนาจไม่ถูกแชร์ไปยังกองทัพ แต่หากจะให้ดีกว่านี้ บรรดานักการเมืองควรจะมีจิตสำนึก ต่อไปนี้ไม่โกง แค่นี้ประเทศก็เดินหน้าไปไกลโข ในเวลาอันรวดเร็ว ...๐

                ท่าทาง "ปิยบุตร แสงกนกกุล" เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ไม่พอใจอย่างมาก ที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ บอกว่ามีพรรคการเมืองตั้งใหม่ใช้โฆษณาชวนเชื่อและข่าวปลอมเพื่อทำให้วัยรุ่นไทยต่อต้านกองทัพและสถาบัน ปิยบุตรตอบโต้ว่า "ผบ.ทบ.เข้าใจนิยามของคำว่าเฟคนิวส์ผิดไป เพราะเฟคนิวส์คือข่าวเท็จที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่างในทางการเมือง" มองในมุมกลับ อนาคตใหม่ไม่ได้ใช้ข่าวปลอม แต่ใช้ความคิดที่ต่ำทราม เช่น เลิกไหว้ครู เลิกเรียก พี่ ป้า น้า อา ให้เรียกคุณ ดิฉัน ผม แทน ห้ามพระมหากษัตริย์มีพระราชดำรัสต่อสาธารณะ ล้วนเป็นท่าที "ไม่เคารพ" ทั้งสิ้น และสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่พรรคอนาคตใหม่ใส่โปรแกรมให้คนรุ่นใหม่ที่สนับสนุนพรรค ...๐

                แต่หาก "ปิยบุตร แสงกนกกุล" ต้องการเล่นงานคนที่สร้างข่าวเท็จ ลองหันไปถาม "ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์" รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ผองเพื่อนฝ่ายค้านดูว่า เครียดกับตัวเลขคนฆ่าตัวตายเยอะจริงหรือไม่ การบอกว่าช่วง 5 ปีรัฐบาล คสช.คือช่วงเวลาที่มีการฆ่าตัวตายสูงจนหน้าตกใจ คือการนำข่าวเท็จออกสู่สาธารณะ เป็นเรื่องน่าอับอาย คนเคยทำอาชีพสื่อกลับไม่หาข้อมูลก่อนที่จะบอกกล่าวกับสาธารณะ

                สถิติกรมสุขขภาพจิตตั้งแต่ปี 2540-2561 มีดังนี้ อัตราประชากรต่อ 1 แสนคน พบว่าปี 2540 มีการฆ่าตัวตาย 6.92 คน ปี 2541 ฆ่าตัวตาย 8.12 คน ปี 2542 ฆ่าตัวตาย   8.59 คน ปี 2543 ฆ่าตัวตาย 8.4 คน ปี 2544 ฆ่าตัวตาย   7.74 คน ปี 2545 ฆ่าตัวตาย 7.84 คน ปี 2546 ฆ่าตัวตาย   7.13 คน ปี 2547 ฆ่าตัวตาย 6.87 คน ปี 2548 ฆ่าตัวตาย   6.34 คน ปี 3549 ฆ่าตัวตาย 5.77 คน ปี 2550 ฆ่าตัวตาย   5.97 คน ปี 2551 ฆ่าตัวตาย 5.98 คน ปี 2552 ฆ่าตัวตาย   5.97 คน ปี 2553 ฆ่าตัวตาย 5.9 คน ปี 2554 ฆ่าตัวตาย  6.03 คน ปี 2555 ฆ่าตัวตาย 6.2 คน ปี 2556 ฆ่าตัวตาย   6.08 คน ปี 2557 ฆ่าตัวตาย 6.07 คน ปี 2558 ฆ่าตัวตาย   6.47 คน ปี 2559 ฆ่าตัวตาย 6.35 คน ปี 2560 ฆ่าตัวตาย   6.03 คน และปี 2561 ฆ่าตัวตาย 6.32 คน นี่คือตัวเลขที่เป็นจริง ...๐

                จะเห็นได้ว่าหลังวิกฤติเศษฐกิจปี 2540 นั้น มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงมาก ช่วงรัฐบาลทักษิณตลอด 6 ปีก็สูงไม่น้อยกว่ากัน แต่มาลดฮวบในปี 2549 ซึ่งรัฐบาลทักษิณถูกรัฐประหาร จากนั้นอัตราการฆ่าตัวตายค่อนข้างคงที่ มีสูงนิดหน่อยช่วงปี 2554 ที่เกิดวิกฤติน้ำท่วมภาคกลางในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และปีที่แล้วเพราะปัญหาเศรษฐกิจทั่วโลกยังคงตกต่ำ นี่คือสิ่งที่ ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ ต้องทำการบ้าน ก่อนปล่อยความคิดตัวเองสู่สาธารณะ ไม่เช่นนั้นคนสร้างเฟคนิวส์ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นนักการเมืองนั่นเอง ...๐

------------------------------

เกษมราษฎร์