ศักดิ์สยาม เล็งเปิด PPP รถไฟฟ้าสายสีแดง ป้องกันขาดทุน


   

17 ส.ค.62-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่าหลังจากเชิญองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA)ร่วมหารือแนวทางกำกับดูแลโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงและสถานีกลางบางซื่อซึ่งจะเปิดให้บริการในปี 2563-2564 นั้นได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)ไปศึกษารูปแบบการบริหารรถไฟฟ้าสายสีแดงร่วมกับ JICA เป็นระยะเวลา 2 เดือน 
อย่างไรก็ตามขณะนี้มีแนวคิดเรื่องการเปิดให้บริษัทเอกชนเข้ามาร่วมบริหารโครงการในรูปแบบร่วมทุนภาครัฐ (PPP) เพื่อเพิ่มคุณภาพบริการให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงที่สุดและลดข้อผิดพลาดที่จะเกิดขึ้น เช่นการขาดทุนจนทำให้ภาครัฐต้องใช้งบประมาณในการอุดหนุนผลประกอบการ เช่น สายสีม่วงและรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ ซึ่งรัฐบาลหรือรฟท.บริหารโครงการแบบ 100% เช่นเดียวกับรถไฟฟ้าสายสีแดงที่เดิมกำหนดให้รฟท.บริหารผ่านบริษัทลูกด้านเดินรถ 

“ดังนั้นจึงต้องศึกษาแนวทางดังกล่าวว่าจะมีประโยชน์และความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งจะเหมือนกับการบริหารรถไฟฟ้าสายใหม่ที่ อาทิ รถไฟฟ้าสายสีม่วงและรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก-ตะวันออก ที่มีรูปแบบการเปิดประมูลแบบ PPP อยู่แล้ว”นายศักดิ์สยามกล่าว

นายศักดิ์สยามกล่าวต่อว่านอกจากนี้ยังได้เชิญ JICA ให้มาเป็นที่ปรึกษาในการบริหารจัดการสถานีกลางบางซื่อซึ่งทาง JICA ได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานในกระทรวงคมนาคมอยู่แล้ว ขระนี้เรื่องที่มีความสำคัญคือการบริหารระบบจราจรภายในสถานีกลางบางซื่อซึ่งจะเป็นจุดศูนย์รวมการขนส่งของเมืองหลวงประกอบด้วย รถโดยสาร รถไฟฟ้า รถไฟทางคู่และรถฟความเร็วสูง ทำให้มีปริมาณผู้โดยสารจำนวนมาก ควบคู่ไปกับการให้ JICA ศึกษาเรื่องปัญหามลพิษในช่วงแรกที่เปิดใช้สถานีกลางเนื่องจากยังมีรถไฟดีเซลธรรมดาวิ่งขนผู้โดยสารเข้ามากลางสถานีกลางบางซื่อ 

นอกจากนี้ยังเสนอให้ JICA เข้ามาฝึกอบรมบุคลากรของ รฟท.เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดบริการรถไฟฟ้าสายสีแดงและสถานีกลางบางซื่ออีกด้วย ส่วนเรื่องทางถนนนั้น JICA ได้เสนอเรื่องแนวทางแก้ไขอุบัติเหตุทางถนนในประเทศควบคู่ไปกับการลดความสูญเสียที่กิดขึ้นในแต่ละปี รวมถึงเรื่องเทคโนโลยีก่อสร้างอุโมงค์ถนนของทางหลวงเพื่อรองรับโครงการในอนาคตที่จะต้องมีการเจาะอุโมงค์ผ่านเขาในบางจุด 

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคมระบุว่าโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงมีความเส่ยงที่จะขาดทุนอย่างมากเช่นเดียวกับช่วงแรกที่เปิดบริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ จนอาจส่งผลกระทบถึงคุณภาพบริการประชาชน อาทิ คนล้นสถานีและจำนวนรถไฟฟ้าที่ไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้โดยสาร ซึ่งปัญหาดังกล่าวรถไฟฟ้าสายสีม่วงและแอร์พอร์ตลิงก์ ยังไม่สามารถแก้ไขได้ในปัจจุบัน 

อย่างไรก็ตามดังนั้นการเปิดให้เอกชนเข้ามาร่วมบริหารรถไฟฟ้าสายสีแดงนั้นต้องกลับมาดูเงื่อนไขร่วมทุนว่าจะเป็น PPP Gross Cost โดยรัฐเป็นผู้ลงทุนก่อสร้างและรับความเสี่ยงด้านรายได้และให้สัมปทสนเอกชนบริหารและซ่อมบำรุงโดยจัดสรรผลตอบแทนให้กับภาครัฐ ลักษณะเดียวกันกับที่รัฐเปิดให้เอกชนร่วมบริหารรถไฟฟ้าสายอื่นได้หรือไม่ โดยที่มีการกำหนดส่วนแบ่งและเม็ดเงินลงทุนอย่างชัดเจนระหว่างภาครัฐและเอกชน 

สำหรับตัวเลขคาดการณ์ผู้โดยสารของ รฟท.ล่าสุดได้ปรับลดลงมาจำนวนมากจากคาดการณ์ 170,000 คน/วัน เหลือเพียง 70,000-80,000 คน/วัน ทว่าหากเปิดให้เอกชนเข้ามาบริหารโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ภาครัฐอาจขาดเสถียรภาพนโยบายราคาได้เช่นกัน


ที่ "อุบลราชธานี"....."กองทัพน้ำใจ" กับ "กองทัพน้ำท่วม" ขับเคี่ยวกันมาเป็นสัปดาห์แล้ว ตอนนี้ ดูเหมือน "กองทัพน้ำ" กำลังอ่อนแรง 

'เส้นทาง ๒ มิติ' รอ.ธรรมนัส
เฉพาะกับ "พระมหากษัตริย์"
ว่าด้วย 'บุญคุณและเอื้ออาทร'
น้ำครำตรวจสอบน้ำเน่า
น้ำท่วม 'อย่าเอาแต่ดู' ต้องทำ
ตรรกะ 'ตลบตะแลง' ของธร