สิงคโปร์เตรียมทุ่มงบระยะยาวแสนล้าน ป้องกันประเทศจากระดับน้ำทะเลสูง


   

นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์เปิดเผยแผนระยะยาว 10 ปีเพื่อป้องกันประเทศจากระดับน้ำทะเลสูงขึ้น โดยคาดว่าต้องใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์

แฟ้มภาพ นักท่องเที่ยวถ่ายภาพที่เมอร์ไลออนพาร์คของสิงคโปร์ / AFP

    นายกรัฐมนตรีลี เซียนลุง ของสิงคโปร์ กล่าวเมื่อค่ำวันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม ระหว่างการแถลงนโยบายสำคัญของประเทศว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือภาวะโลกร้อน เป็นหนึ่งในความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ สิงคโปร์ได้รับผลกระทบแล้วทั้งจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นและพายุฝนฟ้าคะนองที่รุนแรงขึ้น สิงคโปร์เป็นประเทศที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ ความเสี่ยงที่คุกคามประเทศอย่างมากก็คือระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นทุกที

    ตามกฎหมายเดิมของสิงคโปร์กำหนดให้ผู้ก่อสร้างอาคารจะต้องสร้างอยู่เหนือระดับน้ำทะเลเฉลี่ยอย่างน้อย 3 เมตร เพื่อเหลือพื้นที่ 1 เมตรไว้รับน้ำท่วมในเวลาน้ำขึ้น แต่ถ้าระดับน้ำทะเลสูงขึ้น 1 เมตรจากภาวะโลกร้อน ทำให้คันกั้นน้ำทะเลอาจแตกถ้าเกิดฝนตกหนักและน้ำขึ้น รัฐบาลสิงคโปร์ออกกฎหมายใหม่ให้อาคารที่จะสร้างใหม่จะต้องสูงเหนือระดับน้ำทะเล 4 เมตร โดยอาคารผู้โดยสารหมายเลข 5 หลังใหม่ของสนามบินชางงี จะสร้างสูงเหนือระดับน้ำทะเล 5 เมตร

    ผู้นำสิงคโปร์เผยว่า มาตรการสำคัญในการป้องกันระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นคือ เรียนรู้จากประสบการณ์ของเนเธอร์แลนด์ ที่รอดจากน้ำทะเลท่วมด้วยการสร้างกำแพงทะเล จากนั้นระบายน้ำเพื่อให้เกิด "ที่ลุ่ม" อีกทางเลือกหนึ่งคือ สร้างเกาะต่างๆ อยู่นอกชายฝั่งและเชื่อมต่อเกาะต่างๆ ด้วยทำนบเพื่อสร้างเป็นอ่างเก็บน้ำจืด ซึ่งใช้ระบายน้ำฝน โครงสร้างพื้นฐานเพื่อป้องกันชายฝั่งสิงคโปร์ต้องใช้งบอย่างน้อย 100,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ตามแผนแก้ไขปัญหา 100 ปี การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นเรื่องจริงจังไม่ต่างกับการสร้างกองทัพป้องกันประเทศ เพราะเป็นเรื่องของชีวิตและความตายเช่นกัน.


"หลวงพ่อทวด"........ ยังคงนั่งมองลูกหลานและบ้านเมืองไทยด้วยเมตตาอยู่ในมณฑปวัดช้างให้ ริมทางรถไฟ เหมือนทุกๆ ปี

เฉพาะกับ "พระมหากษัตริย์"
ว่าด้วย 'บุญคุณและเอื้ออาทร'
น้ำครำตรวจสอบน้ำเน่า
น้ำท่วม 'อย่าเอาแต่ดู' ต้องทำ
ตรรกะ 'ตลบตะแลง' ของธร
โศกนาฏกรรมสัตว์การเมือง