
29 ส.ค 2562 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังประชุมการทบทวนปริมาณการใช้ยางพาราของกระทรวงคมนาคมถึงความคืบหน้าการนำยางพารามาพัฒนาถนนทั่วประเทศเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรนั้น ขณะนี้มีเกาะกลางถนนที่สามารถนำยางพาราไปช่วยพัฒนาได้ราว 2,500กิโลเมตร(กม.) แบ่งเป็น ถนนทางหลวง 1,994 กม. และถนนทางหลวงชนบท 500 กม. โดยตั้งเป้าว่าในปี 2563 จะใช้น้ำยางสด 200,000 ตัน
“ยืนยันว่าจะไม่มีการทุบเกาะกลางถนนหรือแบริเออร์แบ่งฝั่งถนนที่มีอยู่เติม แต่จะเพิ่มยางพาราเข้าไปหุ้มแบริเออร์เหล่านั้นเพื่อเพิ่มความปลอดภัยและทำให้แบริเออร์กั้นถนนดูใหม่ขึ้น เนื่องจากปัจจุบันมีบางจุดเก่ามากดูแล้วไม่สวยงาม ดังนั้นกระทรวงคมนาคมมี 2 แนวทาง สามารถรองรับแรงกระแทกความเร็ว 120 กม./ชม. ประกอบด้วย 1.ใช้ยางพารามาหุ้มแบริเออร์เดิมกลางถนน 2.ใช้ยางพาราหุ้มเส้นสลิงเกาะกลางถนน โดยจะนำยางพาราเป็นแผ่นมาหุ้นคล้ายเลโก้”นายศักดิ์สยาม กล่าว
อย่างไรก็ตามเงื่อนไขหลักของการนำยางพารามาพัฒนาถนนนั้นคือต้องเป็นรูปแบบผลิตภัณฑ์ยางพาราที่ชาวบ้านผลิตได้เอง โดยหน่วยงานจะไปรับซื้อยางหน้าสวนเกษตรกรแบบไม่ผ่านโรงงานและพ่อค้าคนกลาง เพื่อกระตุ้นให้เม็ดเงินถึงมือผู้ผลิตต้นทางอย่างแท้จริงและจะมีหน่วยงานของกระทรวงคมนาคมเข้าไปสอนชาวบ้านเรื่องเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตอีกด้วย หลักการรองลงมาคือเรื่องราคา ความแข็งแรงปลอดภัยและความเร็วในการก่อสร้าง ซึ่งตนมองว่า รูปแบบที่ 1 สามารถดำเนินการได้รวดเร็วและการก่อสร้างไม่กีดขวางทางจราจร นอกจากนี้ยังสั่งการให้กรมเจ้าท่าไปพิจารณาการใช้ยางพารามาใช้รับแรงกระแทกที่ท่าเรืออีกด้วย
“มั่นใจว่ามาตรการดังกล่าวจะทำให้เงินถึงมือเกษตกรและเพิ่มความปลอดภัยให้ประชาชน ยางพาราครอบแบริเออร์เป็นนวัตกรรมที่มีการรองรับมาตรฐานโดยสหรัฐฯ นำไปสู่การลดอุบัติเหตุได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้จะสร้างสะพานลอยเพิ่มมากขึ้นบนถนนทั่วประเทศและหาวิธีกีดกัดไม่ให้สัตว์มาวิ่งตัดหน้ารถบนถนน เพื่อลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุในอนาคต” นายศักดิ์สยามกล่าว
รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคมระบุว่าสรุปการใช้น้ำยางพาราในปี 2562 พบว่ามีการใช้น้ำยางพารามาพัฒนาถนนเพิ่มขึ้นกว่าปี 2561 ที่ราว 34,313 ตัน ส่วนด้านการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) จะใช้ยางพาราไปดำเนินการใน 3 ด้าน ได้ก่ 1.แผ่นยางรองรางรถไฟ 2.แผ่นยางครอบหมอนคอนกรีตอัดแรงสำหรับรองใต้แผ่นปูทางผ่าน 3.แผ่นปูทางผ่านที่มีส่วนผสมของยางธรรมชาติ
ทั้งนี้จากการประเมินมองว่าการสร้างแบบสลิงแล้วมีตัวเลโก้ยางพารามาหุ้มสลิงนั้นก่อสร้างยากเนื่องจากจะต้องมีการเจาะถนนเพื่อวางหลักและมีต้นทุนที่สูงกว่าการทำแบริเออร์แล้วหุ้มด้วยยางพาราอีกชั้น(Temporary Barrier) รวมถึงมีความปลอดภัยมากกว่าแบบสลิง โดยมีการให้ ทล.และ ทช.กลับไปศึกษาข้อมูลและนำกลับมาเสนอใหม่อีกครั้ง ขณะที่การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) จะกลับไปศึกษาในส่วนของทางข้ามถนน
อย่างไรก็ตาม ส่วนไม้หมอนรถไฟนั้นเบื้องต้นประเมินว่าอาจจะไม่สามารถรับแรงน้ำหนักไม่ไหว ซึ่งได้มีการให้ไปศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับหินโรยทางว่าสามารถเคลือบยางพาราบนผิวหน้าไม่ให้หินกระเด็นได้หรือไม่ในลักษณะคล้ายพาราซอยล์ซีเมนต์ ด้านกรมเจ้าท่าก็ได้มีการให้ไปออกแบบเพิ่มในเรื่องของท่าเรือ โดยทางกรมเจ้าท่าได้ให้ข้อมูลว่าในส่วนของท่าเรือจะต้องมีสเปคเฉพาะเนื่องจากต้องมีการรับแรงสูงของเรือ
|
ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802 |
| นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร' |
| อนาคต 'คนนินทาเมีย' |
| 'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ' |
| ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ |
| วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง" |
| "การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา. |