'วันชัย'ยก 3 ข้อรัฐบาลบิ๊กตู่เสียงปริ่มน้ำอยู่ยาว เย้ยฝ่ายค้านทำงานไม่ตอบโจทย์ประชาชน


เพิ่มเพื่อน    

31 ส.ค.62 - นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า มักจะมีการพูดจากันในทำนองว่า รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำจะไปไหวไหม มีสถานการณ์ทางการเมืองที่จะต้องอภิปรายในประเด็นที่สำคัญๆ รวมทั้งศาลรัฐธรรมนูญจะต้องตัดสินคดีที่เกี่ยวกับพลเอกประยุทธ์หลายคดี อย่างน้อย 2 คดี เสถียรภาพของรัฐบาลจะเป็นอย่างไร วิตกกังวลกันไปต่างๆนานา ในฐานะที่อยู่ในแวดวงการเมืองและเป็นสมาชิกวุฒิสภา นายวันชัย สอนศิริ ได้ให้ความเห็นต่อประเด็นนี้ว่า 

1. ต้องบอกว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มาเป็นนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ ถูกกาลถูกเวลา เหมาะกับสถานการณ์ในตอนนี้อย่างยิ่ง ลองเปรียบเทียบดูก็ได้กับบุคคลที่อยู่ในแวดวงทางการเมืองในขณะนี้ พลเอกประยุทธ์เป็นตัวเลือกที่โดดเด่น ทั้งเป็นการผสมผสานกันระหว่างฝ่ายการเมืองกับฝ่ายความมั่นคงได้อย่างลงตัว ไม่แข็งเกินไปและไม่อ่อนเกินไป สามารถบริหารจัดการในทางการเมืองได้ และเล่นกับอารมณ์ความรู้สึกของประชาชนได้เป็นอย่างดี แม้เสียงจะปริ่มน้ำแต่ก็มีความมั่นคงทางการเมืองมากกว่าพรรคการเมืองอื่นๆ และยากที่พรรคการเมืองอื่นๆจะเป็นรัฐบาลได้ในสถานการณ์อย่างนี้ เรียกได้ว่าแน่นปึ้กแข็งปั้ก

2. ฝ่ายค้านก็กระจัดกระจายกันหลายพรรคหลายพวกหลายแนวทาง ไม่เป็นหนึ่งเดียวกัน เหมือนพรรคฝ่ายค้านเช่นพรรคประชาธิปัตย์ในอดีต จึงไปกันคนละทิศคนละทาง บางครั้งก็กระแทกกันเอง รวมทั้งส.ส.บางคนบางพรรคก็ไม่อยากที่จะยืนแข็งตายเป็นฝ่ายค้านตลอดไป 4 ปี จึงมีลักษณะแทงกั๊กทางการเมือง พร้อมที่จะมาเป็นฝ่ายรัฐบาลเมื่อเหตุการณ์และสถานการณ์ลงตัว ปรากฏการณ์เหล่านี้จะเริ่มชัดเจนมากยิ่งขึ้นเมื่อรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ผ่านสมัยการประชุมนี้ไปได้ เชื่อว่าจะมีความชัดเจนให้ปรากฏอย่างแน่แท้ อันทำให้กำลังของฝ่ายค้านไม่เปรี้ยงปร้างตูมตาม เผด็จศึกได้อย่างรุนแรง จะเป็นไปในทางถ้อยทีถ้อยอาศัยกันมากขึ้น ทั้งปัจจัยภายในและภายนอกที่เกี่ยวกับพรรคการเมืองใหญ่ก็เปลี่ยนไปมาก ไม่แข็งแกร่งเหมือนก่อนเก่า รังแต่จะอ่อนกำลังไปเรื่อยๆ จึงสรุปได้ว่ากำลังของฝ่ายค้านไม่แรงพอที่จะโค่นรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ได้

3. เงื่อนไขที่จะทำให้รัฐบาลมีปัญหาหรือเป็นประเด็นที่จะทำให้ฝ่ายค้านและประชาชนเอาไปขยายผลถึงขั้นรัฐบาลอยู่ไม่ได้ในขณะนี้ยังไม่มี ทั้งพรรคการเมืองที่ร่วมกันเป็นรัฐบาลก็ยังอยู่ในภาวะข้าวใหม่ปลามัน ต่างร่วมไม้ร่วมมือที่จะสร้างผลงานและหวังจะเป็นรัฐบาลร่วมกันไปในระยะเปลี่ยนผ่านนี้ สิ่งใดที่เป็นเงื่อนไขโดยเฉพาะการขัดแย้งกันเองหรือการทุจริตคอร์รัปชั่น คงเป็นเรื่องที่แต่ละพรรคแต่ละคนจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ คนที่เป็นรัฐมนตรีและคนที่เป็นฝ่ายค้านบางคนบางพรรคก็ถือว่าเป็นประเภทไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ ขยับเรื่องอะไรไปต่างก็รู้ทันกัน ในภาวะและสถานการณ์เช่นนี้การทุจริตคอร์รัปชั่นจึงมิใช่ของง่าย ยิ่งพลเอกประยุทธ์หัวไม่กระดิก หางก็คงไม่กล้าส่าย เมื่อไม่มีเงื่อนไขสองอย่างที่ว่ามานั้นเกิดขึ้นเสียแล้ว ต่อให้ฝ่ายค้านแข็งแกร่งขนาดไหนก็ยากที่จะล้มรัฐบาลได้

การที่ฝ่ายค้านมัวแต่เล่นประเด็นปัญหาหรือการอภิปรายที่ไม่ใช่เรื่องที่ตรงความรู้สึกหรือความต้องการของประชาชน เช่น เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องปากท้อง เรื่องการทำมาหากินเสียแล้ว รังแต่จะทำให้ฝ่ายค้านเสียหาย ขาดความน่าเชื่อถือจากประชาชนเสียมากกว่า ในทำนองที่ว่าเรื่องที่ควรทำกลับไม่ทำ เรื่องที่ทำกลับเป็นเรื่องที่ไร้สาระ ไม่เป็นประโยชน์โพดผลใดๆกับประชาชน ทำให้ฝ่ายค้านมีแต่เสียกับเสีย ไม่ได้อะไรเลย


วานซืน....... ๑๒๐ คณาจารย์ โผลหัวจากง่ามตูดเพนกวิน ออกมาหนุน ๑๐ ข้อเสนอ "ล้มสถาบันกษัตริย์" ที่เวทีธรรมศาสตร์ ของฮองเฮาเกศินี ที่นายปริญญาเป็นโปรโมเตอร์ เมื่อ ๑๐ สิงหา.

'๒๕๖๓ คณาจารย์ร่านเมือง'
ใครทน 'ธรรมศาสตร์ไม่ทน'?
สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส
"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?