บันทึกหน้า 4


   

มติเอกฉันท์อีกครั้งของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยตำแหน่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อครั้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าข่ายเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือไม่ โดย เอกสารข่าวสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญที่ 22/2562 ให้เหตุผลที่ชัดแจ้งว่า ตำแหน่งหัวหน้า คสช. มาจากการยึดอำนาจการปกครองประเทศเมื่อวันที่ 22 พ.ค.2557เป็นตำแหน่งที่ใช้อำนาจรัฏฐาธิปัตย์ที่เป็นอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศ ...ดังนั้น ตำแหน่งหัวหน้า คสช.ไม่มีสถานะตำแหน่งหน้าที่ หรือลักษณะงานทำนองเดียวกันกับพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ และไม่ใช่เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ตามมาตรา 98 (15)...๐

เรียกว่าเรียบร้อย โรงเรียนตู่ ไปอีกคดีความหนึ่ง ในขณะที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรก็มีการพิจารณาญัตติส่งท้าย แต่กลับเป็นไฮไลต์ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ปีที่ 1 ครั้งที่ 24 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) นั่นคือ ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อ ซักถามข้อเท็จจริงและเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 152 ซึ่งนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านกับคณะ 205 คน เป็นผู้เสนอ ในประเด็นการการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนของนายกฯ และการแถลงนโยบายโดยไม่มีที่มาของงบประมาณ ... งานนี้ก็ได้เห็น บรรดาตัวแทนระดับแกนนำของ 7 พรรคฝ่ายค้านขึ้นมาโชว์หน้าไมค์กันแล้ว หาก รัฐบาลลุงตู่ อยู่ครบวาระ 4 ปี ก็เชื่อว่าในการอภิปรายครั้งสำคัญๆ ทั้งเรื่องกฎหมายงบประมาณ กฎหมายการเงิน หรือแม้แต่ อภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็คงไม่หนีบรรดาบุคคลเหล่านี้ ซึ่งก็คงเหมือนที่ ลุงตู่ ได้คุยไว้หลังประชุม ครม.เมื่อวันที่ 17 ก.ย.นั่นแลว่า ไม่มีอะไรตื่นเต้น เพราะฟังๆ กันแล้วก็จริงตามที่ลุงตู่บอกไว้ ...๐

การประชุมสภานัดส่งท้ายครั้งนี้ ต้องบอกว่า ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ยังคงเป็น ดาวจรัสแสง ในการซักถามและอภิปรายในส่วนของฝ่ายค้าน อยู่เหมือนเดิม ในขณะที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยนั้นบอกได้ว่า ถูกใจแม่ยกและลูกหาบ เท่านั้น เพราะ การอภิปรายเต็มไปด้วย อารมณ์ ความรู้สึก ล้วนๆ ส่วนคำถามเรื่อง เนื้อหาสาระ นั้น หากเทียบกับ ปิยบุตร ห่างชั้นอย่างยิ่ง ...๐

ในขณะที่ สุทิน คลังแสง ประธานวิปรัฐบาล ซึ่งถูกวางตัวเป็นผู้สรุปในการอภิปรายมาตั้งแต่ครั้นแถลงนโนบายรัฐบาลจนมาถึงการอภิปรายครั้งล่าสุดนั้น ต้องบอกว่า อาจเป็นคนเดียวในการอภิปรายที่ต้องขอใช้ เอกสิทธิ์คุ้มครอง หลังจากนี้ก็ว่าได้ เพราะหลายช่วงหลายตอนค่อนข้างหมิ่นเหม่เสียเหลือเกิน โดยเฉพาะการยกตัวอย่างเทียบเคียง งานนี้คงต้องลุ้นกันยาวๆ ว่าจะมี เอฟเฟ็กต์ ตามมาให้ได้เสียวหรือไม่อย่างไร ...

ส่วนซีกรัฐบาลนั้น ต้องยกมือซูฮก วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ อย่างแท้จริง เรียกว่าฉายา เนติบริกร นั้นสมราคา ไม่ได้มาด้วยโชคช่วยอย่างแน่นอน โดยเฉพาะการอรรถาธิบายแบบชัดๆ ว่าด้วย การถวายสัตย์ปฏิญาณ และ การปฏิญาณตน นั้น เหมือนและแตกต่างกันอย่างไร รวมทั้งการยกกรณีนายกฯ รับสนองพระบรมราชโองการหลายๆ เรื่องหลังวันที่ 16 ก.ค. ที่ พล.อ.ประยุทธ์ได้ถวายสัตย์ฯ มาสำทับให้ชัดแจ้งแดงแจ๋ขึ้นมาอีก ...๐ ในการประชุมดังกล่าวยังมีเรื่องบังเอิญ หรือเจตนาอย่างไรไม่รู้ได้ แต่ที่แน่ๆ ถ้าเป็นซีรีส์ต้องบอกว่าวาง พล็อต ได้น่าติดตามอย่างยิ่ง เพราะช่วงนี้ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ผู้เคยจุดพลุประเด็น ผังล้มเจ้า อยู่ในช่วงพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกในเก้าอี้อธิบดีกรมกร๊วก แต่ก็บังเอิ๊ญบังเอิญกลับมีภาพโต๊ะที่ พล.อ.ประยุทธ์ นั่งฟังการอภิปรายนั้นกลับมีที่หน้าปกเขียนว่า "โครงข่ายขบวนการทำลายประเทศ" วางไว้ด้วย ก็ไม่รู้ว่านี่จะเป็นภาค 2 ของเรื่องใดหรือไม่อย่างไร แต่ที่แน่ๆ ทำให้ใครต่อใครหลายคนอาจต้องไปจับเข่าถกและคุยในเซฟเฮาส์แน่นอน ...๐

หันมาส่องมติศาลรัฐธรรมนูญที่เหลือกันบ้าง ต้องบอกว่ามีเรื่องสำคัญถึง 2 เรื่อง โดยเฉพาะในเรื่องที่ 2 ว่าด้วยการร้องให้ ศาลวินิจฉัยคุณสมบัติของ สิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ว่าสิ้นสภาพแล้วหรือไม่อย่างไร ซึ่งศาลมีมติรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย และให้ สิระ ยื่นคำชี้แจง แต่ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ เรียกว่า ไม่มีใครเป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ถูกโดดเดี่ยวเลยนะจ๊ะ ...๐ 

...ท.ศักดิ์


ดูไว้.....ไม่เสียหลาย การชุมนุมอันยืดเยื้อของ อาตี๋ อาหมวย ฮ่องกง จากค้านร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน มาเป็นให้คนฮ่องกงเลือกผู้นำของตนเอง เพราะคนฮ่องกงไม่ใช่คนจีน 

ธนาธร:ไก่อ่อนเผยอเป็นอินทรี
ความพิเศษของ "บิ๊กแดง"
อย่าลืม...เรามีนัดกัน "๒๑ ตุลา."
อนุทิน 'อย่าห้าวริมปากเหว'
เมื่อ 'อนาคตใหม่' ผิดแผน
อย่าให้เป็น 'วิกฤติตุลาการ'