"สนธิรัตน์" แจงไทยพร้อมเปิดตลาดแข่งขันแอลเอ็นจี 


เพิ่มเพื่อน    


 "สนธิรัตน์" แจงไทยพร้อมเปิดตลาดแข่งขันแอลเอ็นจี พร้อมประเมินความต้องการในประเทศเพิ่มขึ้น 7.4% ในปี 79 พร้อมหารือเมติถึงความร่วมมือรถไฟฟ้า และตั้งคณะทำงานร่วมพัฒนาสมาร์ทซิตี้ คาดปลายปีมีประชุมเชิงนโยบายร่วมกัน

26 ก.ย.  62  -นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยภายหลังได้รับเชิญเป็นหนึ่งในผู้กล่าวนำในการประชุม LNG Producer-Consumer Conference ครั้งที่ 8 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ว่า  สถานการณ์ก๊าซธรรมชาติเหลว(แอลเอ็นจี) จะมีความต้องการใช้มากขึ้น ซึ่งประเทศไทยในฐานะที่เป็นประเทศผู้ใช้และผู้นำเข้าแอลเอ็นจี ได้วางกลยุทธ์ภายใต้แผนบูรณาการพลังงานระยะยาว และแผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ(แก๊สแพลน) ในการสร้างความมั่นคงในการจัดหาก๊าซของประเทศ ทั้งนี้คาดว่าความต้องการก๊าซธรรมชาติของไทยจะเพิ่มขึ้น 7.4% ในปี 2579 ซึ่งการเติบโตด้านความต้องการนี้ ไทยจึงมีแผนจะขยายการนำเข้าแอลเอ็นจี เพิ่มการแข่งขันในตลาดโลกและการปรับโครงสร้างพื้นฐานใหม่รองรับ


“ไทยได้สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำธุรกิจก๊าซธรรมชาติแบบเสรีเพื่อจัดหาก๊าซสำหรับการบริโภคอย่างเพียงพอ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มการแข่งขันและความมั่นคงด้านพลังงาน อีกทั้งยังขยายเขตอุตสาหกรรมพิเศษ เช่น เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) เพื่อตอบสนองความต้องการ ซึ่งในฐานะประธานอาเซียนปีนี้ ไทยยังได้นำเสนอให้ประเทศสมาชิกร่วมพัฒนาแหล่งพลังงานที่หลากหลายยิ่งขึ้น และใช้ก๊าซธรรมชาติเพื่อผลิตไฟฟ้าผ่านโครงการท่อส่งก๊าซข้ามพรมแดนอาเซียน รวมทั้งสนับสนุนอาเซียนใช้โครงสร้างพื้นฐานแอลเอ็นจีขนาดเล็กและการสร้างคลังสำหรับจัดเก็บแอลเอ็นจี”นายสนธิรัตน์ กล่าว


นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ได้มีโอกาสหารือทวิภาคีกับรัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น (METI) ซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดงานในครั้งนี้ โดยได้กระชับความร่วมมือให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น ทั้งเรื่องของแอลเอ็นจี ซึ่งญี่ปุ่นถือเป็นเทรดเดอร์รายใหญ่ของโลก ได้หารือถึงความร่วมมือด้านยานยนต์ไฟฟ้า การนำเทคโนโลยีด้านไฮโดรเจนไปพัฒนาต่อในประเทศไทย ซึ่งประเทศญี่ปุ่นมีความเข้มแข็งในเรื่องนี้ค่อนข้างมาก รวมทั้งหารือถึงเรื่องสมาร์ทซิตี้ ซึ่งทั้งสองประเทศจะตั้งคณะทำงานร่วมกันพัฒนาเรื่องนี้ คาดว่าประมาณปลายปีนี้จะมีการประชุมพูดคุยเชิงนโยบายระหว่างกัน เพื่อให้เกิดแนวทางในการทำงานร่วมกันระหว่างญี่ปุ่นและไทยต่อไป
อย่างไรก็ตามการประชุมครั้งนี้จะช่วยวางทิศทางเชิงกลยุทธ์เกี่ยวกับความมั่นคงด้านก๊าซธรรมชาติผ่านการจัดตั้งตลาดแอลเอ็นจี ที่ยืดหยุ่นและโปร่งใส ทิศทางความต้องการแอลเอ็นจี และวิธีการจัดหา ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของสภาพตลาด รวมทั้งวิสัยทัศน์สู่การปฏิบัติสำหรับรัฐบาลและผู้ประกอบการธุรกิจของทั้งประเทศผู้ผลิตและประเทศผู้ใช้ ทั้งนี้เพื่อปูทางสำหรับความร่วมมือด้านแอลเอ็นจีที่แข็งแกร่งมากขึ้นในอนาคต


"การดําเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง ต้องอาศัยรายได้ของพรรคการเมือง ซึ่งกฎหมายกําหนดแหล่งที่มาไว้ตามมาตรา ๖๒

ภาวะโลก "Covid-19" เซตซีโร
'บทบาท กมธ.ที่น่าทบทวน'
เรื่องกฎหมาย 'สไตล์ปิยบุตร'
พงศกร 'สะท้อนภาพ' ธนาธร
จะเอาให้ 'เผาศาล' กันใช่มั้ย?
จำเลย 'สารภาพ' แต่ดิ้นโชว์