เจ้าชายซาอุฯ หวั่น เปิดศึกอิหร่านทำลายเศรษฐกิจโลก


   

เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย ทรงเตือนว่าการทำสงครามกับอิหร่านจะผลักดันให้ราคาน้ำมันพุ่งทะยานอย่างไม่เคยมีมาก่อนและเศรษฐกิจทั่วทั้งโลกพังครืน พร้อมย้ำว่าพระองค์ทรงสนับสนุนใช้การทูตแก้ปัญหามากกว่าใช้การทหาร

แฟ้มภาพ เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน / AFP

    มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบียซึ่งทำหน้าที่องค์ประมุขของราชอาณาจักรแห่งนี้โดยพฤตินัย พระราชทานสัมภาษณ์แก่รายการ "ซิกซ์ตีมินิตส์" ทางสถานีซีบีเอสของสหรัฐ ออกอากาศเมื่อวันอาทิตย์ที่ 29  กันยายนที่ผ่านมาตามเวลาสหรัฐ โดยทรงเตือนว่า หากประเทศทั้งหลายในโลกไม่ดำเนินการอย่างหนักแน่นเข้มแข็งเพื่อยับยั้งอิหร่าน สถานการณ์ก็จะลุกลามบานปลายถึงขั้นคุกคามผลประโยชน์ของโลก

    "การจัดส่งน้ำมันจะหยุดชะงัก ราคาน้ำมันจะพุ่งสูงถึงระดับที่เหลือเชื่ออย่างที่เราไม่เคยพบพานมาก่อนในช่วงชีวิตนี้" เจ้าชายโมฮัมเหม็ดตรัส

    เจ้าชายยังทรงเห็นด้วยกับไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ที่กล่าวว่า การโจมตีโรงน้ำมันของซาอุดีอาระเบียถือเป็นการประกาศสงครามจากอิหร่าน กระนั้นพระองค์ทรงสนับสนุนการหาทางออกอย่างสันติวิธี เพราะสงครามระหว่างซาอุดีอาระเบียกับอิหร่านจะสร้างหายนะต่อเศรษฐกิจโลก

    "การหาทางออกทางการเมืองอย่างสันติวิธีดีกว่าการใช้การทหารมากนัก" เจ้าชายตรัสย้ำ

    เจ้าชายทรงยกเหตุผลด้วยว่า ภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นแหล่งจัดหาพลังงานราว 30% ของโลก  และการค้าราว 20% ก็ใช้เส้นทางนี้ จีดีพีของภูมิภาคนี้คิดเป็นราว 4% ของโลก หากว่าทั้ง 3 สิ่งนี้หยุดชะงัก ก็หมายความว่าเศรษฐกิจโลกจะพังครืนลงทั้งหมด ไม่ใช่เพียงซาอุดีอาระเบียหรือตะวันออกกลาง

    พระองค์ตรัสถึงการโจมตีโรงงานน้ำมัน 2 แห่งของซาอุดีอาระเบียเมื่อวันที่ 14 กันยายน ซึ่งซาอุฯ  และสหรัฐโทษว่าเป็นฝีมือของอิหร่าน ว่าการโจมตีครั้งนั้นที่กระทบต่อการจัดหาน้ำมันราว 5% ของโลก เป็นการกระทำที่โง่เขลา เป้าหมายทางยุทธศาสตร์ของการโจมตีครั้งนี้ก็คือเพื่อพิสูจน์ว่าผู้ก่อเหตุนั้นโง่

    รัฐบาลอิหร่านยืนกรานปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับการโจมตีที่กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนซึ่งอิหร่านหนุนหลัง ประกาศอ้างผลงาน แต่นานาชาติไม่เชื่อว่ากลุ่มนี้มีขีดความสามารถถึงขั้นนั้น

    ในการพระราชทานสัมภาษณ์ครั้งนี้ เจ้าชายยังได้ตรัสถึงการสังหารจามัล คาช็อกกี คอลัมนิสต์นักวิจารณ์ราชวงศ์ซาอุดีอาระเบีย ที่สถานกงสุลซาอุฯ ในนครอิสตันบูลของตุรกีเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้วด้วยว่า เมื่อเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ และพระองค์คือผู้รับผิดชอบสูงสุดในฐานะผู้นำของประเทศ.


ผมผิดอะไร?...........ฟัง "ทอน" แถลงข่าวก็ได้ข้อสรุปไม่ใช่เรื่อง "อยู่เป็น" หรือ "อยู่ไม่เป็น" แล้วล่ะ        อยู่ไปก็ไลฟ์บอยซะมากกว่า 

"ทอน-บุตร" ประเทศกูมี
"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว