นายกฯ นำครม. ทำกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับภูมิทัศน์ริมคลองเปรมประชากร


   

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 13 ต.ค. ที่โรงเรียนช่างอากาศอำรุง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมคณะรัฐมนตรี คู่สมรส ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับภูมิทัศน์ ทำความสะอาดคู คลอง ถวายพระราชกุศลและน้อมรำลึก เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่โรงเรียนช่างอากาศอำรุง และวัดธรรมาภิรตาราม เขตดุสิต โดยนายกรัฐมนตรี ได้เยี่ยมชมนิทรรศการ สายน้ำแห่งความห่วงใย สู่ไทยทั่วหล้า และได้ตรวจเยี่ยมคลองต้นแบบที่บำบัดน้ำเสีย โดยการเติมฟองอากาศ ปล่อยจุลินทรีย์ บำบัดน้ำเสีย พร้อมร่วมทาสี ริมทางเท้า ราวเหล็ก และปรับภูมิทัศน์ ล้างพื้นถนนภายในวัด


ทั้งนี้ระหว่างทาสี น.ส.ธนิกานต์ พรพงสาโรจน์ ส.ส.เขตดุสิต พรรคพลังประชารัฐ ได้เข้ามาแนะนำตัว พร้อมกล่าวว่า ตนเองเป็นคนรุ่นใหม่ที่พร้อมทำงานกับคนรุ่นเก่า ซึ่งคนรุ่นเก่ามีประสบการณ์ ส่วนคนรุ่นใหม่มีไอเดีย จากนั้นนายกฯ ระบุว่า ต้องไปศึกษาว่าระบบราชการเป็นอย่างไร กฎหมายอยู่ตรงไหน ซึ่งกฎหมายก็มีอยู่แล้วจะไปฝืนกฎหมายก็ไม่ได้ แต่หากจะแก้ไขก็ต้องเป็นไปตามช่องทาง วันนี้ต้องการสร้างความปรองดองและสมานฉันท์ หากจะด่าหรือว่าประเทศชาติก็เหมือนด่าตัวเอง ด่าบรรพบุรุษของตัวเอง โดยเมื่อนายกฯ พูดถึงช่วงนี้น.ส.ธนิกานต์ ก็ได้กล่าวขึ้นว่า "วันนี้หมดเวลาด่าประเทศชาติแล้ว เราต้องร่วมมือร่วมใจกัน แต่ก็ยังมีบางพรรคที่ทำอยู่" จากนั้นนายสนธิรัตน์ก็ได้กล่าวสวนขึ้นมาว่า เรากำลังทำการเมืองสร้างสรรค์กันอยู่


จากนั้นนายกฯ กล่าวว่า วันนี้ประชาชนแยกแยะกันออกแล้ว หากไม่ทำการเมืองสร้างสรรค์การเมืองก็จะปฏิรูปต่อไปไม่ได้ โดยข้าราชการ รัฐบาล และประชาชน ต้องร่วมมือกัน นี่คือหลักการประชาธิปไตย หากร่วมมือกัน ประเทศไทยจะก้าวไกลและยั่งยืน ซึ่งรัฐบาลจะเริ่มต้นและประชาชนมาร่วม จึง ต้องมาดูว่าอะไรทำได้และทำไม่ได้ อย่างไรก็ตามวันนี้นักการเมืองทั้งรุ่นเก่า รุ่นกลางและรุ่นใหม่ต้องไปด้วยกัน แต่มีบางคนชอบว่าประเทศเหมือนชอบว่าตัวเอง


ทั้งนี้นายกฯ กล่าวช่วงหนึ่งด้วยว่า มาทาสีวันนี้ก็ให้นายกฯ อบรมการเมืองไปด้วย และยืนยันว่า มาทำกิจกรรมวันนี้ไม่ได้ต้องการจะมาดราม่า แต่เป็นการกระตุ้นสร้างแรงจูงใจในการทำกิจกรรม และขอให้เลิกทะเลาะกันได้แล้ว อย่างไรก็ตามขณะนี้เลยช่วงหาเสียงมาแล้ว เดี๋ยวจะมีคนว่ามาหาเสียงอีก ทั้งนี้กิจกรรมในวันนี้เป็นการย่อให้เห็นว่าเราได้ทำอะไรกันบ้าง ส่วนที่เหลือก็ไม่ได้ทำวันนี้วันเดียว


จากนั้นนายกรัฐมนตรี จะกราบนมัสการและสนทนาธรรมกับเจ้าอาวาสวัดธรรมาภิรตาราม ยังได้มอบหลวงพ่ออู่ทอง ให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ได้ร่วมทำบุญกฐินสามัคคีช่วยเหลือวัด 1,000 บาท ก่อนที่นายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมโครงการจิตอาสา สาธิตการจัดทำถังดักไขมัน และกล่าวก่อนเดินทางกลับ ว่า “นี่คือสิ่งหนึ่งที่ช่วยแบ่งเบาภาระรัฐบาล เป็นเรื่องที่ทุกหน่วยงานต้องร่วมกัน รวมถึงการรักษาแหล่งน้ำดังนั้นเราต้องรักษาทุกอย่างไว้ให้ได้ ซึ่งมีหลายหน่วยงานหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้องช่วยกันทั้งหมด วันนี้เป็นการทำกิจกรรมเพื่อให้เห็นว่าเราต้องดูแลรักษาประเทศชาติ ในเรื่องอะไรบ้าง ที่ผ่านมาก็เป็นการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม  การรักษาสิ่งแวดล้อม แต่ทั้งหมดแก้ไขได้ด้วยตัวพวกเราทุกคน  นี่แหละคือสิ่งที่บ้านเมืองต้องการในวันนี้ คือการพูดคุยกันในเรื่องเหล่านี้ ในประเด็นที่มีความสำคัญกับตัวเราเอง และกับประเทศชาติโดยส่วนรวม ส่วนเรื่องอื่นว่าตามขั้นตอนไป อย่ามาตีกัน เข้าใจไหม วันนี้ไม่พูดเรื่องอื่น บ๊ายบาย กลับละ”


สำหรับกิจกรรมนี้จัดพร้อมกันทั่วประเทศ ในการปรับปรุงภูมิทัศน์และทำความสะอาดคูคลอง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมรำลึกในพระมหากรณาธิคุณ โดยครั้งต่อไป จะมีขึ้นในวันที่ 18 และ 23 ต.ค.นี้


อย่างไรก็ตามในเวลา 17.00 น. นายกรัฐมนตรีและภริยา เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง ก่อนจะเป็นประธานในพิธีจุดเทียนเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ  เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ เวทีใหญ่ ท้องสนามหลวง


ขยันดีนะ....ฝ่ายค้านชุดนี้ เคาะกะลากันรายวัน จะแก้รัฐธรรมนูญ จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล งานเต็มมือ!    เรื่องหาวิธีชำเรารัฐธรรมนูญพูดกันไปเยอะแล้ว มาที่เรื่องซักฟอกรัฐบาลดูบ้าง 

ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน